bg-single

บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (2)

31.05.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com

เกี่ยวกับบทเรียนการเผชิญหน้าและปรับตัวอย่างยืดหยุ่น และเป็นไปด้วยดี ท่ามกลางสถานการณ์อันยุ่งยากซับซ้อน และไม่แน่นอน

บทเรียนเอสซีจี (เดิมชื่อบริษัทปูนซิเมนต์ไทย) เมื่อเกือบศตวรรษที่แล้ว เป็นกรณีที่น่าสนใจในปัจจุบัน โดยเฉพาะจับภาพช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (2475) จนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง (2484-2488) และผลพวง

มีดัชนีหนึ่งซึ่งสำคัญอย่างมาก อ้างอิงจากหนังสือเก่าเกี่ยวกับปูนซิเมนต์ไทยซึ่งผมเคยอ่าน และได้บันทึกข้อมูลบางส่วนไว้

หนังสือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด 2500 (1957) เป็นสองภาษา (ไทยและอังกฤษ) ประธานกรรมการบริษัทในเวลานั้น (พระยามานวราชเสวี) กล่าวไว้ตอนหนึ่ง “เอกสารนี้ได้จัดทำขึ้นเป็นการน้อมนำความร่วมมือของบริษัทเข้ากับการฉลอง 25 ศตวรรษแห่งพุทธศาสนายุกาล” (โปรดดูภาพปกประกอบ)

เนื้อหาส่วนแรกเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และผลประกอบการด้วยสถิติต่างๆ ที่สำคัญ (เข้าใจว่า เขียนโดยผู้จัดการบริษัทขณะนั้นซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก) ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นหนังสือซึ่งตั้งใจเปิดเผยวงกว้าง ด้วยเนื้อหาส่วนใหญ่ เป็น “บทความทางวิชาการสำหรับนักศึกษาคอนกรีต วิศวกรโยธา และสถาปนิก” อาทิ การคำนวณและวิธีใช้คอนกรีต

จากแผนภูมิ (โปรดดูภาพประกอบ – กร๊าฟแสดงสถิติการจำหน่ายซิเมนต์) แสดงภาพใหญ่ทางธุรกิจบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (จากหนังสือที่อ้างถึงข้างต้น) สะท้อนกิจการเป็นไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่ง ตลอดช่วงเวลาเผชิญวิกฤตการณ์ซึ่งอ้างอิงข้างต้นนั้น

หนังสือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด 2500 (1957)

ข้อมูลนั้นให้ภาพพัฒนาการ ตั้งแต่การก่อตั้งโรงงานปูนซีเมนต์แห่งแรกของประเทศไทย (ปี 2456) ว่าด้วยความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนถึงปี 2471 ปูนซิเมนต์ไทย ได้เพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว

“เว้นแต่ปีที่เศรษฐกิจตกต่ำระหว่างปี 2473-2476”

และให้ภาพเด่นชัดในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง (ปี 2478-2483) ปูนซิเมนต์ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตได้ทะลุหนึ่งแสนตันต่อปี

แม้ระยะต่อมาเผชิญปัญหาบ้างในช่วงปลายสงคราม อันเนื่องมาจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพันธมิตร ทิ้งระเบิดถล่มโรงงานบางซื่อ ทำให้หยุดชะงัก การผลิตในปี 2488-2489 จึงลดลงเหลือเพียงประมาณหนึ่งพันตัน

สัมพันธ์กับภาพหนึ่งซึ่งเป็นบริบทภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

“…เศรษฐกิจชาตินิยมที่มุ่งหวังจะจำกัดบทบาทของธุรกิจโดยคนจีน ไม่สามารถต้านทานพลวัตของระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยการขยายตัวของตลาดภายในและจากการล่าถอยของบริษัทเจ้าอาณานิคมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทศวรรษ 2480 การสะสมทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างที่มิเคยเกิดขึ้นมาก่อน” (บางตอนในหนังสือ “เศรษฐกิจการเมืองไทยสมัยกรุงเทพฯ” โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคริส เบเคอร์, พิมพ์ครั้งแรก กรกฎาคม 2539)

ดัชนีสำคัญข้างต้นสะท้อนข้อมูลอีกช่วงหนึ่งซึ่งตื่นเต้น หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ปูนซิเมนต์ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง มีกำลังการผลิตที่สูงกว่าช่วงใดๆ ในประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น

ภาพประกอบ – กร๊าฟแสดงสถิติการจำหน่ายซิเมนต์

หากจะให้อรรถาธิบายอย่างเจาะจง สัมพันธ์เฉพาะมิติการผลิต เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับแผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ท่าหลวง

“ต่อมาเมื่อการคมนาคมทางรถไฟ และรถยนต์ได้เป็นปัจจัยให้เกิดตลาดสำหรับซีเมนต์ห่างจากพระนครเพิ่มมากขึ้น บริษัทได้ตกลงขยายกิจการเพิ่มเติม ด้วยการจัดสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดอยุธยา อันเป็นทำเลที่ได้เปรียบกว่า ตำบลบางซื่อ เพราะมีการลำเลียงทางน้ำได้ด้วย และก็อยู่ห่างจากบ่อดินขาวที่บ้านหมอเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น” (หนังสือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด : 2500 อ้างแล้ว) ที่มาและเบื้องหลังแผนการที่มีขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

“การสร้างโรงงานผลิตปูนเม็ดที่ท่าหลวง ได้ลงมือเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2483 พร้อมกันไปกับการสร้างอาคารโรงงาน บริษัทได้สั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับงานผลิตปูนเม็ด รวมทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากต่างประเทศ เครื่องจักร เครื่องใช้เหล่านี้ได้มาทั้งจากยุโรปและอเมริกา…” อีกตอนหนึ่ง พิจารณาช่วงเวลา คาดว่าผ่านการดีลครั้งสำคัญกับรัฐบาลใหม่เวลานั้นมาแล้ว

มีไทม์ไลน์เทียบเคียงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่างที่ว่าในตอนที่แล้ว รัฐบาลคณะราษฎรดำเนินแผนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เข้ามาบริหารทรัพย์สินราชสำนักด้วย ได้จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปี 2480) มีโครงสร้างการบริหารในรูปคณะกรรมการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ

(เวลานั้นคือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือปรีดี พนมยงค์ ผู้ดำรงตำแหน่งในช่วง 2481-2484)

เรื่องราวปูนซิเมนต์ไทยอย่างเป็นทางการจากต้นแหล่ง นับตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมาก็ว่าได้ ไม่มีหนังสือซึ่งเผยแพร่วงกว้างเล่มใดกล่าวถึงช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เกี่ยวกับคณะราษฎรโดยตรง เท่าที่ทราบมีเพียงเล่มเดียวซึ่งพาดพิงไว้ หนังสือ ปูนซิเมนต์ไทย 2456-2526 ในบทความ “เบื้องหลังของท่าหลวง” โดย Friis Jespersen ผู้จัดการชาวเดนมาร์กคนที่ 3 (2478-2502) ได้กล่าวถึงฉากตอนและบทสนทนากับปรีดี พนมยงค์ ซึ่งมีผลทำให้แผนการโรงงานท่าหลวงดำเนินไปได้ด้วยดี (รายละเอียดบางช่วงบางตอน ผมเคยนำเสนอมาแล้วในมติชนสุดสัปดาห์ เรื่องปรีดีกับเอสซีจี ในต้นปี 2567) ทางที่ดีควรอ่านต้นแหล่งที่อ้างไว้ประกอบด้วย เชื่อว่าหนังสือเล่มที่อ้างถึง มีการแจกจ่าย เผยแพร่วงกว้าง ในหอสมุดมหาวิทยาลัยหลายแห่งคงมีอยู่

จากนั้นแผนการก่อสร้างโรงงานท่าหลวง จึงเป็นเรื่องตื่นเต้นมากขึ้น เป็นการสร้างอุตสาหกรรมแห่งแรกในภูมิภาค อาจถือเป็นต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ด้วยการสร้างเมืองอุตสาหกรรมลักษณะพึ่งตนเอง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นอย่างครบถ้วน มีโรงไฟฟ้าไว้ใช้เองทั้งหมด โดยสร้างสายไฟแรงสูงมีความยาวถึง 10 กิโลเมตร จากโรงงานจนถึงบ่อดินขาวซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำหรับโรงงาน

ทั้งนี้ ยังมีปริมาณเหลือพอให้บริการแก่ชุมชนในย่านนั้นได้ด้วย

ที่จริงมีเอกสารบางฉบับของปูนซิเมนต์ไทยให้ภาพโรงงานท่าหลวงเชิงขยายยิ่งใหญ่กว่านั้น บ้างก็ว่าเป็นแผนการซึ่งสอดคล้องกับแผนการ (ซึ่งไม่เกิดขึ้น) ย้ายเมืองหลวงของไทยไปเพชรบูรณ์ในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม

“เมื่อสงครามเสร็จสิ้นลงแล้ว บริษัทจึงรีบดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมโรงงานบางชื่อ และในขณะเดียวกันก็เร่งรัดการสร้างโรงงานท่าหลวงให้แล้วเสร็จโดยด่วน เครื่องจักรเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่สั่งไว้ก่อนสงคราม ได้ทยอยกันเข้ามาอย่างครบถ้วน ในที่สุดบริษัทสามารถเปิดใช้โรงงานผลิตปูนเม็ดได้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2491 เป็นการช่วยรับภาระโรงงานบางซื่อไปได้เป็นอันมาก” อีกตอนในบทความ “เบื้องหลังของท่าหลวง” ว่าไว้ ในตอนท้าย (ภาคผนวก) หนังสือเล่มนั้นได้ระบุว่า โรงงานท่าหลวงเริ่มต้นด้วยกำลังการผลิต 120,000ตัน/ปี ถือเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับแผนภูมิหรือกราฟที่อ้างถึงในตอนต้น

เมื่อมองไปข้างหน้า แผนการนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งอย่างสำคัญให้ปูนซิเมนต์ไทยรักษาฐานะผู้นำธุรกิจในยุคต่อมา ยุคที่จะมีคู่แข่งทางธุรกิจ

ข้างต้นเป็นเพียงภาพหน้าฉากหนึ่ง ขณะโครงสร้างภายในปูนซิเมนต์ไทยพลิกโฉมครั้งใหญ่ กลายเป็นข้อต่อและจุดเปลี่ยนสร้างบุคลิกเฉพาะองค์กรธุรกิจใหญ่ในเวลาต่อมา

หมายเหตุ เรียบเรียง นำเสนอข้อมูลใหม่บางประเด็น จาก E-Book “เอสซีจี มีทางใหญ่ ยุคเดนมาร์ก” โดย วิรัตน์ แสงทองคำ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย