bg-single

‘สมาร์ตวอตช์’ ใส่ต่อหรือถอดทิ้ง

02.06.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

‘สมาร์ตวอตช์’

ใส่ต่อหรือถอดทิ้ง

นาฬิกาสมาร์ตวอตช์เป็นหนึ่งในแก็ดเจ็ตสวมใส่ได้ที่ขายดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีรายใหญ่อย่าง Apple ที่ครองตลาดและโปรโมตความสำคัญของสมาร์ตวอตช์ว่าเป็นอุปกรณ์ที่นอกจากจะช่วยให้สุขภาพของผู้สวมใส่ดีขึ้นแล้วก็ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยในเวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังๆ มานี้เราอาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าคนจำนวนหนึ่งมองหาทางเลือกอุปกรณ์สวมใส่ได้ที่ไม่ใช่สมาร์ตวอตช์อีกต่อไป

ทำให้สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อย่าง WHOOP หรือ Fitbit Air (ที่เปิดตัวตามหลังด้วยดีไซน์ที่ใกล้เคียงกันสุดๆ) ไปจนถึงแหวนอัจฉริยะ อย่าง Galaxy Ring, Oura หรือ Ultrahuman ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อมีตัวช่วยเป็นสายรัดหรือแหวนอัจฉริยะแล้ว หลายๆ คนก็มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องใส่สมาร์ตวอตช์อีกต่อไป เพราะหน้าที่หลายอย่างก็ทับซ้อนกันไปแล้ว ทำให้สามารถถอดสมาร์ตวอตช์วางไว้ที่บ้านได้ แล้วหยิบนาฬิกาแอนะล็อกดีไซน์คลาสสิกมาสวมใส่แทน

มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลิกใช้สมาร์ตวอตช์ แม้ว่าจะสวมใส่ไว้บนข้อมือมานานหลายปี

เหตุผลข้อแรก อาจจะเป็นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการต้องเห็นคำแจ้งเตือนที่สั่นหรือส่งเสียงอยู่ที่ข้อมือตลอดเวลา

หากย้อนกลับไปสมัยสมาร์ตวอตช์เพิ่งได้รับความนิยมช่วงแรกๆ เหตุผลที่เราเลือกใช้สมาร์ตวอตช์คือ การที่มันสามารถส่งคำแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนมาที่ข้อมือของเราได้ (ซึ่งนั่นก็คือหน้าที่หลักๆ ของนาฬิกาอัจฉริยะในสมัยนั้น ก่อนที่จะเริ่มถูกทำการตลาดด้วยฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของชีวิตที่แบรนด์ต่างๆ ใส่เข้ามาภายหลัง)

ในตอนนั้น เราเชื่อกันว่าการสวมสมาร์ตวอตช์ที่ข้อมือจะทำให้เราลดการพึ่งพาโทรศัพท์มือถือลงได้ จากที่ต้องคอยล้วงโทรศัพท์ออกมาดูคำแจ้งเตือนเรื่อยๆ มันก็สามารถส่งคำแจ้งเตือนนั้นมาที่ข้อมือให้เราเหลือบดูเร็วๆ ได้เลย

เวลาผ่านไป เราก็เริ่มจะรู้ว่าสิ่งที่คิดไว้อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าไรนัก เพราะคำแจ้งเตือนที่สั่นมาถึงข้อมือนี่แหละที่ทำให้เราว่อกแว่กยิ่งกว่าอะไรดี

แถมบางทีเรากำลังอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรเหลือบดูนาฬิกาข้อมือเลย อย่างเช่น ในที่ประชุม หรืออยู่ในระหว่างคุยเรื่องสำคัญกับใครสักคน การยกข้อมือมาดูนาฬิกาก็ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีได้

เหตุผลข้อต่อมาที่ทำให้คนเริ่มเอาใจออกหากจากสมาร์ตวอตช์คือ ข้อจำกัดของแก็ดเจ็ตที่ตกรุ่นทุกปี

แน่นอนว่าเราไม่มีความจำเป็นจะต้องอัปเกรดทุกปีตราบใดที่แบตเตอรี่ยังมีคุณภาพดีอยู่ แต่ถ้าอยากได้สเป๊กใหม่เอี่ยม หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น คมชัดขึ้น แบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น หรือฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่รุ่นเก่าทำไม่ได้ เราก็จะต้องคอยเปลี่ยนนาฬิกาให้เป็นเจเนอเรชั่นใหม่อยู่เรื่อยๆ

บางคนอาจจะไม่ได้ทิ้งสมาร์ตวอตช์เพราะเบื่อคำแจ้งเตือน หรือเหนื่อยกับการคอยวิ่งตามรุ่นใหม่ แต่สวมใส่นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ไปนานๆ แล้วเกิดปัญหากับผิวหนังที่ข้อมือ

บางคนสวมได้สักพัก ผิวก็เริ่มแดงเพราะต้องสัมผัสความร้อนของตัวเรือนนาฬิกาอยู่เรื่อยๆ

บางคนแม้จะไม่ได้เจอปัญหาที่มองเห็นได้โดยตรง แต่การสวมนาฬิกาอัจฉริยะนานๆ ก็ทำให้เกิดอาการล้า ยิ่งนาฬิกาสมัยใหม่สามารถวัดค่าสุขภาพได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะยามตื่นหรือยามหลับก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าน้ำหนักของนาฬิกาบนข้อมือนั้นกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย

อีกหนึ่งเหตุผลของการเลิกใช้สมาร์ตวอตช์ที่อาจจะตรงใจหลายๆ คนคือความเบื่อในดีไซน์ของนาฬิกาที่ดิจิทัลเสียจนยากที่จะมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งตัวบางลุค

ต่อให้หลายๆ แบรนด์ออกแบบสายนาฬิกาให้หลากหลายดีไซน์ เข้าได้กับทุกลุคทุกโอกาส แต่ไม่ว่าจะยังไงมันก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับนาฬิกาแอนะล็อกที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ

และนาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (แม้ว่าจะไม่ได้ราคาถูก) ก็ไม่สามารถใช้เป็น statement piece หรือตัวบ่งบอกสถานะ ได้ดีเท่ากับนาฬิกาแอนะล็อกเรือนแพงๆ ที่กวาดตาดูแป๊บเดียวก็สัมผัสได้ถึงความหรูหรา

เหตุผลสุดท้ายที่ฉันนึกได้คือ ความเบื่อที่จะต้องชาร์จนาฬิกาทุกคืน หรือทุกสัปดาห์

คนที่ใช้นาฬิการุ่นที่แบตเตอรี่อยู่ได้นานหลายสัปดาห์ก็อาจจะไม่รู้สึกว่านี่เป็นอุปสรรคสักเท่าไร แต่นาฬิกาบางรุ่นที่หน้าจอสวยๆ ความสามารถเยอะๆ ก็จะต้องแลกมาด้วยแบตเตอรี่ที่ต้องชาร์จกันทุกคืน

ด้วยเหตุผลหลากหลายประการก็ทำให้ผู้ใช้งานเริ่มรู้สึกอยากคืนพื้นที่บนข้อมือให้กับนาฬิกาคลาสสิก แล้วเปิดใจรับแวร์เอเบิลอย่างสายรัดข้อมือหรือแหวนมาช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือข้อมูลการนอนแทน เพราะทุกวันนี้มันก็เก่งขึ้นมาก และสวมใส่แล้วเบาสบายกว่าจริงๆ

สำหรับตัวฉันเอง สมาร์ตวอตช์ยังมีประโยชน์ในช่วงเวลาทั่วไปที่ทำให้ฉันเห็นคำแจ้งเตือนบางอย่างที่สำคัญๆ ได้โดยที่ไม่ต้องหยิบมือถือออกมา แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าในบางเวลาที่ต้องการความคล่องตัว อย่างการออกกำลังกาย หรือในระหว่างนอนหลับ หากสามารถใช้แก็ดเจ็ตที่เบาสบายกว่านั้นได้ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ลองออกแบบกันดูนะคะว่าเราเหมาะกับแก็ดเจ็ตสวมใส่ได้แบบไหนที่สุด หรือถ้าอยากจะปล่อยโล่งให้มือและแขนได้เป็นอิสระบ้างก็โอเคเลย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน