Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
‘สมาร์ตวอตช์’
ใส่ต่อหรือถอดทิ้ง
นาฬิกาสมาร์ตวอตช์เป็นหนึ่งในแก็ดเจ็ตสวมใส่ได้ที่ขายดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีรายใหญ่อย่าง Apple ที่ครองตลาดและโปรโมตความสำคัญของสมาร์ตวอตช์ว่าเป็นอุปกรณ์ที่นอกจากจะช่วยให้สุขภาพของผู้สวมใส่ดีขึ้นแล้วก็ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยในเวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังๆ มานี้เราอาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าคนจำนวนหนึ่งมองหาทางเลือกอุปกรณ์สวมใส่ได้ที่ไม่ใช่สมาร์ตวอตช์อีกต่อไป
ทำให้สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อย่าง WHOOP หรือ Fitbit Air (ที่เปิดตัวตามหลังด้วยดีไซน์ที่ใกล้เคียงกันสุดๆ) ไปจนถึงแหวนอัจฉริยะ อย่าง Galaxy Ring, Oura หรือ Ultrahuman ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมีตัวช่วยเป็นสายรัดหรือแหวนอัจฉริยะแล้ว หลายๆ คนก็มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องใส่สมาร์ตวอตช์อีกต่อไป เพราะหน้าที่หลายอย่างก็ทับซ้อนกันไปแล้ว ทำให้สามารถถอดสมาร์ตวอตช์วางไว้ที่บ้านได้ แล้วหยิบนาฬิกาแอนะล็อกดีไซน์คลาสสิกมาสวมใส่แทน
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลิกใช้สมาร์ตวอตช์ แม้ว่าจะสวมใส่ไว้บนข้อมือมานานหลายปี
เหตุผลข้อแรก อาจจะเป็นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการต้องเห็นคำแจ้งเตือนที่สั่นหรือส่งเสียงอยู่ที่ข้อมือตลอดเวลา
หากย้อนกลับไปสมัยสมาร์ตวอตช์เพิ่งได้รับความนิยมช่วงแรกๆ เหตุผลที่เราเลือกใช้สมาร์ตวอตช์คือ การที่มันสามารถส่งคำแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนมาที่ข้อมือของเราได้ (ซึ่งนั่นก็คือหน้าที่หลักๆ ของนาฬิกาอัจฉริยะในสมัยนั้น ก่อนที่จะเริ่มถูกทำการตลาดด้วยฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของชีวิตที่แบรนด์ต่างๆ ใส่เข้ามาภายหลัง)
ในตอนนั้น เราเชื่อกันว่าการสวมสมาร์ตวอตช์ที่ข้อมือจะทำให้เราลดการพึ่งพาโทรศัพท์มือถือลงได้ จากที่ต้องคอยล้วงโทรศัพท์ออกมาดูคำแจ้งเตือนเรื่อยๆ มันก็สามารถส่งคำแจ้งเตือนนั้นมาที่ข้อมือให้เราเหลือบดูเร็วๆ ได้เลย
เวลาผ่านไป เราก็เริ่มจะรู้ว่าสิ่งที่คิดไว้อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าไรนัก เพราะคำแจ้งเตือนที่สั่นมาถึงข้อมือนี่แหละที่ทำให้เราว่อกแว่กยิ่งกว่าอะไรดี
แถมบางทีเรากำลังอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรเหลือบดูนาฬิกาข้อมือเลย อย่างเช่น ในที่ประชุม หรืออยู่ในระหว่างคุยเรื่องสำคัญกับใครสักคน การยกข้อมือมาดูนาฬิกาก็ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีได้
เหตุผลข้อต่อมาที่ทำให้คนเริ่มเอาใจออกหากจากสมาร์ตวอตช์คือ ข้อจำกัดของแก็ดเจ็ตที่ตกรุ่นทุกปี
แน่นอนว่าเราไม่มีความจำเป็นจะต้องอัปเกรดทุกปีตราบใดที่แบตเตอรี่ยังมีคุณภาพดีอยู่ แต่ถ้าอยากได้สเป๊กใหม่เอี่ยม หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น คมชัดขึ้น แบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น หรือฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่รุ่นเก่าทำไม่ได้ เราก็จะต้องคอยเปลี่ยนนาฬิกาให้เป็นเจเนอเรชั่นใหม่อยู่เรื่อยๆ
บางคนอาจจะไม่ได้ทิ้งสมาร์ตวอตช์เพราะเบื่อคำแจ้งเตือน หรือเหนื่อยกับการคอยวิ่งตามรุ่นใหม่ แต่สวมใส่นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ไปนานๆ แล้วเกิดปัญหากับผิวหนังที่ข้อมือ
บางคนสวมได้สักพัก ผิวก็เริ่มแดงเพราะต้องสัมผัสความร้อนของตัวเรือนนาฬิกาอยู่เรื่อยๆ
บางคนแม้จะไม่ได้เจอปัญหาที่มองเห็นได้โดยตรง แต่การสวมนาฬิกาอัจฉริยะนานๆ ก็ทำให้เกิดอาการล้า ยิ่งนาฬิกาสมัยใหม่สามารถวัดค่าสุขภาพได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะยามตื่นหรือยามหลับก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าน้ำหนักของนาฬิกาบนข้อมือนั้นกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย
อีกหนึ่งเหตุผลของการเลิกใช้สมาร์ตวอตช์ที่อาจจะตรงใจหลายๆ คนคือความเบื่อในดีไซน์ของนาฬิกาที่ดิจิทัลเสียจนยากที่จะมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งตัวบางลุค
ต่อให้หลายๆ แบรนด์ออกแบบสายนาฬิกาให้หลากหลายดีไซน์ เข้าได้กับทุกลุคทุกโอกาส แต่ไม่ว่าจะยังไงมันก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับนาฬิกาแอนะล็อกที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ
และนาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (แม้ว่าจะไม่ได้ราคาถูก) ก็ไม่สามารถใช้เป็น statement piece หรือตัวบ่งบอกสถานะ ได้ดีเท่ากับนาฬิกาแอนะล็อกเรือนแพงๆ ที่กวาดตาดูแป๊บเดียวก็สัมผัสได้ถึงความหรูหรา
เหตุผลสุดท้ายที่ฉันนึกได้คือ ความเบื่อที่จะต้องชาร์จนาฬิกาทุกคืน หรือทุกสัปดาห์
คนที่ใช้นาฬิการุ่นที่แบตเตอรี่อยู่ได้นานหลายสัปดาห์ก็อาจจะไม่รู้สึกว่านี่เป็นอุปสรรคสักเท่าไร แต่นาฬิกาบางรุ่นที่หน้าจอสวยๆ ความสามารถเยอะๆ ก็จะต้องแลกมาด้วยแบตเตอรี่ที่ต้องชาร์จกันทุกคืน
ด้วยเหตุผลหลากหลายประการก็ทำให้ผู้ใช้งานเริ่มรู้สึกอยากคืนพื้นที่บนข้อมือให้กับนาฬิกาคลาสสิก แล้วเปิดใจรับแวร์เอเบิลอย่างสายรัดข้อมือหรือแหวนมาช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือข้อมูลการนอนแทน เพราะทุกวันนี้มันก็เก่งขึ้นมาก และสวมใส่แล้วเบาสบายกว่าจริงๆ
สำหรับตัวฉันเอง สมาร์ตวอตช์ยังมีประโยชน์ในช่วงเวลาทั่วไปที่ทำให้ฉันเห็นคำแจ้งเตือนบางอย่างที่สำคัญๆ ได้โดยที่ไม่ต้องหยิบมือถือออกมา แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าในบางเวลาที่ต้องการความคล่องตัว อย่างการออกกำลังกาย หรือในระหว่างนอนหลับ หากสามารถใช้แก็ดเจ็ตที่เบาสบายกว่านั้นได้ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
ลองออกแบบกันดูนะคะว่าเราเหมาะกับแก็ดเจ็ตสวมใส่ได้แบบไหนที่สุด หรือถ้าอยากจะปล่อยโล่งให้มือและแขนได้เป็นอิสระบ้างก็โอเคเลย
