bg-single

พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักญี่ปุ่นนิยมสู่อาชญากรสงคราม (19)

24.06.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

พระสารสาสน์พลขันธ์

: จากนักญี่ปุ่นนิยมสู่อาชญากรสงคราม (19)

เมื่อฝ่ายไทยไม่ชัดเจนช่วงปลายสงคราม

นับแต่ช่วงกลางสงคราม เมื่อญี่ปุ่นเพลี่ยงพล้ำในศึกที่กัวดาลคาเนล ในมหาสมุทรแปซิฟิก (2486) ปรากฏว่า ฝ่ายไทยมีการโยกย้ายกำลังพล มีความพยายามขัดขวางมิให้ญี่ปุ่นซื้อที่ดินทางภาคเหนือ

โทชิฮารุ นักวิชาการประวัติศาสตร์ชาวญี่ปุ่น เห็นว่าเหตุการณ์นี้แสดงว่าไทยพยายามเตรียมการต่อต้านญี่ปุ่น (โทชิฮารุ, 2550, 47)

ต่อมา ในช่วงปลายสงคราม เมื่อสถานการณ์สงครามเปลี่ยนไป และรัฐบาลญี่ปุ่นทราบถึงความไม่ชัดเจนของรัฐบาลไทย ตั้งแต่กลางปี 2486 จอมพล ป.พยายามหลีกเลี่ยงในการพบปะกับฝ่ายญี่ปุ่น เช่น กำหนดการที่นายกรัฐมนตรีไทยจะไปต้อนรับพลเอกโตโจ นายกรัฐมนตรี ที่สิงคโปร์เพื่อมิต้องให้โตโจมาเยือนไทยนั้นต้องเปลี่ยนไปเป็นผลให้โตโจต้องมาเยือนพระนคร เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมแทน รวมทั้งจอมพล ป.ปฏิเสธเข้าร่วมการประชุมมหาเอเชียบูรพาที่กรุงโตเกียว ที่มีวังจิงเว่ย ประธานาธิบดีจีนที่นานกิง จาง จิงเว่ย นายกรัฐมนตรีแห่งแมนจูกัว ดร.บามอร์ของพม่า ดร.ลอเรลแห่งฟิลิปปินส์เข้าร่วม โดยจอมพล ป.อ้างว่าป่วย จึงส่งพระองค์เจ้าวรรณไวทยากรไปร่วมประชุมแทน แต่เขาเองนั้นกลับใช้เวลาในช่วงนั้นทำการสำรวจพื้นที่นครราชสีมาเพื่อเตรียมการย้ายเมืองหลวงหากเกิดวิกฤตการณ์ขึ้น (โทชิฮารุ, 2550, 49)

ในสมุดสั่งการของจอมพล ป. ต้นเดือนเมษายน 2487 จอมพล ป.บันทึกว่า ทูตญี่ปุ่นถามเขาว่า มีข่าวลือว่า รัฐบาลไทยได้ติดต่อกับสัมพันธมิตรและพวกไทยอิสระแล้ว จอมพล ป.ตอบปฏิเสธทางญี่ปุ่นไป และสั่งกำชับกับฝ่ายไทยว่า ให้ระมัดระวัง (อนันต์ พิบูลสงคราม, เล่ม 1, 2540, 253-254)

ในช่วงปลายสงคราม เมื่อจอมพล ป.ลาออกจากตำแหน่ง (กรกฎาคม 2487) ด้วยพ่ายแพ้การผลักดันพระราชกำหนดระเบียบการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ และพระราชกำหนดสร้างพระพุทธบุรีมณฑลต่อสภาผู้แทนราษฎร

พระสารสาสน์ฯ ในยามปัจฉิมวัยและบันทึกความทรงจำของสังข์ พัธโนทัย

ญี่ปุ่นต้องการผู้นำนิยมญี่ปุ่นคนใหม่

ท่ามกลางการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ความไม่แน่นอนของจุดยืนของฝ่ายไทยและความคับขันในช่วงปลายสงคราม รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามกอบกู้สถานการณ์โดยมีแผนการที่จะผลักดันผู้นำไทยที่นิยมญี่ปุ่นคนใหม่ เพื่อทำให้ญี่ปุ่นมีความมั่นใจในการได้รับการสนับสนุนจากไทยต่อไป ในช่วงเวลานั้น กลุ่มผู้นิยมญี่ปุ่นที่นำโดยพระสารสาสน์ฯ พร้อมกับคณะนักเรียนไทยจำนวนหนึ่ง เช่น นายสมหมาย ฮุนตระกูล เดินทางออกจากเมืองโมยิ โดยเรืออาวามารูมาไทยตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2487 มาแวะอินโดจีนที่เมืองไซ่ง่อนซึ่งเป็นฐานบัญชาการทหารสำคัญของญี่ปุ่นในภูมิภาค

แต่หลักฐานฝ่ายราชการให้เหตุผลการกลับมาไทยของพระสารสาสน์ฯ ว่า เขาต้องการอพยพเพื่อหาที่ปลอดภัย ด้วยขณะนั้นสัมพันธมิตรเริ่มทิ้งระเบิดที่เมืองสำคัญในญี่ปุ่นแล้ว และในที่สุด พวกเขามาถึงไทยเดือนมีนาคม 2487

การกลับมาของเขาและพรรคพวกในครั้งนี้มีกระแสข่าวว่า พระสารสาสน์ฯ และกลุ่มนักเรียนไทยในญี่ปุ่นมุ่งมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนิยมญี่ปุ่นใหม่แทนจอมพล ป. เขาได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ว่า ญี่ปุ่นจะไม่แพ้สงครามเพราะญี่ปุ่นมีอาวุธที่มีฤทธิเดชมาก การกลับมาของพระสารสาสน์ฯ ครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเสรีไทยมาก มีการปล่อยข่าวว่า หากพระสารสาสน์ฯ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเกิดการลอบสังหารเขา (อังคณา, ภาคผนวก, 78 ; Stowe, 92, 314-315) แต่ในท้ายที่สุด สภาผู้แทนราษฎรได้เลือกนายควง อภัยวงศ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทนเมื่อสิงหาคมในปีนั้นเอง

จอมพล ป. และทสุโบกามิ ออท.ญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ และพระสารสาสน์ฯ

พระสารสาสน์ฯ อาสาไปเจรจากับมอสโก

กลางปี 2488 ก่อนสงครามจะสิ้นสุดลงไม่นาน นายปรีดีได้เล่าถึงความเคลื่อนไหวของพระสารสาสน์ฯ ว่า พระสารสาสน์ฯ ได้มาพบและขอเดินทางไปเป็นทูตที่รัสเซีย โดยพระสารสาสน์ฯ ให้เหตุผลว่า ต้องการไปเจรจากับรัสเซียเพื่อปรับความเข้าใจมิให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเรียกร้องกับประเทศไทยมากเกินไป (นายปรีดี, 2517, 44)

นายปรีดีเห็นว่า ประเทศไทยขณะนั้นใกล้อยู่ในฐานะผู้แพ้สงครามแล้ว และรัสเซียประสบชัยชนะครั้งสำคัญ และการเดินทางไปรัสเซียของพระสารสาสน์ฯ นั้นอันตราย และนายปรีดียังมองไม่เห็นช่องทางที่ไทยจะเปิดการเจรจากับรัสเซียได้ แต่พระสารสาสน์ฯ ได้ยกเหตุผลขึ้นมามากมายเพื่อโน้มน้าวนายปรีดี

อย่างไรก็ตาม นายปรีดีเห็นว่า การขอเดินทางไปรัสเซียของพระสารสาสน์ฯ มีเจตนาดีต่อประเทศ และเห็นว่า พระสารสาสน์ฯ เป็นคนหัวรั้น ชอบเถียง (นายปรีดี, 2517, 29) หลังพระสารสาสน์ฯ พ้นข้อกล่าวหาอาชญากรสงครามในช่วงหลังสงครามแล้ว เขาขอไปเป็นทูตประจำรัสเซียอีก (จะกล่าวต่อข้างหน้า)

สมหมาย ฮุนตระกูล ครั้งเป็นนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ในญี่ปุ่น (2483) และหนังสือ Money and Banking in Japan ดุษฎีนิพนธ์ของพระสารสาสน์ฯ

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ฝ่ายสัมพันธมิตรโดยสหรัฐอเมริกาได้เข้ายึดครองญี่ปุ่นเพื่อปลดอาวุธ แต่สหรัฐประสบปัญหาอย่างมากในการจัดการกับระบบไซบัทสุลง ร.ท.สมหวัง สารสาส (2455 – 2540) เป็นบุตรชายคนโตของพระสารสาสน์ฯ จบการศึกษาปริญญาโทด้านเคมีปรมาณูจากมหาวิทยาลัยซอร์บอน เขากลับมาประจำการในกองทัพในช่วงรัฐบาลจอมพล ป.

สมหวังมีบทบาทในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับรัฐบาลไทยในช่วงสงคราม ต่อมาในช่วงปลายสงคราม เขาอ้างว่าได้ช่วยงานนายปรีดีด้วยการเดินทางไปดูลาดเลาการทหารของญี่ปุ่นที่จีนและแมนจูเรีย เขาได้รายงานสถานการณ์ที่ญี่ปุ่นให้นายปรีดีทราบ นายปรีดีแจ้งว่าให้พระสารสาสน์ฯ รีบเดินทางกลับไทย เพราะญี่ปุ่นจะถูกสัมพันธมิตรโจมตีหนัก

สมหวังอ้างว่า ได้ส่งหนังสือของพระสารสาสน์ฯ เรื่อง Money and Banking in Japan ให้นักการทูตสหรัฐประจำไทย เพื่อแนะนำให้นายพลแมคอาเธอร์อ่าน หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวที่อธิบายการเงินการคลังของญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ ในที่สุด สหรัฐสามารถทำลายระบบไซบัทสุลงได้ ได้ส่งผลให้บริษัทใหญ่ๆ ที่ควบคุมการเงิน เช่น มิตซูบิชิ ได้กระจายหุ้นออกเป็นรายย่อย (สมหวัง สารสาส, 2540, 105)

ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลได้ดำเนินการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงคราม อย่างไรก็ตาม นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้ขึ้นให้การเป็นพยานช่วยเหลือพระสารสาสน์ฯ ตามข้อกล่าวหาเป็นอาชญากรสงคราม

นายปรีดีสรุปความรู้สึกนึกคิดของคนไทยที่ได้รับการศึกษาครึ่งๆ กลางๆ นั้นไม่ค่อยชอบพระสารสาสน์ฯ เพราะว่าพระสารสาสน์ฯ เป็น Socialist และไม่ชอบเพราะพระสารสาสน์ฯ ชอบเขียนหนังสือ ถูกมองว่าเป็นคนอวดดีและ “ชอบเล่นการเมือง” (นายปรีดี, 2517, 52, 56-57)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (4)
เชลยศึกสงครามลาว (36)
‘ตู้เย็น’ ในเรื่องสั้นไทยร่วมสมัย
รากฐาน ความคิด ยุค กุหลาบ สายประดิษฐ์ รากฐาน สังคม
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (181)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักญี่ปุ่นนิยมสู่อาชญากรสงคราม (19)
E-DUANG | จากย้าย”ผู้ว่าฯ” ที่ “ภูเก็ต” ถึง ทุจริต สอบ ข้าราชการ
คอหนังห้ามพลาด! เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทย 2026 ระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม 2569
เผยโฉมผู้คิดค้น QR Code ‘สแกนจ่าย’
พฤษภาเลือด คนอำนาจเจริญ บุรีรัมย์ พลีชีพ ภายใต้ พายุ ขัดแย้ง การเมือง
กระแสชาตินิยมสุดโต่ง! บทวิพากษ์ฝ่ายขวาจัดไทย
แบบไหน ถึงจะเป็น ‘AI ที่จริงใจ’