บทความพิเศษ | ศิริชัย จันทวงษ์
สงครามที่น่าอึดอัด
และทางสองแพร่งของปูติน
หากนับตั้งแต่ช่วงที่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 ถึงปัจจุบัน (มิถุนายน 2026) สงครามรัสเซีย – ยูเครนก็ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 4 ปีครึ่งแล้ว
ในห้วงแรกของสงคราม รัสเซียครองความได้เปรียบเหนือยูเครน โดยเข้ายึดครองดินแดนต่างๆ ของยูเครนทั้งทางทิศเหนือ (พื้นที่รอบเมืองหลวง เมืองบูชา (Bucha) และเมืองอีร์ปิน (Irpin) แคว้นแชร์นีฮิว (Chernihiv) และแคว้นซูมี (Sumy)) ทิศตะวันออก (แคว้นลูฮันสก์ (Luhansk) แคว้นโดเนตสก์ (Donetsk) และแคว้นซาโปริชเชีย (Zaporizhzhia) และทิศใต้ (แคว้นเคอร์ซอน (Kherson))
การบุกของรัสเซียในเวลานั้นทำให้สื่อหลายสำนักและนักวิเคราะห์จากหลายประเทศคาดการณ์ว่า ยูเครนจะต้านทานรัสเซียได้ไม่นาน และรัสเซียจะเป็นฝ่ายมีชัยในไม่ช้า
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไป ยูเครนกลับสามารถยืนหยัดต้านทานกองทัพรัสเซียได้ และค่อยๆ ตีโต้จนได้ดินแดนตอนเหนือคืนมาทั้งหมด
ทั้งยังสามารถป้องกันการรุกคืบทางทะเลของกองทัพเรือรัสเซียได้ ทำให้กองทัพเรือรัสเซียไม่สามารถปิดน่านน้ำยูเครน รวมถึงการพยายามขยายปฏิบัติการไปสู่เมืองท่าโอเดสซา (Odessa)
ความสำเร็จของยูเครนในการสกัดกั้นการรุกคืบของรัสเซีย ทำให้ชาติตะวันตกสามารถสนับสนุนยุทธปัจจัยและระดมจัดหาทหารรับจ้างจากชาติพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือยูเครนได้ทัน
สถานการณ์นับจากนั้น จึงเป็นการผลัดกันรุกผลัดกันรับระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซ้ำรัสเซียยังถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ ทำให้ไม่สามารถระดมทรัพยากรมาพิชิตยูเครนได้โดยง่าย
การประเมินขีดความสามารถและสถานการณ์ที่ผิดพลาดของรัสเซีย ทำให้รัสเซียต้องจมปลักอยู่กับสงครามในยูเครน ขณะเดียวกัน ชาติที่เป็นคู่แข่งขันของรัสเซียต่างใช้กลยุทธ์ล่อให้สู้เพื่อบั่นทอนกำลัง (Bait and Bleed)
ผลก็คือ ยิ่งรัสเซียต้องทุ่มเทสรรพกำลังไปในสงครามมากเท่าไร ก็จะยิ่งสร้างความได้เปรียบให้กับสหรัฐและชาติพันธมิตรตะวันตกมากขึ้นเท่านั้น
ในอีกแง่หนึ่ง พันธมิตรที่สำคัญที่สุดของรัสเซียอย่างจีนก็ได้ประโยชน์จากการที่รัสเซียอยู่ในภาวะสงครามที่ไม่อาจเอาชนะยูเครนได้ง่ายเช่นกัน
กล่าวคือ ในมิติการเมืองของจีน การที่พันธมิตรอย่างรัสเซียไม่สามารถเผด็จศึกต่อยูเครนและชาติพันธมิตรตะวันตกได้ นับเป็นความสูญเสียของจีนด้วยในฐานะที่รัสเซียเป็นชาติพันธมิตรสำคัญของจีน
แต่การที่รัสเซียต้องทำสงครามอยู่นาน ไม่สามารถจบสงครามกับยูเครน และถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ ในอีกมุมหนึ่งเป็นผลดีด้านเศรษฐกิจกับจีน เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่าที่ผ่านมารัสเซียต้องพึ่งพาจีนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การที่จีนเป็นผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่จากรัสเซีย และรัสเซียกลายเป็นแหล่งพลังงานราคาถูกที่ป้อนพลังงานให้กับเศรษฐกิจของจีน ดังนั้น ยิ่งรัสเซียอยู่ในสภาวะนี้นานเท่าไร จีนก็จะได้รับประโยชน์มากเท่านั้น
การเป็นผู้ซื้อสินค้าและยุทธปัจจัยต่างๆ จากจีน ช่วยให้รัสเซียพอมีกำลังในการต่อสู้กับการคว่ำบาตรจากตะวันตก รวมถึงความสามารถในการทำสงครามกับยูเครนต่อ แต่ต้นทุนราคาที่ต้องจ่ายให้กับจีนนั้น ก็ไม่ใช่น้อย
เอาที่พอจะสามารถประเมินได้ก็เช่น การอนุญาตให้จีนสามารถตั้งนิคมได้ในภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ทั้งด้านนิคมเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิ์การยกเว้นภาษี
ในบริบทตอนนี้สะท้อนว่า อำนาจในการต่อรองทางเศรษฐกิจของรัสเซียมีไม่มากนัก และผู้ที่ได้ประโยชน์มากกว่าย่อมเป็นจีน และจีนก็ให้ประโยชน์กับรัสเซียแบบค่อนข้างจำกัด
รัสเซียตกอยู่ในฐานะที่การช่วยเหลือจากจีนและพันธมิตรอื่นๆ มาได้แบบไม่สุด ซึ่งตรงกันข้ามกับสหรัฐและชาติตะวันตกก็ช่วยเหลือยูเครนอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันสหรัฐโดยรัฐบาลรีพับลิกัน (Republican) จะมีนโยบายที่อ่อนข้อต่อรัสเซียมากขึ้นก็ตาม แต่รัสเซียก็ยังไม่สามารถพิชิตยูเครนได้
วันนี้เห็นชัดแล้วว่า ยูเครนเองก็ไม่ยอมรับในโชคชะตา และพยายามสู้กับรัสเซียอย่างชนิดที่ว่าจะไม่ยอมเจรจาเด็ดขาด
สภาพการณ์เหล่านี้เป็นบททดสอบพลังอำนาจของปูตินเป็นอย่างมาก ยิ่งนานวันยิ่งลดทอนความน่าเกรงขาม ตลอดจนความนิยมของชาวรัสเซียที่จงรักภักดีต่อปูตินไม่น้อย
ในอีกสมรภูมิหนึ่ง การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ในปฏิบัติการ Epic Fury เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้อิหร่านได้รับความเสียหายในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหารและการผลิตอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งอิหร่านเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือแก่รัสเซียในการจัดหาโดรน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
เมื่ออิหร่านได้รับความเสียหายในด้านนี้ รัสเซียก็พลอยประสบปัญหาการส่งกำลังบำรุงด้านดังกล่าวด้วย มิหนำซ้ำรัสเซียยังต้องเจียดทรัพยากรมาช่วยเหลืออิหร่านในช่วงวิกฤตอีกทาง
ดังนั้น ยิ่งสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยืดเยื้อยาวนานเท่าใด กลายเป็นว่าประเทศที่เกี่ยวข้องบางประเทศกลับจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
สหรัฐกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดที่ยุโรปรับซื้อ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ขณะที่จีนได้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานราคาถูก ส่วนกลุ่มประเทศที่ส่งออกน้ำมันได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
บราซิล อินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฯลฯ ก็ได้ประโยชน์จากการที่ยูเครนไม่สามารถส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสัตว์ได้
ในท่ามกลางไฟแห่งสงครามที่กำลังลุกโชนในที่หนึ่งก็สร้างโอกาสให้กับอีกพื้นที่หนึ่ง สงครามในลักษณะนี้ของรัสเซียและยูเครนจึงดูเหมือนไม่จบได้ง่ายๆ
ในแง่หนึ่ง รัสเซียโดยวลาดิมีร์ ปูติน ก็ไม่อาจที่จะใช้วิธีทำลายล้างยูเครน โดยเฉพาะเป้าพลเรือนแบบไร้มนุษยธรรมได้ เนื่องจากลึกๆ แล้ว ปูตินไม่ได้ต้องการพิชิตแค่เขตแดนยูเครนอย่างเดียว หากแต่ต้องการเข้าปกครองและจัดระเบียบยูเครนในด้านต่างๆ ด้วย
ข้อจำกัดของรัสเซียในมุมนี้ จึงเป็นไปได้ยากที่รัสเซียจะถล่มกรุงเคียฟ หรือสถานที่ที่มีพลเรือนหนาแน่น หรือการทำสงครามแบบไร้รูปแบบดังเช่นสหรัฐกระทำต่ออิหร่าน
รัสเซียเมื่อประสบกับข้อจำกัดนานาประการ และดูเหมือนชัยชนะจะยิ่งห่างไกลออกไปอีก วันนี้เห็นแล้วว่า ยูเครนสามารถพัฒนาขีดความสามารถของตนได้เอง จากกรณีการใช้ฝูงโดรน ถล่มกรุงมอสโกและโรงงานผลิตอาวุธในรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกำลังการผลิตอาวุธของรัสเซียได้พอสมควร จนกระทั่งปูตินต้องปรับแผนโดยการประสานกับเบลารุสในการซ้อมรบทางนิวเคลียร์ เพื่อซักซ้อมกรณีที่ถูกรุกราน
การเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซียและเบลารุสล่าสุดนี้จึงเหมือนเป็นสัญญาณแล้วว่า รัสเซียอาจจะเหลือทางเลือกไม่มากนักในการทำสงครามเพื่อเอาชนะยูเครน
แม้เราไม่อาจรู้ได้ว่าไพ่ในมือปูตินยังเหลือกี่ใบ แต่ถ้าปูตินเริ่มแง้มไพ่ใบนี้ โดยการเริ่มการซ้อมรบทางนิวเคลียร์แล้ว ก็เป็นไปได้ว่า โลกอาจจะกำลังไปสู่ทางแยกสำคัญหรือไม่
คือยูเครนยอมเจรจายุติสงคราม หรือสงครามขยายตัวเป็นสงครามที่ทำลายล้างกันมากขึ้นแบบที่โลกคาดไม่ถึงมาก่อน…
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
