bg-single

คลี่ปมคดี ‘หวย6ล้าน’ อลวน เพื่อนบ้านจำนนต่อหลักฐาน รับสิ้น ‘โลภ’ หวังรวยลัด แพ้เสียงในหัวฉกรางวัลที่ 1

18.06.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด

เงินรางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท ควรจะเปลี่ยนชีวิตหญิงเก็บผักบุ้งขายกำละ 5 บาทให้ลืมตาอ้าปากได้…

แต่มันกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงซากเขม่าถ่านกลางลานนา กับความจริงอันน่าสลด ‘ความซื่อ’ ถูกทรยศอย่างเลือดเย็นด้วย ‘ความโลภ’ ของเพื่อนบ้านที่ไว้ใจที่สุด?

ย้อนกลับไปท่ามกลางแสงแดดแผดเผาของอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ภาพของ ‘ป้าขยัน’ น.ส.สายัญ ดอกไม้ หญิงแกร่งสู้ชีวิตวัย 54 ปี ที่คอยก้มหน้าเก็บผักบุ้งป่าตามหนองน้ำมามัดเป็นกำ เพื่อนำไปวิ่งขายในราคาเพียงกำละ 5 บาท เป็นภาพชินตาของคนในชุมชน ชีวิตที่ต้องตรากตรำประทังชีวิตไปวันๆ เพื่อเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว

เงินหมื่นเงินแสนไม่เคยได้สัมผัส

ทว่าในงวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยคาดฝันก็มาถึง

เธอตัดสินใจเจียดเงินน้ำพักน้ำแรงจำนวน 300 บาท ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเย็บแม็กติดรวมกันมา 3 ใบจากแผงของ ‘เจ๊แห้ง’ แม่ค้าเจ้าประจำ โดยมีใบหนึ่งเป็นสลากการกุศล รหัส 5579 งวดที่ 22 ชุด 08 หมายเลข 173770 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ 1 ในงวดนั้นพอดิบพอดี

เปลี่ยนสถานะของเธอให้กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน

ปมอลเวงเริ่มต้นขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันหวยออก

ป้าขยันผู้ซื่อตรงแต่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็น โทรศัพท์มือถือทำได้เพียงแค่กดรับสายและโทร.ออกเท่านั้น เดินถือสลากทั้ง 3 ใบ ไปหา ‘ป้าแหวว’ เพื่อนบ้านที่สนิทสนมให้ช่วยตรวจรางวัลผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน

โดยมีพยานคือ ยายมน ยายมี และยายเล็ก นั่งอยู่ในบริเวณนั้น

วินาทีที่ผลรางวัลปรากฏ ป้าแหววกรีดร้องด้วยความดีใจ โผเข้ากอดป้าขยันแน่นพร้อมแสดงความยินดี

ทั้งยังชวนไปแจ้งความขึ้นเงินในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดีว่าให้ฝากลอตเตอรี่ไว้กับเธอก่อน

อ้างเก็บไว้กับตัวมันอันตราย เดี๋ยวจะถูกขโมย

ป้าขยันผู้มีใจซื่อบริสุทธิ์และไว้วางใจเพื่อนบ้านอย่างสนิทใจ ยอมส่งขุมทรัพย์เปลี่ยนชีวิตให้เพื่อนบ้านเก็บรักษา

หารู้ไม่ว่า… นั่นคือวินาทีสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นสลากใบนั้น

เพราะในเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเธอเดินทางกลับมาทวงถามด้วยความตื่นเต้น แต่สลากใบที่ถูกรางวัลที่ 1 กลับอันตรธานหายไป เหลือเพียงคำอ้างสั้นๆ จากปากของนายเดช สามีของป้าแหววว่าตรวจในกูเกิลอย่างละเอียดแล้วไม่ถูกรางวัล

ก่อนจะขยำสลากทั้งหมดทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาป้าขยันที่ยืนงงงวยตกตะลึง

เรื่องราวลุกลามกลายเป็นมหากาพย์ดราม่าสะเทือนสังคม เมื่อป้าขยันเกิดความคลางแคลงใจ เลยซื้อใบตรวจรางวัลจากแผงป้าแห้งมาตรวจทานซ้ำจนมั่นใจว่าสลากของตนถูกรางวัลที่ 1 แน่นอน

ป้าขยันรีบย้อนกลับไปรื้อค้นถังขยะสาธารณะหน้าบ้านคู่กรณีจนพบสลากที่ถูกขยำทิ้งไว้

แต่เมื่อนำมาคลี่ออกกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ สลากชุดดังกล่าวเหลืออยู่เพียง 2 ใบ คือหมายเลข 579015 และ 265873

ส่วนใบตรงกลางซึ่งเป็นหมายเลข 173770 ถูกฉีกขาดหายไปไร้ร่องรอย

ป้าขยันและครอบครัวรีบไปพบพนักงานสอบสวน สภ.สวรรคโลก แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

คดีนี้ทวีความเดือดดาลจนกระทั่งฝั่งผู้เสียหายได้ไปเปิดอกคุยในรายการ ‘โหนกระแส’ ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ซักไซ้ไล่เลียงเหตุการณ์จนเห็นเป็นภาพได้ชัดเจน

โดยมีป้าแห้งเจ้าของแผงลอตเตอรี่ยืนยันว่าเป็นผู้ขายสลากให้อีกฝ่ายไปจริงๆ พร้อมโชว์หลักฐานต้นขั้วและภาพถ่ายใบสลากชัดเจน

ขณะที่นายเดช สามีของป้าแหวว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธเสียงแข็ง อ้างไล่ตรวจทีละใบแล้วไม่ถูกรางวัล และยื่นสลากคืนใส่มือป้าขยันไปเองกับมือ

ส่วนสลากจะไปลงเอยในถังขยะได้อย่างไรนั้นไม่ทราบเรื่องเลยสักนิด

หลังรายการจบลงไปด้วยความเคลือบแคลง ทางฝั่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ไม่นิ่งนอนใจ

พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย สั่งการให้ พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.สวรรคโลก นำเทคโนโลยีนิติวิทยาศาสตร์มาฉีกหน้ากากคนโกหก

เจ้าหน้าที่กู้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่แผงลอตเตอรี่ ซึ่งบันทึกภาพป้าขยันขณะขี่จักรยานยนต์มารับสลากในซองพลาสติกที่เขียนชื่อกำกับชัดเจน

ยืนยันว่าสลากรางวัลที่ 1 ขายให้ป้าขยันจริง

เจ้าหน้าที่รีบประสานกองสลากฯ เพื่ออายัดสลากทันที พร้อมส่งโทรศัพท์มือถือของป้าแหววไปตรวจสอบประวัติการเข้าเว็บตรวจผลรางวัล

ส่วนตัวป้าขยันเอง ยังตอกย้ำความบริสุทธิ์ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ด้วยการจัดดอกไม้ธูปเทียนไปยังวัดปากน้ำ วัดเก่าแก่ในพื้นที่ เอ่ยคำสาบานต่อหน้า ‘หลวงพ่อ 4 พี่น้อง’ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวสวรรคโลกให้ความเคารพนับถือมาแต่โบร่ำโบราณ

ในที่สุดม่านบังตาแห่งความลึกลับก็ถูกกระชากออกอย่างสิ้นเชิงในวันที่ 11 มิถุนายน

เมื่อแรงกดดันจากผลการตรวจเช็กประวัติทางดิจิทัลและพยานวัตถุทำให้นายเดชทนต่อไปไม่ไหว ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นคนแอบขโมยสลากรางวัลที่ 1 ของป้าขยันไปจริง

นายเดชยอมรับเต็มปากว่า สาเหตุมาจากคำว่า ‘โลภ’ สถานเดียว

จิตด้านมืดพลุ่งพล่านเข้าครอบงำจิตใจตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 1 มิถุนายน ทันทีที่ทราบเรื่องจากภรรยาว่ามีสลากมูลค่า 6 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ในบ้าน และเห็นว่าป้าขยันเป็นคนซื่อๆ คงหลงลืมข้อเท็จจริงและไม่กล้ามาทวงคืน

ประกอบกับโทรศัพท์ของป้าขยันตรวจหวยเองไม่ได้ จึงวางแผนสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อฮุบเงินรางวัล

นายเดชเล่านาทีแห่งความละโมบว่า ในเช้าวันที่ 2 มิถุนายน เมื่อป้าขยันเดินมาทวงสลากคืนก็แกล้งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำทีเป็นกดตรวจเลขให้ดู

โดยจงใจกรอกตัวเลขอื่นที่ไม่ใช่หมายเลข 173770 เพื่อหลอกป้าขยันว่าไม่ถูกรางวัล และอาศัยจังหวะแอบดึงเอาสลากใบที่ถูกรางวัลที่ 1 ซ่อนไว้ในกระเป๋า ก่อนจะส่งคืนสลากอีก 2 ใบที่เหลือคืนไป

แผนการทำท่าว่าจะราบรื่น แต่เมื่อเรื่องราวเริ่มแดงกลายเป็นข่าวใหญ่โตระดับประเทศและตำรวจเริ่มระดมกำลังเข้ามาสืบสวน ทำให้เกิดความหวาดกลัวความผิดแอบนำสลากรางวัลที่ 1 ตัวจริงเสียงจริงไปเผาทิ้งกลางทุ่งนา

หวังทำลายหลักฐานลบล้างความผิด

ถึงลุงเดชจะอ้างว่าลงมือทำคนเดียว แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด

‘ผู้กำกับนิคม’ นำกำลังควบคุมตัวนายเดชลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุบริเวณกลางลานนา ค้นหาเศษซากขี้เถ้าและร่องรอยการเผาสลาก แม้สภาพพื้นที่จะเป็นอุปสรรคเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ป้าแหววถูกเชิญตัวกลับเข้าห้องสอบสวนเครียดอีกครั้ง ป้าแหววยอมรับในภายหลังว่าช่วยตรวจรางวัลจริง แต่ตรวจจากโซเชียลมีเดียเท่านั้น

พยานหลักฐานและพฤติการณ์ทั้งหมดบ่งชัดว่าป้าแหววเป็นผู้นำและเก็บรักษาสลากใบดังกล่าวไว้ตั้งแต่แรก เลยถูกแจ้งข้อหาในฐานความผิด ‘ร่วมกันลักทรัพย์’ ส่วนนายเดชถูกแจ้งข้อหา ‘ลักทรัพย์’ และอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย

แม้ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาแล้ว แต่ความทุกข์ใจของครอบครัวป้าขยันยังไม่สิ้นสุด

เพราะคำอ้างที่ว่า สลากถูกเผาทำลายไปแล้ว กลายเป็นปมสำคัญในการขอรับเงินรางวัล

พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า ป้าขยันยังมีโอกาสได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาทอย่างแน่นอน

โดยต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการของศาลยุติธรรม 2 ประการด้วยกัน

1. ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้ครอบครองสลากใบนั้นจริง คดีนี้มีทั้งภาพถ่ายแผง ภาพวงจรปิด และคำรับสารภาพของผู้ต้องหาเป็นพยานหลักฐานเชิงประจักษ์

2. ต้องพิสูจน์ว่าสลากใบนั้นเป็นสลากจริงที่ออกโดยกองสลากและถูกรางวัลจริงไม่ใช่สลากปลอม กรณีนี้เป็นสลากการกุศลที่มีรหัสและต้นขั้วระบุชัดเจน

องค์ประกอบทั้งสองประการนี้ต้องให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์

แต่ป้าขยันต้องดำเนินการยื่นฟ้องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อศาลยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม

ส่วนประเด็นการตั้งคณะอนุกรรมการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นมาพิจารณาข้อเท็จจริงโดยไม่พึ่งคำพิพากษาศาล

พ.ท.หนุนชี้แจงว่า การพิสูจน์สิทธิ์ต้องให้ได้ข้อยุติขั้นสูงสุดในชั้นศาลยุติธรรม หากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอง สุดท้ายเรื่องต้องเข้าสู่กระบวนการศาลอยู่ดี

เนื่องจากศาลเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสูงสุดในการทำให้คดีได้ข้อยุติ

หากไม่ใช้กระบวนการศาล อาจเกิดความวุ่นวายในอนาคตหากมีผู้แอบอ้างกรณีลักษณะนี้อีก

ทั้งนี้ การจ่ายเงินรางวัลไม่จำเป็นต้องรอผลคดีถึงศาลฎีกา เพียงแค่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาชี้ขาดว่าสิทธิ์เป็นของป้าขยัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็พร้อมจ่ายเงินรางวัลทันที

ส่วนกรณีการซื้อสลากเกินราคาต้องแยกพิจารณาเป็นคนละส่วน การซื้อเกินราคาถือเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนการขึ้นเงินรางวัลยึดตามองค์ประกอบความถูกต้อง หากผู้ขอขึ้นเงินเป็นผู้ครอบครองสลากจริง สลากนั้นถูกรางวัลและเป็นสลากจริง

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องจ่ายเงินรางวัลตามหน้าที่

คดีหวยอลเวงที่สวรรคโลกฉายภาพสะท้อนของความโลภที่สามารถเปลี่ยน ‘มิตรภาพเพื่อนบ้าน’ ให้กลายเป็น ‘โจรผู้ร้าย’ ได้ในชั่วข้ามคืน

สังคมไทยต้องถอดบทเรียนจากคดีนี้ร่วมกัน ความยากจนไม่ใช่ตราบาป และความซื่อสัตย์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ใครมาฉกฉวยรังแก

เงินบาปที่ได้มาจากการทรยศหักหลังผู้บริสุทธิ์ มันไม่นำมาซึ่งความร่ำรวย ท้ายที่สุดระบบยุติธรรมต้องลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

แม้ลอตเตอรี่ตัวต้นเรื่องจะกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านไปแล้วก็ตาม แต่มันได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และกฎหมายยังคงทำหน้าที่โอบอุ้มและมอบความเป็นธรรมให้กับคนยากไร้เสมอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

MatiTalk ผู้กำกับ-คนเขียนบท-นักแสดง ทนายปีศาจ ถอดหน้ากากยุติธรรมไทย ทำไมกล้าเล่า เจออะไรมา
คลี่ปมคดี ‘หวย6ล้าน’ อลวน เพื่อนบ้านจำนนต่อหลักฐาน รับสิ้น ‘โลภ’ หวังรวยลัด แพ้เสียงในหัวฉกรางวัลที่ 1
สฤษดิ์ดังหวังพระหฤทัย
CKPower กำไรโต 81% ชูกลยุทธ์ C-K-P ปั้นฐานพลังงานสะอาดไทย หนุนเป้าหมาย Net Zero
E-DUANG | พลัน ไชยชนก พบ รักชนก “พี่มันแกว” คือ “ตัวแปร”
สุดารัตน์ ถามประชาชนจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบ คดีฮั้วเลือก สว.ได้ ?
เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ