E-DUANG
เหตุปัจจัยใดทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องสวมรองเท้าคอนเวิร์สเดินคนละทางกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ทั้งๆที่ 2 คนนี้เคยได้สมญาว่าเป็นพี่น้อง “3 ป.”
ทั้งๆที่ 2 คนรู้จักกันตั้งแต่แรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับราชการในร่มเงาแห่ง”บูรพาพยัคฆ์”โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นพี่ใหญ่
เติบใหญ่มาบนเส้นทางเดียวกันกระทั่งดำรงตำแหน่งเป็น”ผู้บัญชาการทหารบก”
เริ่มจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์สุวรรณ บนพื้นฐานแห่งแนวทาง”พี่มีแต่ให้”
จนในที่สุดร่วมอยู่ในสถานเดียวกัน ไม่ว่าเมื่อรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าเมื่อรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น”นายกรัฐมนตรี”
ไม่ว่าในห้วงหลังรัฐประหาร ไม่ว่าในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ภายใต้ธงนำแห่ง”พลังประชารัฐ”
กระนั้น ในที่สุดพี่น้อง”3 ป.”ก็สร้างดาวกันคนละดวง
ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง”3 ป.”มิได้เกิดขึ้นเมื่อหมดอำนาจในทางการทหารและในทางการเมือง
หากเกิดขึ้นใน”ระหว่าง”การอยู่ใน”อำนาจ”
เมื่อมองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกรัฐมน ตรี เมื่อมองไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จะมองผ่านบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ได้
ยิ่งหากมองผ่านบทบาทของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยิ่งมีความชัดเจน
ชัดเจนก่อนการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
และชัดเจนกระทั่งกลายเป็นความกระจ่างภายหลังเกิดสถาน การณ์เดือนสิงหาคม 2566 เมื่อเกิดรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ
สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็สามารถเห็นได้ในเดือนสิงหาคม 2566
และมีความชัดเจนเป็นลำดับในปัจจุบัน
ตัวอย่างแห่งการร่วมและแยกห่าง ตัวอย่างแห่งการเป็นมิตรและเป็นศัตรูเห็นได้มากมายในการเมือง
ไม่ว่าการเมือง”โลก” ไม่ว่าการเมือง”ไทย”
อย่างเช่นการร่วมมือกันของ”คณะราษฎร” การแยกออกมาเป็น”คณะรัฐประหาร”
ทั้งที่เป็น”ทหาร” ทั้งที่เป็น”พลเรือน”
จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจทั้งในห้วงที่ยังไม่ได้มีอำนาจ และในห้วงที่อยู่ในอำนาจ
ไม่ว่ายุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ว่ายุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ไม่ว่ายุค พล.อ.สุจินดา คราประยูร ไม่ว่ายุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นความขัดแย้งทั้งเมื่ออยู่ในอำนาจ และทั้งเมื่อต้องสูญเสียอำนาจ
คำว่า”ร่วมเป็นร่วมตาย”ก็ไม่หนีไปจากกฎแห่งอนิจจัง
การศึกษาบทเรียนในอดีตไม่ว่ายุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ว่ายุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
จึงมีความสำคัญและทรงความหมาย
ยิ่งกรณีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยิ่งมากด้วยคุณค่า
บนเส้นทางแห่ง”อำนาจ”บนเส้นทางแห่ง”ผลประโยชน์”
