เปิดโผ ตท.26 ‘บิ๊กตั้ม’ ฉลุย นั่งปลัด กห. จับตา 5 เสือ ทบ.ในมือ บิ๊กปู ทร.สยบคลื่นใต้น้ำ ฟริเกต ‘บิ๊กโอ๋’ เต็ง 1-ชง เพิ่ม ‘ผช.ผบ.ทร.’
รายงานพิเศษ
เปิดโผ ตท.26
‘บิ๊กตั้ม’ ฉลุย นั่งปลัด กห.
จับตา 5 เสือ ทบ.ในมือ บิ๊กปู
ทร.สยบคลื่นใต้น้ำ ฟริเกต
‘บิ๊กโอ๋’ เต็ง 1-ชง เพิ่ม ‘ผช.ผบ.ทร.’
ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ชั้นนายพล หรือโผทหาร เก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม กำลังถูกจับตามอง เพราะเป็นตำแหน่งที่แคนดิเดต ที่เป็นเพื่อนเตรียมทหาร 26 เป็นคู่ชิง ทั้ง รองตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกลาโหม กับ เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.
แต่ พล.อ.ศรัณย์ได้เปรียบกว่า เพราะ

1. เป็นรองปลัดกลาโหมที่อาวุโส ครองอัตราพลเอกพิเศษ และจ่ออยู่แล้ว ขณะที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นพลเอกธรรมดา ที่แม้ว่าในอดีตจะเคยมีนายทหารยศพลเอกธรรมดาข้ามจาก 5 เสือกองทัพบก มาเสียบเป็นปลัดกลาโหมแล้วหลายคนก็ตาม
แต่ที่กลาโหมงัดกฎอาวุโสที่ว่า พลเอกจากนอกกลาโหม จะข้ามมาเสียบเป็นปลัดกลาโหมได้ ก็ต่อเมื่อรองปลัดกลาโหม (เหล่า ทบ.) ที่มีอยู่เกษียณราชการหมด
แต่ครั้งนี้ พล.อ.ศรัณย์ยังมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570

2.บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกลาโหมคนปัจจุบันที่กำลังจะเกษียณราชการ คาดว่าจะสนับสนุน พล.อ.ศรัณย์ ให้ขึ้นเป็นปลัดกลาโหมคนใหม่แทน เพราะนอกจากเป็นรองปลัดกลาโหมต่อคิวอยู่แล้ว ยังเป็นคนที่บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ อดีตปลัดกลาโหม สายบ้านป่ารอยต่อฯ ได้วางตัวเอาไว้
อีกทั้ง พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ธราพงษ์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 และเป็นสายบ้านป่ารอยต่อฯ มาด้วยกัน
จึงไม่แปลกที่ในกระทรวงกลาโหมเริ่มมีสัญญาณบางประการ ในการเปิดทางให้ พล.อ.ศรัณย์เป็นปลัดกลาโหมคนใหม่ ทั้งการได้รับการให้ความสำคัญจาก พล.อ.ธราพงษ์ ในการร่วมคณะทำภารกิจสำคัญต่างๆ
โดยเฉพาะการเตรียมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ของกองทัพเรือ ที่ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมต้องลงเรือพระราชพิธีด้วย เนื่องจากพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งในเวลานั้น พล.อ.ธราพงษ์เกษียณราชการไปแล้ว ก็ต้องเป็นปลัดกลาโหมคนใหม่ทำหน้าที่แทน
นอกจากนี้ ในข่าวสารของกระทรวงกลาโหม หากภารกิจใดของ พล.อ.ธราพงษ์ โดยมี พล.อ.ศรัณย์มาร่วมด้วย ก็จะต้องระบุชื่อ พล.อ.ศรัณย์ ในเอกเอกสารข่าวของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมด้วย

3.ด้วยธรรมเนียมของการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพล คณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายหรือบอร์ด 7 เสือกลาโหม ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 แล้ว เป็นอำนาจของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในการเสนอชื่อ โดยที่ฝ่ายการเมืองไม่สามารถแทรกแซงหรือสั่งการได้
อีกทั้งปรากฏชัดว่าในการโยกย้ายหลายปีที่ผ่านมา ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 5 มีอำนาจเต็มมือ สามารถยืนยันและยืนกรานตามข้อเสนอของตนเอง
โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แม้ว่า รมว.กลาโหมหรือแม้แต่นายกรัฐมนตรีจะเจรจาต่อรองใดๆ ก็ตาม

4.มีกระแสข่าว จากในเตรียมทหารรุ่น 26 ว่า บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับทั้ง พล.อ.ศรัณย์ และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ก็สนับสนุนให้ พล.อ.ศรัณย์ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยจะส่งชื่อ พล.อ.ชัยพฤกษ์ไปแข่งขัน จนทำให้เป็นที่จับตามองในเรื่องความสัมพันธ์ภายในรุ่นเกิดขึ้น
แต่มีรายงานว่าระหว่าง พล.อ.ศรัณย์ กับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ได้เคยมีการพูดคุยกันแล้วว่า จะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นจากการเป็นแคนดิเดตชิงปลัดกลาโหม โดยให้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาในการตัดสินใจ ความเป็นเพื่อนจะยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิม
โดยมีรายงานข่าวว่า พล.อ.พนาได้เตรียมส่งชื่อเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อที่จะมาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมและจ่อคิวเป็นปลัดกลาโหมต่อจาก พล.อ.ศรัณย์ ในตุลาคม 2570
เช่น บิ๊กเอก พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.ทบ. เพราะมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 เพื่อระบายความหนาแน่นในระดับ 5 เสือกองทัพบก
นอกจากนี้ เป็นที่น่าจับตามองถึงเส้นทางของ บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. แคนดิเดต ผบ.ทบ. จากเตรียมทหารรุ่น 27 ที่หากพลาดเก้าอี้ ผบ.ทบ.อาจถูกส่งออกไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อรอเป็นปลัดกลาโหม โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 พร้อมกับ พล.อ.อานุภาพ รุ่นพี่ ตท.26
ในขณะเดียวกัน พล.อ.พนาก็คงต้องคิดหนักในการจัดโผ 5 เสือ ทบ.ปีนี้ เพราะต้องเตรียมวางตัวนายทหารที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.คนต่อๆ ไป
เพราะหาก พล.อ.ชัยพฤกษ์ไม่ได้ไปเป็นปลัดกลาโหมและต้องอยู่ ทบ.ต่อ อาจขยับขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ. ครองอัตราพลเอกพิเศษแทน บิ๊กรุ่ง พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ เพื่อนร่วม ตท.26 ที่จะเกษียณตุลาคม 2569 นี้
แต่ตำแหน่งนี้มีกระแสข่าวว่า บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนรัก ตท.26 อีกคน ต้องมานั่ง เพื่อครองอาวุโสและเตรียมขึ้น ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.พนา
เว้นเสียแต่ว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงบางประการเกิดขึ้นในกองทัพภาค 1 และกองทัพบก
เช่น หากมีสัญญาณให้มีการเปลี่ยนเส้นทางของแม่ทัพภาค 1 ใหม่ เช่น ให้ขยับแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 จาก ตท.28 ขึ้นมาเป็น 5 เสือ ทบ. และมาจ่อชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. กับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ เพื่อปรับเปลี่ยนขั้วอำนาจในกองทัพหลังจากที่เตรียมทหารรุ่น 26 ครองอำนาจแบบยกแผงมา 2 ปี ในยุคของ พล.อ.พนา
โดยทั้ง พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ และ พล.ท.วรยส เกษียณราชการตุลาคม 2571 พร้อมกัน ดังนั้น ระหว่าง ตท.26 กับ ตท.28 ทั้งสองคนนี้ ต้องมีแค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่ได้เป็น ผบ.ทบ.
และหาก พล.อ.อมฤตยังคงได้อยู่ต่อใน 5 เสือ ทบ. ก็จะเป็นแคนดิเดตอีกคนจาก ตท.27 ที่จะชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.

เดิมเคยมีกระแสข่าวว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในกองทัพภาค 1 ซึ่งเป็นกองทัพคอแดงกองทัพภาคเดียวของกองทัพบก จากเดิมที่ พล.ท.วรยสจะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.994 ยาวจนเกษียณตุลาคม 2571 เพื่อให้การทำงานทั้งการพัฒนากองทัพภาค 1 และในส่วนของ ฉก.ทม.รอ.904 ต่อเนื่อง และก้าวเข้าสู่การเป็นทหารคอแดงในส่วน ทม.รอ.ในท้ายที่สุด
แต่ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะการโยกย้ายตุลาคม 2569 นี้ จะเป็นโอกาสสุดท้ายของ พล.ท.วรยส ที่จะขึ้น 5 เสือ ทบ.เพื่อรอชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันรับไม้ต่อจาก พล.อ.พนา
แต่หาก พล.ท.วรยสขึ้นมาเป็น 5 เสือ ทบ. ก็จะยิ่งทำให้บุคลากรหนาแน่น ทำให้ต้องส่งออกพลเอกไปเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองปลัดกลาโหม เพื่อให้การจัดโผโยกย้ายลงตัว
ขณะที่เก้าอี้เสนาธิการทหารบกก็มีความสำคัญ เป็นช่วงที่มีปัญหาด้านความมั่นคงโดยเฉพาะการสู้รบกับกัมพูชา เพราะหาก พล.ท.วรยสได้ขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. ก็อาจจะนั่งเป็น เสธ.ทบ. จากเดิมที่จับตามองกันว่า รองเสธ.กอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก แกนนำเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นแคนดิเดตจ่อขึ้นเป็น เสธ.ทบ.ก็ตาม
หาก พล.ท.วรยสขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. ในที่สุดก็อาจจะให้ พล.ท.สราวุธย้ายกลับไปเป็นแม่ทัพภาค 1 เข้าสู่ไลน์สายคอมแมนเดอร์อีกครั้ง เพราะแม้จะย้ายเข้า บก.ทบ.มาแล้วหลายเดือน แต่ พล.ท.สราวุธก็ยังได้รับไฟเขียวให้แต่งเครื่องแบบทหารคอแดงต่อไป หากได้ย้ายกลับไปเป็นแม่ทัพภาค 1 อีกครั้ง ก็จะสะดุดเรื่องการเป็นทหารคอแดง
แต่หากไม่ได้ย้ายกลับเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 ก็ต้องวัดดวงว่าจะได้ขึ้นเป็น 5 เสือ ทบ. เพื่อเตรียมจองคิวเป็น ผบ.ทบ.ในอนาคตหรือไม่ เพราะข่าวบางกระแสก็มองว่า พล.ท.สราวุธย้ายออกนอกไลน์ทัพภาค 1 ไปแล้ว
ดังนั้น สมการอำนาจของกองทัพโดยเฉพาะในกองทัพบกจึงไม่มีอะไรแน่นอน และต้องรอดูสัญญาณบางประการ ในการกำหนดทิศทางกองทัพทั้งในส่วนของกองทัพคอแดง กองทัพภาค 1 และกองทัพบก

ขณะที่กองทัพเรือกำลังเป็นที่ฮือฮา และกลับมาจับตามองที่บิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ อีกครั้งในฐานะแคนดิเดต ผบ.ทร.คนใหม่ หลังจากภารกิจในฐานะประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่อเรือฟริเกตของกองทัพเรือลุล่วงไปแล้ว
แม้ว่ากองทัพเรือจะยังไม่ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงผลการคัด แต่กระแสข่าวลือที่ออกมายังหนาหูว่า บริษัท ฮันวา โอเชี่ยน จากเกาหลีใต้ เป็นบริษัทเดียวที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย หลังจากที่อีก 5 บริษัท 4 ประเทศ คือ ฮุนได เกาหลีใต้ ตุรกี สิงคโปร์ และสเปน ตกรอบ
จึงทำให้โอกาสของ พล.ร.อ.กรวิทย์กลับมามีมากขึ้น แม้ว่าจะมีอาวุโสท้ายสุด ในลำดับที่ 16 เมื่อเทียบกับแคนดิเดตคนอื่นๆ ก็ตาม แต่ทว่าเป็น ตท.26 และมีอายุราชการเหลือแค่หนึ่งปี จะเกษียณเกษียณราชการตุลาคม 2570 ที่อาจเป็นสูตรที่ลงตัว ของเตรียมทหารรุ่น 26 ในกองทัพเรือ ที่จะให้เพื่อนร่วมรุ่นนั่งเก้าอี้ ผบ.ทร.คนละ1 ปี คือ จาก พล.ร.อ.กรวิทย์ และต่อด้วย บิ๊กเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร. ที่จะเกษียณราชการตุลาคม 2571
แต่ก็ต้องรอดูผลพวงของโครงการเรือฟริเกต ที่เนื่องจากรูปแบบของการพิจารณาอาจทำให้เกิดการร้องเรียนของบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ชนะเกิดขึ้นได้ และอาจตามมาด้วยปัญหาคลื่นใต้น้ำภายในกองทัพเรือ

นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าจับตามองว่ากองทัพเรือต้องการปรับโครงสร้างในระดับ 5 ฉลามกองทัพเรือใหม่ เพื่อให้การจัดวางตำแหน่งในระดับผู้บริหาร และสายงานรับผิดชอบมีความคล่องตัวมากขึ้นและเป็นแบบธรรมเนียมเดียวกับเหล่าทัพอื่น
เนื่องจากที่ผ่านมากองทัพเรือมี ผช.ผบ.ทร. แค่ 1 ตำแหน่ง แต่มีผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ที่คุมกำลังรบทางเรือ เป็นเสมือนฉลามตัวที่ 5 แต่ในทางธรรมเนียมกองทัพเรือแล้ว ในบางยุคก็มองว่า ผบ.กร.ไม่สามารถขึ้นเป็น ผบ.ทร.ได้ จะต้องขยับเป็น ผช.ผบ.ทร.เสียก่อน
ดังนั้น กองทัพเรือจึงมีแผนมาหลายยุคที่ต้องการจะเสนอกลาโหม ขอโยกอัตราพลเรือเอก เช่นจากที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มาเป็น ผช.ผบ.ทร. คนที่ 2
เพราะเดิม ผช.ผบ.ทร.จะดูแลรับผิดชอบเรื่องกำลังพล ศึกษาอบรม สวัสดิการ เป็นหลัก
ถ้าหากมีเพิ่มอีกคน ก็จะมาช่วยดูเรื่องอื่นๆ และอาจจะเป็นพรรคเหล่าอื่นได้ เช่น นาวิกโยธินหรือพรรคกลิน ให้มาดูเรื่องเฉพาะทางได้ และเป็นการเปิดช่องให้เหล่าพรรคอื่นนอกเหนือจากพรรคนาวินได้เติบโตได้ถึง 5 ฉลามทัพเรือ แม้ว่าจะขึ้นเป็น ผบ.ทร.ไม่ได้เพราะตามธรรมเนียมประเพณีแล้วจะต้องเป็นพรรคนาวินเท่านั้น
ดังนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จึงมักจะทำให้บรรยากาศในกองทัพมีความตึงเครียด ทั้งในส่วนของกลาโหม กองทัพเรือ กองทัพบก
และโดยเฉพาะกองทัพภาค 1 ที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง ว่าจะมีสัญญาณพิเศษใดออกมาหรือไม่
เพราะการจัดวางตัวแม่ทัพ นายกอง และตำแหน่งสำคัญ การบริหารจัดการ และแชร์อำนาจ ที่ลงตัวทุกขั้วรุ่น ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายใน ในยามที่ศึกนอกร้อนระอุ เช่นนี้
