ครั้งหนึ่งในชีวิต-ฝันที่เป็นจริง ไปดูฟุตบอลโลก โชกฝน ที่สนามฟิลาเดลเฟีย
รายงานพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
ครั้งหนึ่งในชีวิต-ฝันที่เป็นจริง
ไปดูฟุตบอลโลก โชกฝน
ที่สนามฟิลาเดลเฟีย
ผมเคยมีความฝันว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องได้ดูการแข่งขันฟุตบอลโลกในสนามจริงๆ เห็นนักฟุตบอลตัวเป็นๆ วิ่งอยู่ในสนามสักครั้ง
ดังนั้น เมื่อการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 เจ้าภาพร่วมคือ เม็กซิโก, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เวียนมาถึง ผมจึงไม่รอช้า รีบทำให้ความฝันเป็นจริง
ผมเริ่มศึกษาโปรแกรมแข่งขันตั้งแต่เปิดให้จองตั๋วตอนต้นเดือนมีนาคม เลือกสนามใกล้บ้านที่สุด คือสนาม Lincoln Financial Field ห่างแค่ 68 ไมล์ ปกติขับรถแค่ 1 ชั่วโมง 17 นาที แต่วันแข่งจริงใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะรถติดมาก ทุกคนมุ่งสู่สนามแข่ง
จองตั๋วดูวันที่ 22 มิถุนายน 2026 คู่ฝรั่งเศสกับทีมไหนยังไม่รู้ที่จะผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา ไม่เป็นไร อย่างน้อยขอให้ได้เห็น Mbappe ยิงประตูสักครั้ง
วันจองตั๋ว เปิดดูทุกเว็บไซต์ให้ราคาเริ่มต้นที่ละ $730 เจอเว็บชื่อ GoTickets ให้ราคา $530 หรือประมาณ 16,960 บาท ($1=32 บาท) ราคาดีที่สุด รีบจองเลย 3 ที่ เพราะสัญญาไว้หลายปีก่อนกับหลานชายลูกของคนไทยที่เคารพนับถือกันว่าจะพาเขาไปดูฟุตบอลโลก
วันนั้น มีแต่ผังที่นั่งคร่าวๆ ว่าตั๋วเราอยู่แถวไหน แต่ไม่ค่อยสนใจ เพราะไม่มีโอกาสเลือกที่นั่ง ได้มาตรงไหนก็ตรงนั้น
ที่ได้มาคือประมาณกึ่งกลางของอัฒจันทร์ชั้นล่าง (มี 3 ชั้น) เยื้องหลังประตู ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก เห็นตอนยิงประตูกระจะตา

ถึงเวลาจริง คนข้างกายติดงานมาดูไม่ได้ ต้องให้คุณแม่ของหลานชายมาดูแทน
เธอขับรถมารับที่บ้านเรดดิ้งตอนเที่ยงวัน ตอนเริ่มออกเดินทางมีฝนตกนิดหน่อย ถึงช่วงกลางไม่มีฝน แต่พอจวนถึงที่จอดรถที่ซื้อไว้ล่วงหน้าราคา $130 ฝนเทลงมาหนัก จอดรถ กินฮอตด็อกในรถ ใช้เวลาเดินทางมาเกือบ 2 ชั่วโมง
ผมใส่เสื้อเชียร์เขียน World Cup 26- U.S.A., CANADA, MEXICO
สองแม่ลูกใส่เสื้อเชียร์ฝรั่งเศส
ฝนยังตกหนัก ต้องใส่เสื้อปันโช่ (เสื้อกันฝน) เดินย่ำน้ำไปยังสนาม FIFA เพิ่งส่งโค้ดตั๋วผ่านประตูมาให้ตอนบ่าย 2 โมง เมื่อประตูสนามเปิด นั่นเป็นวิธีการควบคุมความปลอดภัยในการเข้าประตู
ต่อคิวเข้าสนามเลื้อยไปเลื้อยมาตามโค้ดแถวที่นั่ง มีกองเชียร์อิรักล้อมวงตีกลองอยู่ด้านข้าง ได้ฉายภาพกับสาวกองเชียร์อิรัก ตอนช่องเข้าประตูมีช่องพิเศษให้ผู้อาวุโสเข้าประตูได้ก่อน
เข้าในเขตสนาม แวะซื้อ Coke รับถ้วยพิมพ์ข้อความฟุตบอลคู่ France – Iraq จัดให้เป็นที่ระลึก
ฝนหยุดตกแล้ว เข้านั่งประจำที่ตั้งแต่ยังไม่บ่าย 3 โมง กำหนดเริ่มแข่ง 5 โมงเย็น คนดูกำลังทยอยเข้าสนาม มีที่ว่างให้โพสท่าถ่ายรูปที่ระลึกเก็บไว้เป็นความทรงจำ นักกีฬาสองฝ่ายกำลังวอร์มในสนาม

ก่อนถึงเวลาแข่ง พิธีการเริ่มจากสกอร์บอร์ดขึ้นภาพธงชาติอเมริกาและวิถีอเมริกัน พร้อมการบรรเลงเพลงชาติในฐานะเจ้าภาพ หลังจากนั้นเริ่มพิธีเปิดการแข่งขัน เจ้าหน้าที่นำธงชาติผืนใหญ่ของคู่แข่งถือม้วนมาคลี่กลางสนาม กรรมการเดินนำนักกีฬา 2 ทีมเข้าสนาม
สกอร์บอร์ดขึ้นธงชาติพร้อมบรรเลงเพลงชาติฝรั่งเศส
ตามมาด้วยธงชาติอิรักพร้อมบรรเลงเพลงชาติอิรัก
เป็นการทำพิธีเปิดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ อลังการ ศักดิ์สิทธิ์กว่าการดูผ่านจอทีวียิ่งนัก
เริ่มนับถอยหลังสู่นาทีเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันตอน 5 โมงเย็นตรงตามเวลา สกอร์บอร์ดขึ้นภาพกองเชียร์ของสองประเทศพร้อมเสียงเชียร์สลับกันไปมาในบรรยากาศที่เร้าใจมาก ฝรั่งเศสร้องเพลงเชียร์ประสานเสียง ในขณะที่อิรักส่งเสียงเชียร์พร้อมตีกลอง
อิรักเข้ารอบ World Cup เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี
กรรมการและผู้กำกับเส้นเป็นแคนาเดียน
ครึ่งแรก ประตูฝรั่งเศสอยู่ด้านที่ผมนั่ง จึงเห็นการบุกของฝรั่งเศสอยู่อีกฟากของสนาม เพราะฝรั่งเศสเป็นฝ่ายบุกมากกว่า
นาทีที่ 14 ได้เห็น Mbappe ยิงลูกสวยงามเข้าประตูอิรัก ความฝันที่วาดหวังไว้เป็นจริง
ผมร่วมในบรรยากาศการเชียร์ด้วยการร่วมเล่น Wave หลายรอบ คลื่น Wave วนไปรอบสนาม วนจากอัฒจันทร์ชั้นล่างขึ้นไปจนถึงอัฒจันทร์ชั้นสามบนสุด เป็นภาพที่งดงามมาก
อิรักบุกขึ้นมาได้ลูกเตะมุมด้านขวา แลเห็นเล่นกันอยู่ตรงหน้าชัดเจน อิรักทำอะไรฝรั่งเศสไม่ได้

เหลืออีก 10 นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก ฝนเทลงมาเม็ดใหญ่ ต้องหยิบปันโช่ขึ้นมาสวม พอหมดเวลา ทางสนามประกาศให้ผู้ชมออกจากสนาม เพราะอาจจะมี Thunder Storm-ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น
บรรดาผู้ชมจึงต้องออกมายืนเบียดเสียดด้านใต้ถุนอัฒจันทร์ ยืนแน่นขนาดหัวไหล่ชนกัน คิวซื้ออาหารและน้ำดื่มยาวเหยียด เว็บไซต์ของ FIFA บอกว่าการแข่งขันจะเริ่มตอน 7 PM นั่นคืออีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
ใกล้เวลา 1 ทุ่ม ผู้ชมทยอยเข้าไปนั่งในสนาม ผมเข้านั่งประจำที่ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือฝนเทลงมาหนาเม็ดยิ่งขึ้น โชกฉ่ำไปหมด เม็ดฝนกระทบเสื้อปันโช่จนรู้สึกเจ็บทั่วไหล่หลัง สกอร์บอร์ดขึ้นตัวอักษรว่า จะยังไม่มีการแข่งขันจนกว่าจะมีความรู้สึกว่าปลอดภัยแล้ว
ผู้คนกลับออกไปยืนเบียดเสียดกันใต้ถุนอัฒจันทร์อีกครั้ง ผมอยู่ในสภาพย่ำแย่เพราะยัง Jet Lag อยู่ เนื่องจากเพิ่งบินกลับเข้าอเมริกาเมื่อสามวันที่แล้วเอง ต้องยืนพิงกำแพงติดกับถังขยะ ประคองตัวไม่ให้ล้ม อยู่ในสภาพยืนหลับ หนุ่มสาวหลายคนลงนั่งเรียงรายพิงกำแพง
จนเกือบหนึ่งชั่วโมง จอทีวีฉายภาพการเตรียมสนาม เจ้าหน้าที่ 4 คนยืนเรียงแถว เอาที่ถูพื้นเดินเรียงหน้ารีดน้ำจากผิวหญ้าเห็นเป็นสายขาว เดินขับน้ำออกไปที่ขอบสนาม
คนดูกลับเข้าสนาม ฝนขาดเม็ด เกมเริ่มต้น กรรมการเป่าแข่งขันตอน 2 ทุ่มตรง คราวนี้ทุกคนยืนดู เพราะเก้าอี้นั่งเปียกหมด
ประตูอิรักย้ายข้างมาอยู่ตรงหน้า เห็นเกมการบุกของฝรั่งเศสชัดเจน
นาทีที่ 54 แบ๊กอิรักเขี่ยลูกตั้งเตะหน้าประตู แทนที่จะส่งลูกไปให้ไกลกลับเขี่ยลูกส่งไปให้ผู้รักษาประตูที่ยืนอยู่อีกด้าน ผู้เล่นฝรั่งเศสเข้าฉกลูกไปกิน ปาดส่งให้ Mbappe ยิงเข้าประตูสุดสวย
ฝรั่งเศสขึ้นนำ 2 : 0 ฝีมือ Mpappe ทั้ง 2 ลูก
นาทีที่ 66 เดมเบเล่ ดาราดังของฝรั่งเศสอีกคนยิงประตูที่ 3
สกอร์บอร์ดขึ้นตัวเลขว่า นัดนี้มีผู้ชม 68,384 คน ดังนั้น ตอนที่ทุกคนออกไปนอกสนาม ยืนอัดแน่นใต้ถุนอัฒจันทร์จึงอัดแน่นเหมือนปลากระป๋อง
นาทีที่ 89 Mbappe หลุดเดี่ยว แต่ยิงข้ามคานไป แล้วเขาโดนเปลี่ยนออกนาทีนี้ หมดโอกาสทำ hat trick
ณ ขณะนั้น Mbappe ทำ 16 ประตู จาก World Cup 2 ครั้ง และทำ 12 ประตูจากการลงสนาม 12 นัดหลัง
ตลอดเวลาเสียงเชียร์ของทั้งสองฝ่ายดังสนั่น ภาพการเชียร์และเสียงขึ้นสกอร์บอร์ดต่อเนื่อง
ผลการแข่งขัน ฝรั่งเศส 3 : 0 อิรัก
ฝรั่งเศสเข้ารอบ อิรักตกรอบ
กองเชียร์ฝรั่งเศสประสานเสียงฉลองชัย โบกธงชาติพลิ้วไหวรอบอัฒจันทร์ เป็นบรรยากาศบอลโลกอันตราตรึง
เดินย่ำน้ำฝนเฉอะแฉะไปยังที่จอดรถ ใช้เวลานานมากกว่าจะหลุดออกมาได้
คนทั่วไปใช้เวลาดูฟุตบอล 90 นาที แต่ฟุตบอลโลกคราวนั้น ผมใช้เวลา 4 ชั่วโมง สุดคุ้ม
ไปดูฟุตบอลโลกใช้เวลาไปกลับ 11 ชั่วโมง
หลานชายอายุ 15 ปี เกิดในอเมริกา เรียนอยู่เกรด 10 มีคำถามว่า
“เมื่อไหร่ไทยแลนด์จะได้มา World Cup เสียที”
มาดามแป้งช่วยตอบด้วย
