สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
คนไทยและเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีภูมิปัญญาแต่โบราณนำเอาพืช 2 ชนิดนี้มาทำกระดาษ ได้แก่ ต้นข่อย (Streblus asper Lour.) และต้นปอสา (Broussonetia papyrifera (L.) L’H?r. ex Vent.) เฉพาะในประเทศไทยหลักฐานเชิงประจักษ์ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ การจดบันทึกตำรา วรรณคดี และหลักธรรมทางศาสนาจะปรากฏในเอกสารที่ทำมาจากข่อยหรือปอสานี่เอง
แต่ดินแดนของพระพุทธศาสนาในแถบเทือกเขาหิมาลัยนิยมทำกระดาษ ที่นำมาใช้บันทึกตำรา วรรณคดีและหลักธรรมทางศาสนาจากต้นกระดาษอินเดีย (Indian papertree) หรือกระดาษเนปาล (Nepalese paperbush) ภาษาพื้นเมืองเนปาลเรียกว่า “Argeli” (อาร์เกลี) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Edgeworthia gardneri (Wall.) พืชสกุลนี้ทั่วโลกมีเพียง 5 ชนิดเท่านั้น คือ
1) Edgeworthia albiflora Nakai 2) Edgeworthia eriosolenoides K.M.Feng & S.C.Huang ทั้ง 2 ชนิดพบเฉพาะในประเทศจีน ส่วนชนิดที่ 3) Edgeworthia longipes Lace พบเฉพาะในอัสสัมและพม่า ชนิดที่ 4) Edgeworthia chrysantha Lindl. เป็นพืชท้องถิ่นของจีนและเมียนมา แต่มีการนำเข้าไปปลูกเป็นการค้าในรัฐจอร์เจียของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและเกาหลี ชนิดที่ 5) Edgeworthia gardneri (Wall.) Meisn. แต่มีเพียงชนิดที่ 4) และ 5) ที่ยังนิยมนำมาทำเป็นกระดาษและใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรในหลายประเทศ
กล่าวเฉพาะชนิดที่ 5) Edgeworthia gardneri (Wall.) Meisn.จัดอยู่ในวงศ์ Thymelaeaceae (วงศ์กฤษณาหรือวงศ์ปอสา) เป็นพืชท้องถิ่นของจีน รวมถึงกลุ่มประเทศในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก (ภูฏาน สิกขิม) เมียนมา เนปาล ทิเบต เวียดนาม เป็นพืชชนิดหนึ่งที่เติบโตอย่างสง่างามท่ามกลางความหนาวเย็นและระดับความสูงที่เหน็บหนาว และยังเป็นไม้พุ่มที่มีดอกหอมฟุ้งกระจายตามลมหนาวพัดพา และเป็นรากฐานของภูมิปัญญาการทำกระดาษที่สืบทอดกันมานับพันปีด้วย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์มีความอ่อนช้อยคู่กับความแข็งแกร่ง เป็นไม้พุ่มกึ่งผลัดใบหรือเขียวชอุ่มตลอดปี ต้นโตได้ 3-4 เมตร กิ่งก้านที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง คนท้องถิ่นพูดถึงการนำกิ่งมาผูกเป็นเงื่อนได้โดยไม่หัก ใบรูปใบหอก ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดคล้ายกำมะหยี่ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นในสภาพอากาศที่แปรปรวนบนภูเขา ดอกออกปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ (มกราคม-เมษายน) ดอกสีเหลืองทองสดใสผลิบานเป็นช่อทรงกลมหนาแน่น กลีบดอกด้านนอกปกคลุมด้วยขนสีขาวเงินหนาแน่นราวกับสวมเสื้อกันหนาว ส่วนด้านในมีสีเหลืองสดและส่งกลิ่นหอมแรงคล้ายกานพลูหรือน้ำผึ้ง ช่วยดึงดูดแมลงมาผสมเกสร เปลือกลำต้นมีสีแดงอมน้ำตาลและมีเส้นใยยาว แข็งแรง และขาวเนียน ซึ่งคุณสมบัติเด่นชัดนี้เองที่มนุษย์เลือกนำมาใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน
กระดาษจากเปลือกของต้นปอกระดาษเนปาล ไม่เพียงมีคุณสมบัติที่ดีแต่ยังยกย่องให้เป็นกระดาษศักดิ์สิทธิ์ เนื่องด้วยประวัติศาสตร์การผลิตกระดาษนี้ผูกพันอย่างแนบแน่นกับอารยธรรมพุทธศาสนาในแถบหิมาลัย โดยเฉพาะในเนปาล ภูฏาน สิกขิม และทิเบต
การบันทึกพระธรรมคำสอนและบทสวดมนต์ที่ต้องการวัสดุทนต่อสภาพอากาศ ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายและแมลงไม่กัดกิน ชาวพื้นเมืองค้นพบว่าเปลือกของต้นปอกระดาษเนปาลเมื่อนำมาผ่านกระบวนการต้มและทุบ จะได้เส้นใยที่ขาวสะอาดและมีความเหนียวเป็นพิเศษ กระดาษนี้จะนำมาใช้เขียนพระคัมภีร์ที่เก็บไว้นานนับร้อยปีโดยไม่เสียหาย
ในปัจจุบันปอกระดาษเนปาล หรือ Edgeworthia gardneri ไม่ใช่แค่วัชพืชบนภูเขา แต่กลายเป็น “ทองคำสีขาว” ของชาวเนปาล ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ออกเป็นหลายด้าน เช่น ในอุตสาหกรรมการเงินและสิ่งพิมพ์คุณภาพสูง นำมาผสมในการพิมพ์ธนบัตร และที่น่าทึ่งคือการพิมพ์ “ธนบัตรเงินเยน” ของญี่ปุ่น ใช้เส้นใยจากนำปอกระดาษเนปาลช่วยให้ธนบัตรทนทานต่อการพับ การดึงรั้ง และการปลอมแปลงได้ยาก ปัจจุบันเนปาลส่งออกเปลือกไม้แห้งนี้ไปญี่ปุ่นปีละหลายสิบตันช่วยสร้างรายได้มหาศาลให้กับชุมชนบนพื้นที่สูง
เมื่อกลายเป็นพืชเศรษฐกิจคนเนปาลรู้ดีว่าถ้าไม่ระมัดระวังก็จะกลายเป็นทำลายสภาพแวดล้อม จึงใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจัดการอย่างยั่งยืนในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยพยายามรักษากระบวนการทำกระดาษแบบพื้นบ้าน เริ่มต้นจากการลอกเปลือกไม้ด้วยมือ นำไปต้มกับเถ้าไม้เพื่อแยกเส้นใย ล้างด้วยน้ำสะอาดจากลำธารบนภูเขา แล้วนำไปทุบจนละเอียดก่อนจะนำไปหล่อบนตะแกรงไม้ไผ่และตากแดดให้แห้ง ที่สำคัญยิ่งชาวบ้านยึดกฎเกณฑ์เคร่งครัด ไม่ขุดรากถอนโคน แต่จะใช้วิธีตัดกิ่งก้านในลักษณะการตัดแต่งกิ่ง (Coppicing) ซึ่งจะกระตุ้นให้ต้นไม้แตกกิ่งใหม่ได้รวดเร็วขึ้นภายใน 3-5 ปี คน ป่าและรายได้ไปด้วยกัน ป่าก็ยังคงสมบูรณ์สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ชั่วลูกชั่วหลาน

ด้านการแพทย์และเภสัชกรรม ในตำรายาพื้นบ้านของทิเบตและจีน กล่าวถึงการนำดอกของปอกระดาษเนปาลมาใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย การวิจัยสมัยใหม่พบว่าสารสกัดจากดอกมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และคูมาริน ซึ่งมีฤทธิ์เด่นในการ “ต้านภาวะดื้ออินซูลิน” ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยลดความดันโลหิตสูงและต้านการอักเสบในหลอดเลือด
ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ก็พบปอกระดาษเนปาลขึ้นเช่นกัน และจัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับฤดูหนาว (Winter Interest) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากดอกที่บานท่ามกลางหิมะและส่งกลิ่นหอมจรุงใจทำให้ปอกระดาษเนปาลโดดเด่นกลางสวนเมืองหนาว ในขณะที่พืชอื่นๆ ยังคงพักตัวหลับใหลอยู่
คนเนปาลจัดให้ปอกระดาษเนปาล คือ ไม้มงคล เชื่อกันว่ากลิ่นหอมช่วยชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์และขับไล่สิ่งชั่วร้าย จึงมักพบการปลูกไว้ใกล้กับที่อยู่อาศัยและอารามเพื่อให้คงความเป็นไม้มงคลสืบไป ปอกระดาษเนปาล เป็นตัวอย่างหนึ่งของพืชสมุนไพรที่เชื่อมโยงอดีต สู่ปัจจุบัน และก้าวไปในอนาคตด้วย จากกระดาษในพระคัมภีร์โบราณสู่การเป็นส่วนผสมพิมพ์ธนบัตรสมัยใหม่ จากสมุนไพรพื้นบ้านสู่ความท้าทายกับโรคเบาหวานในอนาคต
ปอกระดาษเนปาลกำลังเป็นบทพิสูจน์การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพบนยอดเขาสูง การพัฒนาผลิตภัณฑ์และยาสมุนไพรสู่ความยั่งยืน
