E-DUANG
หากถือว่า การขับเคลื่อนของ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประสานเข้ากับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นคุณ
ท่าทีอันมาจากพรรคภูมิใจไทยก็นับได้ว่าเป็น”คุณูปการ”
ท่ามกลางความรู้สึกที่ว่าบทบาทของคณะกรรมการการเลือก ตั้ง(กกต.)สะท้อนให้เห็นถึงภาวะ ละล้า ละลัง ลังเล ว่าจะเลือกหน ทางสายใด
มติพรรคภูมิใจไทยให้ดำเนินการฟ้องต่อคนที่ออกมาขับเคลื่อน โดยเฉพาะ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ถือว่าเฉียบขาด
การขานรับของสมาชิกพรรคในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นจากอำนาจ เจริญ จากบึงกาฬ หรือที่แสดงความเห็นจากอ่างทอง จากสระบุรี ถือได้ว่าสร้างบรรยากาศ
ยิ่งบรรดา ส.ว.ที่ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายออกมาแสดงปฏิกิริยา ยิ่งทำให้การถกแถลงแตกแขนง ออกกิ่งสะพรั่ง
คุณูปการทั้งหมดต้องชม ศุภชัย ใจสมุทร
หากไม่มีการต่อยอดด้วยการผสานความจัดเจนทางการเมืองและทางกฎหมายของ ศุภชัย ใจสมุทร
กระบวนการ “ฮั้วส.ว.”คงไม่”พัฒนา”มาถึงระดับนี้ได้
ถามว่าเป้าหมายขั้นสูงสุดไม่ว่าจะมองผ่าน พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คืออะไร
ตอบได้เลยว่า ต้องการให้”กรณี”ไปอยู่ในมือ”ศาล”
การได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้สมัคร ส.ว. การนำข้อมูล ลึกๆมามอบให้ประธานวิปฝ่ายค้าน การจัดระบบและดำเนินการแถลงอย่างเป็นขั้นตอน
ก็ล้วนเพื่อกระตุ้นให้กกต.ตัดสินใจส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง
ต้องการดำเนินการตามอนุกรรมการชุด 26
ไม่ต้องการเห็นมติเป็นอย่างที่อนุกรรมการชุด 36 ปรากฏออกมา
ความต้องการนี้อาจเนื่องจากไม่ไว้วางใจกระบวนการทำงาน และตัดสินใจของกกต. โดยเฉพาะกกต.ที่ได้มาจากกระบวนการทำงานของ ส.ว.ปัจจุบัน
เมื่อพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่ศาลจึงเท่ากับนำร่อง
ภายในการขับเคลื่อนจากประธานวิปฝ่ายค้าน จาก iLaw ประสานกับบรรดาผู้สมัครส.ว. ย่อมนำไปสู่การปะทะขัดแย้ง
ทั้งจาก ส.ว.และจากพรรคภูมิใจไทยซึ่งตกเป็นเป้า
การออกมาสำแดงข้อมูลในอีกด้านลักษณะตอบโต้หรือกระทั่งกล่าวหาย้อนกลับถือว่าอยู่ในบรรยากาศแห่งการถกเถียง อย่างเป็นประชาธิปไตย
หรือแม้กระทั่งการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมก็ถือว่าอยู่ในทำนองคลองธรรม
อาจล่อแหลมต่อ”ฟ้องปิดปาก”อยู่บ้าง
กระนั้น ดุลพินิจของศาลว่าจะรับฟ้อง หรือรับฟ้องก็ถือว่า เกณฑ์อันเป็นที่ยอมรับได้ในกระบวนการ
เมื่อทุกอย่างปรากฏขึ้นและกลายเป็น”กระแส”อยู่ในความสนใจของสังคม
สังคมก็มีบรรทัดฐานในการพิจารณาและตัดสิน
ขณะเดียวกัน ศาลก็มีเครื่องมือคือ ผู้พิพากษาและกฎหมาย ในการพิจารณาและวินิจฉัย
ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงอยู่ในสายตาและดุลพินิจทางสังคม
