วันที่ 23 กันยายน 2569 ณ วัดหลังสวน ต.บ้านกลับ อ.หนองโดน จ.สระบุรี พระพรหมเสนาบดี รองประธานอำนวยการหมู่บ้านรักษาศีล 5 พระธรรมวชิรสุนทร ประธานคณะกรรมการบริหารกลาง,พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานกรรมการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 หนกลาง พระเทพปริยัติโสภณ รองประธานกรรมการหนกลาง พระครูจินดาสารคุณ เจ้าอาวาสวัดหลังสวน ร่วมกับคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผลโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล5” โดยมี พระเทพวชิรมงคลวิสิฐ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระราชวชิรญาณรังษี เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี (ธ) นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครูนักเรียน ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สินค้านโอทอป พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ถวายการต้อนรับ
พระพรหมเสนาบดี ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 เกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2557 โดยพระดำริของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เนื่องจากตอนนี้สังคมประเทศชาติเกิดความแตกแยกทางการเมืองและนำไปสู่การร้าวฉานของชุมชนหมู่บ้าน เจ้าพระคุณสมเด็จจึงดำริต้องการเห็นความสามัคคีในหมู่ประชาชน จึงตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 ขึ้นตั้งแต่ระดับชาติจนถึงชุมชน ซึ่งคณะสงฆ์ดำเนินการร่วมกับรัฐบาลและประชาชน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นโครงการเดียวที่มีการร่วมมือกันทุกภาคส่วนคณะสงฆ์มีทั้งมหานิกาย ธรรมยุต มีทั้งข้าราชการ ชุมชน ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ครูนักเรียน การลงพื้นที่วัดหลังสวนในวันนี้ ประทับใจหลายอย่างจัดได้อย่างดียิ่งสมเกียรติจังหวัดสระบุรี หมู่บ้านรักษาศีล 5 เจ้าอาวาสและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดความปรองดองในชุมชนและหมู่บ้าน จึงขออนุโมทนาต่อทุกท่านที่มีส่วนร่วมในวันนี้โดยเฉพาะผู้บริหารจังหวัดสระบุรี นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดสระเป็นต้น..”

ส่วนพระธรรมวชิรสุนทร กล่าวว่า การ การลงพื้นที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพื่อประกาศรับรองหมู่บ้านรักษาศีล 5 จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบเป็นแบบอย่างให้กับหมู่บ้านชุมชนอื่น ๆ ต่อไปนั้น คณะกรรมการทุกรูป ทุกคนในที่นี้ไม่ได้มาจับผิด แต่มาเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพื่อให้ชุมชนสังคม ประเทศเกิดความรู้รักสามัคคีในหมู่ประชาชน หากวัด ชุมชน และราชการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของชุมชนจับมือกัน มีอะไรปรึกษาหารือช่วยเหลือกันระหว่างเจ้าอาวาสกับชุมชนผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน สังคมหมู่บ้านนั่น ๆ ก็นำมาซึ่งความปรองดองและความสามัคคีดังความคาดหวังของคณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหมู่บ้านหลังสวนแห่งนี้จะเป็นตัวอย่างหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบให้กับหมู่บ้านอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป..
ด้านนายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ กล่าวว่า ในนามข้าราชการและประชาชน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จังหวัดสระบุรีได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านหลังสวน ต.บ้านกลับ อ.หนองโดน จ.สระบุรี สำหรับจังหวัดสระบุรี “หวัดสระบุรี แบ่งออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 974 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น จำนวน 109 แห่ง แบ่งออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่งเทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 34 แห่งองค์การบริหารส่วนตำบล 70 แห่งมีประชากร จำนวน 638,477 คน มีวัดจำนวน 535 วัดมีพระภิกษุ สามเณร จำนวน 3,650 รูป และมีสมาชิกศีล 5 จำนวน 549,513คน คิดเป็น ร้อยละ 86 ของประชากรจังหวัดสระบุรี และคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล” มาโดยตลอด มีการประชุมชี้แจงแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติ เพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนให้วัดที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมได้ดำเนินการข้บเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 และการปฏิบัติธรรมในชุมชนควบคู่กันไปด้วย ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผล การดำเนินงานของคณะกรรมการในครั้งนี้ จังหวัดสระบุรีได้พิจารณาคัดเลือกวัดหลังสวน บ้านหลังสวน หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นสถานที่ รับการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน..”สำหรับประวัติความเป็นมาวัดและหมู่บ้าน บ้านหลังสวน หมู่10 ตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี มีประวัติการตั้งถิ่นฐาน และที่มาของชื่อหมู่บ้านเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตตั้งเติมและการอพยพย้ายถิ่นของชุมชนในอดีต ดังนี้ ประวัติการตั้งถิ่นฐานกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวนชุมชนในเขต ตำบลบ้านกลับ ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจาก ชาวไทยพวน ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตามแนวลำน้ำในเขตจังหวัดสระบุรี ลพบุรี และสิงห์บุรี ตั้งแต่ช่วงเวลา กว่าร้อยปีที่ผ่านมา การกระจายตัวของชุมชน

แต่เดิมศูนย์กลางหลักของกลุ่มนี้คือ บ้านกลับเก่า ต่อมาเมื่อ เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่และโรคอหิวาตกโรคระบาด ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงกระจายตัวออกไปตั้งกลุ่มบ้าน ใหม่ตามพื้นที่ราบลุ่มรอบ ๆ เพื่อทำเกษตรกรรม จนเกิดเป็นหมู่บ้านบริวารต่าง ๆ รวมถึงบ้านหลังสวนด้วย
การตั้งวัดและศูนย์กลางชุมชนเริ่มมีความมั่นคงและขยายตัวชัดเจนขึ้น จนกระทั่งมีการร่วมใจกันสร้าง ศูนย์รวมจิตใจคือ วัดหลังสวน ขึ้นในวันที่14 มิถุนายน พ.ศ. 2533 โดยมี นายเชือน นางเล็ก ภู่ศรีพงษ์ และจ่าศักดิ์ มีศรัทธาได้บริจาคที่ดินเนื้อที่ 15ไร่ 2งาน 76 ตารางวา และต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2549 ปัจจุบันมี พระครูจินดาสารคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
ปุจจุบันบ้านหลังสวนมีจำนวนครัวเรือน 345 ครอบครัว ประชากรหญิง 558 คน ชาย 576 คน รวม 1,134 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
สำหรับจุดเด่นของชุมชนมีอาหารโอ่มะเผ็ด ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของไทยพวน โดยนำพริกพวนมาผ่าและยัดใส้นำวัตถุดิบต่าง ๆ มาปรุงเป็นอาหาร มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็น Soft Power เช่น ดอกไม้จันทร์ ที่ทำเป็นวิสาหกิจชุนชน จักสานภายในชุมชน เป็นต้น
