E-DUANG
ทำไมบทบาทในการเปิดโปงกรณี”โกงส.ว.”จึงตกอยู่ในมือของ พริษฐ์ วัชรสินธุ
คำถามนี้มีความสำคัญทั้งในเชิง”ยุทธวิธี”และ”ยุทธศาสตร์”
ไม่ว่าจะมองจากทางด้านของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจากทางด้านของพรรคประชาชน
ปมเงื่อนไม่เพียงอยู่ที่ทำไมต้องเป็นบท”ประธานวิป”
มิใช่เพราะพรรคภูมิใจไทยประเมินจากบทสรุปเช่นนี้หรอกหรือจึงดันหลัง กรวีร์ ปริศนานันทกุล ออกมาปะทะ
ในเมื่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ คือ ประธานวิป”ฝ่ายค้าน”
จึงจำเป็นต้องพบกับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นประธานวิป”รัฐบาล”
มองจากฐานการเมืองของพรรคภูมิใจไทย”เก๋า”กว่า
กระนั้น หากมองจากรากฐานและความเป็นมา พริษฐ์ วัชร สินธุ ก็มีความอุดมสมบูรณ์และมั่นคง แข็งแกร่ง ทั้งในทางความคิดและในทางการเมือง
น่ายินดีที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ มาเสริม
คำถามจากพรรคภูมิใจไทยก็คือ การผนึกพลังระหว่าง พริษฐ์ วัชร สินธุ กับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นความบังเอิญหรือไม่
ติดตามคำพูด ศุภชัย ใจสมุทร ก็ชัดเจน
ชัดเจนเมื่อก้าวแรกในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยคือ การเชื่อมความสัมพันธ์ยึดโยงระหว่างบทบาทของ ยิ่งชีพ อัชฌา นนท์ กับ คณะก้าวหน้า
ตั้งแต่ระฆังแห่งการเลือกสรร ส.ว.เริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม และจบลงในเดือนกรกฎาคม 2567
เมื่อเป็น”คณะก้าวหน้า”ก็ไม่ห่างไปจาก”พรรคประชาชน”
เพราะพรรคประชาชนคือความต่อเนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล
คำว่า”ระบอบสีน้ำเงิน”ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถามว่ามีจุดเริ่มมาอย่างไร บางคนอาจฟันธงว่ามาจากอดีตรองประธาน สภาอันเป็นคนของพรรคภูมิใจไทยบนเวทีนครพนม
แต่การจัดระบบรากฐานที่มาแห่งคำว่า”ส.ว.สีน้ำเงิน”อย่าง เป็นระบบสะท้อนปฏิบัติการของ iLaw
การจับคู่ พริษฐ์ วัชรสินธุ กับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คือยุทธการ
ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ อาจมีปัญหาบ้างเมื่ออยู่เบื้องหน้าพรรคกล้าธรรม
แต่ก็แนบแน่นอย่างเป็นพิเศษกับพรรคประชาธิปัตย์
จึงไม่แปลกที่ได้เห็น สาธิต วงศ์หนองเตย ร่วมอยู่บนเวทีที่จัดโดยวิปฝ่ายค้าน
ขณะเดียวกัน เมื่อความร้อนแรงในแบบ iLaw ที่มี ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นโลโก้จะมีลักษณะทะลุทะลวง การมี พริษฐ์ วัชรชีพ มาเป็นเงาเรียงอยู่เคียงข้าง
สร้างภาพที่นุ่มนวลที่สามารถรับได้แม้กระทั่งในปีกอนุรักษ์และจารีตนิยมก็ตาม
การจัดวางบทบาทของ พริษฐ์ วัชรสินธุ จึงกลมกลืน
ยิ่งเคลื่อนไหวก็ยิ่งได้พันธมิตร ยิ่งได้พันธมิตรก็ยิ่งเสริมจุด
แกร่งให้กับขบวนแถวแห่งการไหวเคลื่อน
ข้อมูลก็ไหลมาเทมาอย่างมหึมา มหาศาล
มองจากทางด้านของพรรคประชาชน มองจากทางด้านของพรรค ภูมิใจไทย จึงค่อยเห็นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า
นับแต่เดือนมิถุนายน กรกฎาคม กระทั่งสิงหาคม
เห็นภาพแห่งการฟ้องจากพรรคภูมิใจไทย เห็นภาพการเดิน หน้าอย่างไม่มีอะไรสกัดขัดขวางของการเปิดโปง”โกงส.ว.”
ล้วนเป็นรูปธรรมแห่งการจุดติดกลายเป็น”กระแส”
