สืบพันธุ์มหาอุด เพราะฉันต้องเป็นคน (ตัว) สุดท้าย
ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
ในโลกของสิ่งมีชีวิต เซ็กซ์อาจไม่ใช่แค่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่คือภารกิจยิ่งใหญ่ที่จะกำหนดอนาคตของเผ่าพันธุ์ เพราะนี่คือหนทางที่จะการันตีได้ว่ามรดกทางพันธุกรรมของพวกมันจะถูกส่งต่อไปยังทายาทรุ่นถัดไปได้ ช่วยให้สายพันธุ์หรือสปีชีส์ของพวกมันยังคงมีชื่อดำรงคงอยู่บนโลกใบนี้ได้ต่อไป
สำหรับฝ่ายหญิง เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไรมากนัก อย่างน้อยก็ในแง่ของความเป็นแม่ เพราะไม่ว่าลูกจะมีใครเป็นพ่อ สุดท้าย ลูกก็ต้องมีแม่… ยังไงเด็กจิ๋วก็ต้องออกมาจากไข่ของเธอ หรือคลอดออกมาจากร่างกายของเธออยู่ดี
แต่สำหรับฝ่ายชาย นี่คือเกมแห่งชายชาตรีที่มีเดิมพันสูงยิ่ง เพราะในหลายสปีชีส์ สาวเจ้าอาจไม่ได้รักเดียวใจเดียว เพื่อเพิ่มโอกาสในการสืบพันธุ์ อาจจะมีสามีได้หลายตัว และบางสาวก็อาจจะเก็บอสุจิของหนุ่มๆ ทุกตัวที่เคยผ่านมือกันมาเอาไว้ในถุงเก็บอสุจิได้นานเป็นวัน เป็นเดือน หรือบางครั้งนานกว่านั้น รอจนเวลาไข่สุกค่อยมาลุ้นกันอีกทีว่าอสุจิของหนุ่มไหนจะได้ผสมกับไข่ออกมาเป็นตัว…
เรียกว่าต่อให้ผสมพันธุ์ฟีเจอริ่งกันได้สำเร็จ ก็ยังไม่ได้แปลว่าจะได้เป็น “พ่อ”
สมรภูมิแห่งการสืบต่อเผ่าพันธุ์จึงเต็มไปด้วยการแข่งขัน การชิงจังหวะ การวางกลยุทธ์ และกลเม็ดเด็ดพรายชนิดที่มนุษย์เห็นแล้วต้องอึ้งถึงขนาดบอกได้เลยว่าละครหลังข่าวแนวตบจูบยังดูเบาไปถนัดใจ แรงกดดันเช่นนี้ทำให้สัตว์วิวัฒนาการกลยุทธ์ประหลาดพิลึกพิลั่นขึ้นมาสารพัด เพื่อเพิ่มโอกาสให้อสุจิของตนเองเป็นฝ่ายชนะ
ตัวผู้บางชนิดคอยเฝ้าคู่หลังผสมพันธุ์
บางชนิดกวาดอสุจิของคู่แข่งออกก่อนใส่ของตัวเองเข้าไป
บางชนิดมอบอาหารเป็นของกำนัลเพื่อยืดเวลาร่วมรัก
และบางชนิดถึงขั้นยอมตายถวายชีวิต เพื่อให้แน่ใจว่าหลังจากตนเองแล้ว สาวเจ้าจะไม่เปิดใจรับสามีรายใหม่ได้ง่ายๆ
หนึ่งในกลยุทธ์ขัดขวางคู่แข่งที่พิสดารที่สุดคือ กลยุทธ์เอาให้สุด แล้วอุดให้แน่น ตัวอื่นจะได้มาซ้ำต่อไม่ได้ แม้จะฟังดูตลก แต่ในโลกของสัตว์ การสร้าง “จุกอุดช่องสืบพันธุ์” หรือ mating plug คือยุทธภัณฑ์แห่งการแข่งขันทางเพศอย่างแท้จริง
ดังที่เล่าไปในตอนก่อนๆ ในหมู่แมงมุม จุกอุดนี้มีสารพัดรูปแบบ และหลายแบบก็ได้มาอย่างเอ็กซ์ตรีมแบบสุดๆ
อย่างเช่น sexual somersault หรือ “ตีลังกาบูชารัก” ระหว่างที่คู่รักกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มและถ่ายทอดอสุจิกันอยู่นั้น แมงมุมหนุ่มจะดีดตัวตีลังกา พลิกส่วนท้องอวบอ้วนของตัวเองไปวางไว้ตรงหน้าเขี้ยวของฝ่ายเมีย เชื้อเชิญให้ “รับประทาน”
และในขณะที่สาวเจ้ากำลังเริ่มสำราญกับร่างของชายหนุ่ม อวัยวะสืบพันธุ์ของเขาที่เรียกว่าเพดิพัลป์ หรือพัลป์ซึ่งอยู่ที่ตรงปลายรยางค์คู่หน้า (หน้าตาเหมือนพู่ปอมปอม) ก็จะยังคงสอดติดอยู่ในช่องสืบพันธุ์ของเธอ การถ่ายทอดอสุจิจะดำเนินต่อไปได้ แม้เจ้าของร่างกำลังถูกกินอยู่ก็ตาม
เรียกว่าใช้ร่างกายเพื่อซื้อเวลาในการถ่ายทอดพันธุกรรมแห่งชีวิตเข้าไปในตัวสาวเจ้า
และในบางกรณี ส่วนของพัลป์ที่ยังติดคาอยู่นั้นก็อาจทำหน้าที่เป็นจุกอุด ที่ช่วยขัดขวางไม่ให้ตัวผู้ตัวต่อไปมาลุกลามเข้าไปช่องสืบพันธุ์ของภรรยาของมันได้สะดวก
กลยุทธ์นี้จึงเหมือนยอมสละทั้งชีวิตและอุปกรณ์ประจำกาย ทิ้งทุกอย่างไว้ในสนามรบเพื่อเพิ่มโอกาสเป็นพ่อของลูกชุดถัดไป และขัดขวางไม่ให้ชายใดมากล้ำกรายเจ้าสาวของมันได้โดยง่าย

บางชนิดอาจจะไม่พร้อมสละชีพ แต่เมื่อสอดใส่พัลป์เข้าไปแล้ว จะกัดพัลป์หรืออวัยวะสืบพันธุ์ของตัวให้ขาดติดคาอยู่บนช่องสืบพันธุ์ของตัวเมีย เรียกว่ายอมเสียความเป็นชายชาตรี (emasculation) แต่จะไม่ยอมให้มีชายใดมาฟีเจอริ่งเธอได้อีก
แมงมุมพวกนี้ยอมเป็นขันที แต่ไม่ยอมเสียสตรีให้ใคร
ด้วยการสละอวัยวะเพศขนาด oversize ใหญ่ราวกับพู่ปอมปอมของพวกมันไป (อุดรูสืบพันธุ์ของตัวเมีย) ร่างกายของแมงมุมขันทีจะปราดเปรียวขึ้นและน่ากลัวมากขึ้นในสมรภูมิแห่งการต่อสู้
แมงมุมกงกงจะคอยเฝ้าสาวเจ้าของมันอยู่ไม่ห่าง คอยกีดกันตัวผู้ตัวอื่นไม่ให้เข้ามายุ่งกับจุกของมันที่ติดอยู่กับช่องสืบพันธุ์ของเจ้าสาวของมันได้
แน่นอนว่านี่เป็นอะไรที่ประหลาด เพราะการที่องคชาต เอ้ยยยย พัลป์หักติดคาอยู่ที่ช่องสืบพันธุ์อิพิไจน์ของตัวเมียนั้นทำให้ตัวเมียผสมพันธุ์กับใครอื่นไม่ได้
และแน่นอน เพื่อการอยู่รอด แมงมุมบางชนิดจะฉกฉวยโอกาสผสมพันธุ์กับแมงมุมสาววัยดรุณที่ใกล้จะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย บางชนิดเฝ้ารออยู่ใกล้ๆ และเข้าผสมพันธุ์ทันทีในช่วงที่ฝ่ายเมียเพิ่งลอกคราบใหม่ๆ เปลือกนอกยังนิ่ม เคลื่อนไหวไม่คล่อง และยังไม่ทันมีคู่แข่งรายอื่นมาถึง
พูดอย่างไม่โรแมนติกนักก็คือ จัดหนักตั้งแต่ก่อนจะเปิดอู่แบบเต็มรูปแบบ
ในแมงมุมหลายชนิด การผสมพันธุ์ของพวกมันรุนแรงเสียจนปลายอวัยวะส่งอสุจิที่เรียกว่าเอมโบลัสหักคาติดอยู่ภายในท่อสืบพันธุ์ของฝ่ายหญิง กลายเป็นจุกอุดที่ช่วยกีดกันผู้ตัวอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม การหักติดไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นได้สำเร็จเสมอไป เพราะประสิทธิภาพของจุกขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หากปลายเอมโบลัสไปติดอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์พอดี
มันอาจขวางทางไม่ให้ตัวผู้รายอื่นสอดอวัยวะเข้ามาได้ หรืออย่างน้อยก็ทำให้การผสมพันธุ์ครั้งถัดไปยากขึ้นมาก
แต่หากเศษชิ้นส่วนนั้นไปคาอยู่ผิดตำแหน่ง หลวมเกินไป หรือถูกดันหลุดออกมาได้ จุกที่ลงทุนหักไปก็แทบไม่มีประโยชน์
ตัวผู้รายต่อไปจึงยังสามารถเข้ามาลองเสี่ยงโชคได้อยู่ดี
ในสนามแข่งขันนี้ ต่อให้ยอมทิ้งอวัยวะไว้เป็นที่ระลึก ก็ยังไม่มีคำว่าการันตี เพราะวิวัฒนาการไม่เคยแจกใบรับรองความเป็นพ่อให้ใครง่ายๆ
แต่บางที จุกอุดอาจจะไม่ได้เป็นแค่กลยุทธ์ในการปิดกั้นตัวผู้ตัวอื่นเสมอไป

เบิร์นฮาร์ด ฮูเบอร์ (Bernhard Huber) นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์สัตววิทยาอเล็กซานเดอร์ เคอร์นิก สถาบันไลบ์นิซเพื่อการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพ (Zoological Research Museum Alexander Koenig, Leibniz Institute for the Analysis of Biodiversity Change ; LIB) ในประเทศเยอรมนี ให้ความเห็นว่า
“ที่จริง ในแมงมุมหลายชนิด จุกอุดพวกนี้อาจจะไม่ได้ปิดกั้นการสืบพันธุ์ของตัวผู้ได้เลยด้วยซ้ำ”
ในปี 1995 ฮูเบอร์ในขณะที่ยังทำวิจัยหลังปริญญาเอกอยู่ที่คอสตาริกา เขาได้ศึกษาอวัยวะสืบพันธุ์และจุกอุดในแมงมุมหลากหลายสปีชีส์ และพบว่าในแมงมุมหลายชนิด จุกอุดช่องสืบพันธุ์นี้อาจจะไม่ได้มาจากอวัยวะเพศของแมงมุมอย่างเอมโบลัส หรือว่าพัลป์ที่หักคาติดอยู่ในช่องสืบพันธุ์เสมอไป
แต่อาจจะมาจากสารคัดหลั่งบางอย่างที่หลั่งออกมาจากแมงมุมตัวผู้ ที่ตอนแรกเป็นของเหลว แต่พอสืบพันธุ์เสร็จจะแข็งตัวกลายเป็นเจล หรือเรซิ่นอุดติดอยู่ในช่องสืบพันธุ์ อาจจะอุดอยู่ในอิพิไจน์ หรือในบางทีก็อาจจะปิดท่อสืบพันธุ์ไปเลยก็มี
อย่างเช่นในแมงมุมมด Micaria sociabilis (แมงมุมชนิดนี้จะเลียนแบบลักษณะของมดต้นไม้ Liometopum microcephalum โดยมักจะเดินด้วยขาหลัง 6 ขา แล้วยกสองขาหน้า ทำเป็นเหมือนหนวดมด) ซึ่งในมุมของวัสดุศาสตร์
นี่อาจจะเป็นหัวข้อวิจัยน่าสนใจ เพราะในตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจุกเจลอุดช่องสืบพันธุ์ของแมงมุมนี้ประกอบขึ้นมาจากสารเคมีจำพวกไหน?
อาจจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไฮโดรเจล หรืออาจจะเป็นเส้นใยแมงมุมแบบพิเศษก็เป็นได้…
แต่คำถามคือ ถ้าจุกนี้สร้างขึ้นมาเพื่ออุดกั้นไม่ให้มีตัวผู้อื่นใดมาผสมพันธุ์กับตัวเมีย แล้วทำไมตัวเมียจึงจะไปมีส่วนในการสร้างมันด้วยล่ะ?
ก็ถ้ายิ่งเจอและได้ผสมพันธุ์กับตัวผู้ยิ่งเยอะ โอกาสจะเจอแมงมุมหนุ่มที่มีพันธุกรรมดีๆ ก็จะมีมากขึ้นไปด้วย โอกาสที่ทายาทของมันจะได้พันธุกรรมจากพ่อดีๆ ก็จะเยอะขึ้นตาม ยังไงก็ฟังดูไม่สมเหตุสมผล
และเพื่อให้เข้าใจในกระบวนการนี้มากขึ้น สตาโน เปการ์ (Stano Pek?r) แห่งมหาวิทยาลัยมาซาริก (Masaryk University) สาธารณรัฐเช็ก และกาบรีเอเลอ อูล (Gabriele Uhl) จากมหาวิทยาลัยไกรฟส์วาลด์ (University of Greifswald) ประเทศเยอรมนี ร่วมกันศึกษาพฤติกรรมทางเพศของแมงมุมมด
เปการ์เผยว่า แมงมุมมดพวกนี้มีความแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือหนุ่มแมงมุมมดจะมีความโหดอยู่ในสัญชาตญาณ… พวกมันไม่ใช่พวกที่ยอมให้ตัวเมียกินง่ายๆ แต่บางทีจะจับตัวเมียที่อ่อนแอ หรืออายุเยอะเขมือบกินเองด้วยซ้ำ
ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ตรงข้ามกับแมงมุมประเภทอื่นๆ ที่ตัวเมียมักจะกินตัวผู้ เลยเรียกว่า การกินกันทางเพศแบบย้อนทาง (reversed sexual cannibalism)
และเพื่อดูว่าแมงมุมมดจะผสมพันธุ์กันอย่างไร พวกเขาจับเอาคู่แมงมุมหนุ่มสาวมาใส่อยู่ในจานเลี้ยงเชื้อเดียวกันแล้วอัดคลิปดูแมงมุมฟีเจอริ่งกัน
ผลออกมาชัดเจน แมงมุมสปีชีส์นี้ไม่มีความโรแมนติกแม้แต่น้อย ไม่มีการจีบกัน ไม่มีการเกี้ยวพาราสีใดๆ ออกแนวดิบเถื่อน ถ้าตัวผู้สนใจในตัวสาว มันจะพุ่งเข้าใส่ แล้วขึ้นขี่และพยายามที่จะผสมพันธุ์ด้วย

“ผมอยากรู้ว่าฝ่ายไหนคือฝ่ายที่คุมเกม… ถ้าสาวเจ้าขัดขืน ตัวผู้ยังจะทู่ซี้ขอขึ้นขี่อยู่ไหม ใครจะเป็นฝ่ายที่ผละหนีก่อนกัน แมงมุมตัวผู้จะยอมแพ้แล้วเลิกยุ่ง หรือตัวเมียจะเป็นฝ่ายที่สะบัดจนตัวผู้กระเด็นออกมา และที่สำคัญ การผสมพันธุ์จะทำได้สำเร็จไหม และในท้ายที่สุด จุกอุดจะถูกสร้างขึ้นมาหรือเปล่า…” เปการ์ตั้งคำถาม
ผลที่ได้ตรงไปตรงมามาก… ความสมบูรณ์ของจุกอุดที่ถูกสร้างขึ้นแปรผันตรงกับระยะเวลาของการผสมพันธุ์ ถ้าตัวผู้อึด ถึก ทน เฝ้าฟีเจอริ่งอยู่ได้ยาวนาน… ราวสักสองชั่วโมง จุกอุดที่ถูกสร้างขึ้นมาก็จะสมบูรณ์แบบ อุดได้อย่างสวยงาม แต่ถ้าจัดกันได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว สิบหรือยี่สิบนาที นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ก็หมดสภาพ ยังไงจุกก็จะยังไม่มีเกิดขึ้น …คือสร้างไม่ทันนั่นแหละ
แล้วตัวไหนคือตัวที่หนีก่อน เปการ์เผยต่อ ในกรณีแมงมุมมดที่ตัวผู้จะค่อนข้างออกแนวป่าเถื่อน ทรหด บาแบเรียน…หนุ่มแมงมุมมดจะสู้ยิบตาแบบบ่ยั่นในทุกสถานการณ์
ซึ่งหมายความว่าในสมรภูมิแห่งการร่วมรักกันทั้งหมดของคู่แมงมุมมดที่เขาอัดคลิปกันไว้ ฝ่ายที่ใส่เกียร์ถอยร้อยเปอร์เซ็นต์ คือตัวเมีย
ซึ่งชัดเจนว่า ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะสะบัดตัวผู้ให้หลุดออกไปได้ แต่ถ้าสู้สุดตัวก็หลุดเหมือนกัน คำถามคือ แล้วตัวเมียตัดสินยังไงว่าตัวผู้ตัวไหนควรจะได้เป็นพ่อของลูกของมัน จนยอมมีอะไรกันนานร่วมสองชั่วโมง…จนสามารถสร้างจุกอุดร่วมกันในช่องสืบพันธุ์ของสาวเจ้าได้สำเร็จ
“ไม่มีการเกี้ยวพาราสี ไม่มีของกำนัลและสินสอด ขนาดตัวใหญ่เล็กก็ไม่เกี่ยว…พวกเขาทดลองมาหมดแล้ว” อูลและเปการ์เผย แล้วจะเป็นอะไรล่ะ?… มีอย่างเดียวที่พวกเขาพอจะเดาได้ นั่นคือ…ทักษะในช่วงแรกของการสืบพันธุ์ ก็ถ้าช่วงแรกดี ช่วงหลังก็อาจจะดีตามไปด้วย (ละมั้ง?) แม้ยังสรุปอะไรชัดเจนไม่ได้
แต่สำหรับอูลและเปการ์ จากคลิปแมงมุมมดซั่มกันที่อัดมา สมมุติฐานนี้น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว
บางทีอาจจะเป็นการจูบ…
ในปี 2015 วิลเลียม เอเบอร์ฮาร์ด (William Eberhard) จากสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียนและมหาวิทยาลัยแห่งรัฐลุยเซียนา (Smithsonian Tropical Research Institute & Louisiana State University) และทีมวิจัยจากคอสตาริกาพบว่า ในแมงมุมเขี้ยวใหญ่ Leucauge mariana การตัดสินใจในการร่วมรักนั้นขึ้นกับการจุมพิต โดยใช้รยางค์ปากที่เรียกว่าคีลิเซรา (chelicera) ที่ปกติแล้วใช้ในการจับเหยื่อ แทงเขี้ยว และหยิบอาหารเข้าปากของแมงมุมมากอดเกี่ยวกัน
ซึ่งเอเบอร์ฮาร์ดเผยว่าจากการสำรวจโครงสร้างของคีลิเซราของแมงมุมเขี้ยวใหญ่นี้อย่างละเอียด พบว่า บนคีลิเซราของทั้งตัวผู้และตัวเมียในวัยเจริญพันธุ์จะมีขน หรือหนวดรับสัมผัส (setae) อยู่บนนั้น
ซึ่งในการเกี้ยวพาราสีกัน แมงมุมทั้งสองจะเอาคีลิเซรามาเกี่ยวกันราวกับจะจุมพิตกันให้ขนหรือหนวดนี้ของพวกมันสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด
เอเบอร์ฮาร์ดเรียกว่าการจุมพิตที่เต็มไปด้วยขน (hairy kisses) ถ้าสัมผัสกันแล้วพึงใจ ทั้งคู่ก็จะเริ่มกระบวนการแห่งความรัก แต่ถ้าไม่ก็ทางใครทางมัน
และในกรณีนี้ ถ้าคำตอบคือ yes แมงมุมเขี้ยวใหญ่ตัวเมียจะช่วยตัวผู้หลั่งสารออกมาสร้างจุกอุดด้วย
แต่แล้วคำถามที่น่าสนใจก็ตามมา ในเมื่อจุกอุดช่องสืบพันธุ์เป็นอาวุธของตัวผู้ในการกันคู่แข่ง เหตุใดสาวแมงมุมจึงควรจะยอมให้ความร่วมมือ แถมในบางกรณียังช่วยลงทุนลงแรงสร้างจุกด้วย?
