2 กรุเก่าแก่ ‘พระเนื้อชินเงิน’ พระโคนสมอ-พระซุ้มเส้นคู่
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
“พระโคนสมอ” เป็นพระกรุพระเก่าที่อาจจะไม่ได้สนนราคาสูงมากนัก แต่ก็มีคุณค่าทางศิลปะ อีกทั้งยังเป็นพระเครื่องที่บรรพชนได้สร้างไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และผ่านพิธีการพุทธาภิเษกมาอย่างดีแล้วทั้งสิ้น
เหตุที่เรียกว่า พระโคนสมอ และแท้จริงแล้วเป็นพระที่สร้างในยุคสมัยใด มีอีกไม่น้อยที่ไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมา จึงขออนุญาตเล่าเรื่องดังนี้
ในปี พ.ศ.2430 เมื่อคราวที่ราชการจะตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขตพระนคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เป็นแม่กองซ่อมแซมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)
เจ้าคุณวรพงศ์ได้พบพระชินเงินฉาบปรอทเป็นจำนวนมากประมาณ 13 ปี๊บ อยู่บนเพดานท้องพระโรงพระที่นั่งศิวโมกข์ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ของพระราชวังบวรสถานมงคล จึงได้สั่งให้ชะลอพระทั้งหมดมาพักไว้ ณ โคนต้นสมอพิเภก ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล
ต่อมา ทางราชการได้นำพระชินเงินฉาบปรอทดังกล่าวเข้าประจุไว้ในพระเจดีย์ทอง ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อคราวฉลองพระนครครบ 150 ปี พ.ศ.2475
พระดังกล่าวได้ถูกทิ้งไว้ที่โคนต้นสมอพิเภกเป็นเวลานานพอสมควร ถูกคนหยิบฉวยไปบ้าง จนต่อมาทางการจึงได้เคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้และมีพระบางส่วนที่มีการแบ่งให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ซึ่งใกล้ชิดเกี่ยวข้องในการซ่อมแซมพระราชวังบวรสถานมงคล และการที่มีผู้มาพบพระดังกล่าวที่โคนต้นสมอพิเภก ซึ่งนำพระไปชะลอไว้ จึงเรียกชื่อของพระตามสถานที่พบว่า “พระโคนสมอ”
นอกจากนี้ ในครั้งหลังๆ ที่มีการขุดซ่อมแซมต่างๆ ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล ก็ยังได้พบพระโคนสมอที่เป็นแบบเนื้อดินอยู่อีกเนืองๆ

ที่มาที่ไปของพระโคนสมอนี้ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 1 ทรงนำพระดังกล่าวมาจากวัดโบราณใน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อคราวเสด็จไปปฏิสังขรณ์วัดสุวรรณดาราราม เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในส่วนที่พบในครั้งอื่นๆ ก็มีที่ จ.พระนครศรีอยุธยาอีกหลายวัดในองค์พระเจดีย์ และที่ในกรุงเทพฯ ก็มีพบบ้าง
สันนิษฐานว่าน่าจะชะลอมาจากพระนครศรีอยุธยาเช่นกัน แต่โดยส่วนมากจะพบแต่พระโคนสมอแบบเนื้อดินแทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นพระปางประจำวันเกิดเสียเป็นส่วนใหญ่ และพบพระที่มีการลงรักปิดทองร่องชาดกับพระที่ไม่ได้ปิดทองก็มี แต่พระที่ลงรักปิดทองจะมีภาษีกว่าในด้านสนนราคา
พระโคนสมอที่เป็นพระเนื้อชินเงินนั้น เท่าที่รู้มาจะพบที่พระราชวังบวรสถานมงคลเพียงแห่งเดียว ที่อื่นๆ นั้นยังไม่ทราบข้อมูล และพระเนื้อชินจะมีขนาดย่อมกว่าพระเนื้อดินมากโขอยู่เหมือนกันความนิยมจะนิยมพระเนื้อชินมากกว่าพระเนื้อดิน ในส่วนของศิลปะเท่าที่เห็นนั้น สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย
สังเกตง่ายๆ จากซุ้มของพระโคนสมอจะทำเป็นคล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยา
ความโดดเด่นของพระโคนสมอนั้น ที่ประจักษ์กันมากในด้านอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาด

มากล่าวถึงพระเนื้อชินเงินอีกชนิดที่ขุดพบในพื้นที่ จ.พิษณุโลก คือ “พระซุ้มเส้นคู่กรุโรงทอ”
ที่รู้จักกันดีคือ พระนางพญาอีกกรุหนึ่งของพิษณุโลกที่นิยมกันมาก นอกจากพระเครื่องนางพญาที่พบในกรุนี้แล้ว ยังพบพระเครื่องเนื้อชินอยู่ในกรุนี้ด้วยเช่นกัน
พระเครื่องกรุนี้พบโดยบังเอิญจากการสร้างโรงงานทอผ้าของทหารบก บนบริเวณพื้นที่โบราณสถานเก่าที่ทรุดโทรมเสื่อมสภาพ ทางการจึงได้สร้างโรงงานทอผ้าขึ้น เมื่อก่อสร้างอยู่นั้นก็ได้พบพระเครื่องเป็นจำนวนมาก มีทั้งเนื้อดินเผาและเนื้อชิน
พระเนื้อดินมีพุทธลักษณะคล้ายกับพระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิของกรุวัดนางพญา พระที่พบมีอยู่ 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่มีหู และพิมพ์เล็กไม่มีหู สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในยุคสมัยเดียวกันกับพระนางพญากรุวัดนางพญา เมื่อมีการพบพระ ก็มีคนสนใจเช่าหาพระกรุนี้กันอย่างกว้างขวาง และถ้าไม่มีพระนางพญากรุวัดนางพญา นิยมห้อยบูชาแทนเลยทีเดียว
พระเครื่องที่พบในครั้งนี้ได้เรียกชื่อกันตามสถานที่ที่พบ คือ บริเวณโรงทอผ้าทหารบก พระที่มีพิมพ์ทรงแบบพระนางพญา จึงเรียกกันว่า พระนางพญากรุโรงทอ
ส่วนพระเนื้อชินที่พบในกรุเดียวกันเป็นพระที่มีขนาดเขื่องขึ้นมาหน่อย และองค์พระประทับนั่งอยู่ภายในซุ้มที่มีลักษณะเป็นเส้นคู่ ก็เลยเรียกชื่อกันว่า พระซุ้มเส้นคู่กรุโรงทอบ้าง พระพุทธชินราชซุ้มเส้นคู่กรุโรงทอบ้าง
พระที่พบมีอยู่ 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก เนื้อชินที่พบมักจะเป็นเนื้อชินเงิน และพบที่เป็นเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงบ้างแต่จำนวนจะน้อยกว่า
พระซุ้มเส้นคู่ ในสมัยก่อนนิยมกันมาก พุทธคุณจากประสบการณ์ผู้ที่เคยห้อยบูชา จะเด่นในด้านอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาด เป็นที่เสาะหากันมากในสมัยนั้น ปัจจุบันพระซุ้มเส้นคู่ไม่ค่อยได้พบเห็นกัน ยิ่งถ้าเป็นเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงยิ่งหายากใหญ่ ของปลอมเลียนแบบนั้นไม่ต้องพูดถึง ทำปลอมกันมานานแล้ว
เนื่องจากเป็นพระที่นิยมเช่าหากันมานานแล้ว แต่ก็ทำไม่ค่อยเหมือนองค์จริงนัก
