bg-single

ส่องตัวเต็ง ผบช. ใครวิน ใครร่วง? จับตาสมรภูมิโต๊ะเล็กเดือดปุด เกมบริหารตั๋วและอำนาจ

09.08.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ ผบ.ตร.คนที่ 16 คือ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ด้วยมติเอกฉันท์จากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

ปรากฏว่ามีข่าวลือเล็ดลอดว่า มี ‘สัญญาใจ’ การขึ้นเก้าอี้แม่ทัพสีกากี

นั่นคือ นั่งเป็นผู้นำหน่วย 4 ปี แล้วโยกออกไปเป็นตำแหน่งระดับบริหารสูงสุดนอกหน่วยอีก 3 ปี ตามอายุราชการที่เหลืออยู่

เปิดทางให้ ‘สายแข็งตัวจริง’ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะขึ้นรอง ผบ.ตร.ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายปี 2570 มารับไม้ต่อ

บิ๊กก้อง นรต.รุ่น 50 เช่นเดียวกับบิ๊กราญ แต่เกษียณอายุราชการปี 2579

เพราะฉะนั้นติดตามดูสถานการณ์กันยาวๆ ว่าจะมีจุดเปลี่ยนระหว่างทางหรือไม่

หลังจากศึกชิง ผบ.ตร.จบไปแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.)

ขณะที่ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ‘แคนดิเดตนับเบอร์วัน’ เพราะอาวุโสลำดับที่ 1

มีความเคลื่อนไหว ได้ส่งหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรื่อง “ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น”

ใจความสำคัญ ระบุว่า “ข้าพเจ้าขอเรียนว่า ตามมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 บัญญัติไว้ว่า ‘การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจ และส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโอนทำความตกลงกับ ตร.’

และข้าพเจ้ามีอายุราชการเหลืออีก 2 ปีงบประมาณ โดยตลอดระยะเวลาการรับราชการใน ตร. รวม 37 ปีงบประมาณ จนมีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ ถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ในปัจจุบัน

ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ สายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทุ่มเท

ประกอบกับที่ผ่านมา ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลย และระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่ หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่นไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร. ต่อไป

เมื่อคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และความสอดคล้องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอเรียนยืนยันว่าไม่มีความสามารถรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด”

ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐออกมายืนยันว่าไม่เคยทาบทามหรือพูดคุยกับ พล.ต.อ.นิรันดรให้โยก หรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่น รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย

พร้อมบอกด้วยว่า พล.ต.อ.นิรันดรยังไม่เคยคุยกับตนในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

บิ๊กต่าย ผบ.ตร.ยังบอกด้วยว่า ต่อจากนี้ควรจะร่วมกันสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อสถาบัน ประเทศชาติ ศาสนา และพี่น้องประชาชน ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ในยศหรือตำแหน่งอะไรก็ตาม มีหน้าที่อย่างไรก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้น ควรช่วยเหลือร่วมมือกัน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แห่งการทำงาน เกิดความสงบสุขแก่ประชาชนมากกว่าที่จะไปคำนึงคิดแต่เรื่องตำแหน่ง

กลายเป็นเรื่องให้ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในกรมปทุมวัน

ความจริงไม่มีอะไรในกอไผ่ ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์ แคนดิเดตอันดับ 1 แต่พลาดเก้าอี้ มักได้รับการเยียวยาให้ขึ้นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดนอกหน่วยเสมอ

เช่นเดียวกับหลังประชุม ก.ตร. 22 กรกฎาคม “บิ๊กไมค์” อกหักไม่ได้รับเลือก มีกระแสข่าวเซ็งแซ่สอบถามทั้งคนใกล้ชิดและเจ้าตัวมาอื้ออึงว่ามีการทาบทามมาบ้างหรือไม่

ตามสไตล์นักกฎหมาย มีความตรงไปตรงมาจึงแสดงความชัดเจน ทำหนังสือเพื่อแสดงจุดยืนตัวเอง

ที่ต้องจับตาต่อไปคือ บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายพลว่าง มีผู้บัญชาการ (ผบช.) 18 เก้าอี้, รอง ผบช. 40 เก้าอี้ และผู้บังคับการ (ผบก.) 89 เก้าอี้

ก่อนจะนำบัญชีเสนอที่ประชุม ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ ต้องผ่าน “บอร์ดกลั่นกรองโผนายพล” มีบิ๊กต่ายนั่งหัวโต๊ะ

องค์ประชุมประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และตัวแทน ก.พ. ต้องนัดประชุมกันก่อน

ว่ากันว่า “โต๊ะเล็ก” นี่แหละ เป็น “สมรภูมิเดือด” ถกกันมันส์หยดติ๋ง ไม่มีใครยอมใคร

คาดว่าน่าจะประชุมราว 17, 18, 19 สิงหาคม ฤกษ์สะดวกวันใดวันหนึ่งใน 3 วันนี้

งานนี้ ผู้นั่งหัวโต๊ะต้องบริหารทั้งตั๋วการเมือง, ตั๋วช้าง และเด็กในคาถาตัวเองให้เหมาะและสมประโยชน์ทั่วหน้า

สําหรับโผสะพัดกันขณะนี้ ผบช.น. ยังเป็น พล.ต.ท.สยาม บุญสม คนดีคนเดิม, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ชิงดำกันระหว่าง พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เพื่อนเลิฟบิ๊กต่าย กับ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่นายตำรวจประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีแบ๊กอัพไม่ธรรมดา ถ้าแรงดัน พล.ต.ท.นราเดชแผ่วกว่า อาจไปนั่ง ผบช.ภ.1 แทน

ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) แว่วว่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย สไลด์จาก ผบช.ก. มา ผบช.ไซเบอร์ แล้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. ขึ้นกุมบังเหียนสอบสวนกลางแทน

ผบช.ภ.2 ที่ว่าง คาด พล.ต.ท.มานะ อินพิทักษ์ จเรตำรวจ มา โดยมี พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ. เป็นตัวเบียด

พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 คาดว่าขยับไป ภ.6 แล้วผู้ที่คาดว่าจะมาแทนคือ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ที่ได้รับเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. ปรับยศเป็น พล.ต.ท.แล้วลุ้น ผบช.ภ.3

ผบช.ภ.4 พูดกันกระหึ่มว่ามาแรงแซงทุกโค้งคือ พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 ได้แรงหนุนกำลังภายในดีเยี่ยม เกาะติดดูว่า ก.ตร.รายไหนเป็นไม้บรรทัดตีตกบ้าง

ผบช.ภ.7 มี พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) ชิงดำกับ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม.

ส่วน ผบช.ภ.8 ข่าวว่า พล.ต.ท.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบช.สยศ.ตร. มาแรง และผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) คาดว่าเป็น พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. ขึ้น ผบช.

ทั้งหมดฝากข้อคิดว่า อย่าลืมว่าสังคมกำลังจับตาจัดทัพนายพลครั้งนี้ วางคนให้เหมาะสมกับงาน แก้ปัญหาให้ประชาชน หรือสืบทอดผลประโยชน์พวกพ้องตัวเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธงทอง จันทรางศุ | ‘จริง’ ที่ห้องสมุดเมลเบิร์น ‘ฝัน’ (ไม่เป็นจริง) ที่กรุงเทพฯ?
‘ประหารชีวิต’ ทำได้ทันที | เหยี่ยวถลาลม
ส่องตัวเต็ง ผบช. ใครวิน ใครร่วง? จับตาสมรภูมิโต๊ะเล็กเดือดปุด เกมบริหารตั๋วและอำนาจ
หน่วยราชการในพระองค์ ศอญ.จิตอาสาพระราชทาน พร้อม”ปลัดมหาดไทย“ นำ จิตอาสาพระราชทาน ปฏิญาณตน “เราจะทำความ ดี ด้วยหัวใจ…” จัดกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม-ความสุข “จิตอาสาบริการประชาชน” ในโอกาส คล้ายวันพระราชสมภพ “พระพันปีหลวง” วันแม่แห่งชาติ
“บั่น”ไม่ลง | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | สงคราม ในทาง “ความเชื่อ” บน”ฐาน” แห่ง หวาดระแวง
สู่ขวัญข้าวของชาวนา ถูกยกย่องเป็นพิธีหลวง
THE ODYSSEY (ต่อ) | ‘การกลับบ้าน’
คนดีที่ใจร้าย
Hoppers จะอนุรักษ์หรือจะพัฒนา
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี โอมาน : สะพานแห่งสันติภาพ สู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน (3)
รักคืนเรือน?