ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นเวลาที่ผมได้ความรู้เรื่องดนตรีมากที่สุดในชีวิต

เพราะมีโอกาสได้ทำ Wednesday Song และช่วยเพื่อนทำ Sunday Lunch & Live

ใครจะไปนึกว่าคนที่ไม่ได้เป็นนักฟังเพลง

เพลงที่รู้จักต้องเป็นเพลงฮิตมากจริงๆ

แต่แค่เวลา 2 ปีผมมีโอกาสได้จัดคอนเสิร์ตเกือบ 30 รอบ

Wednesday Song ตอนนี้ 24 ครั้งแล้ว

ส่วน Sunday Lunch & Live ก็ 10 ครั้ง

รวมคนดูทั้งหมดก็เหมือนจัดคอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค 3 รอบ

งงกับชีวิตตัวเองมากครับ

แต่การได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้เป็นเรื่องสนุกจริงๆ

เพราะ “ความไม่รู้” ทำให้เราคิดอะไรฟุ้งๆ ได้

ช่วงนี้ผมได้รู้เรื่องธุรกิจคอนเสิร์ตเยอะมาก

แค่เรื่องการจัดการศิลปินแต่ละค่ายก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน

ศิลปินบางคนนอกจากค่าตัวแล้ว ยังมีค่าจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผมด้วย

ราคาค่าจ้าง 3 ครั้ง ได้ศิลปินเบอร์เล็ก 1 คน

ศิลปินบางคน ค่าตัวรวมค่าลิขสิทธิ์

แบบนี้ผู้จัดชอบ

ยิ่งใครแต่งเพลงเอง-ร้องเอง ยิ่งดีเลยครับ

ถ้าเขาเกิดสนุกขึ้นมา ก็เล่นเพลงเพิ่มได้เลยไม่ต้องสนใจว่าผู้จัดขอลิขสิทธิ์เพลงนี้หรือยัง

เพราะเขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

แต่ถ้านักร้องบางคนไม่ได้แต่งเพลงเอง

เราต้องขอลิสต์เพลงก่อนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์

ค่าลิขสิทธิ์เพลงก็ไม่เท่ากัน

ถ้าเป็นค่ายใหญ่ก็มีมาตรฐานชัดเจนว่าคิดค่าลิขสิทธิ์อย่างไร

บางค่ายก็คิดตาม “รายได้” คือ ดูจำนวนคนดูและค่าบัตร

บางค่ายก็มีกำหนดราคาตายตัวเลย

แต่มีบางคนก็คิดแบบตามใจตัวเอง

เคยเจอศิลปินบางคนคิดค่าลิขสิทธิ์เพลงฮิตเพลงหนึ่ง 70,000 บาท

แต่เขามีทางเลือกให้

คือ จะซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้เพลงเดียว

หรือจะจ้างเขาไปเล่น

ค่าตัวประมาณ 2 เพลงครึ่ง

…น่ารักดี

อย่างศิลปินที่กำลังจะมาเล่น Wednesday Song ในสัปดาห์หน้า

“หนุ่ย-อำพล”

เขาก็มีบุคลิกบางอย่างที่แตกต่างจากศิลปินอื่น

เรื่องแรก คือ การให้ความสำคัญกับระบบเสียง

“ปู” พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เล่าให้ผมฟังว่า “หนุ่ย-อำพล” เป็นศิลปินไม่กี่คนที่มา Sound Check ด้วยตัวเองก่อนเล่น

คือ ตามปกติศิลปินเขาจะมีทีมงานมาก่อนล่วงหน้า

เริ่มจากการตั้งเครื่องดนตรี เพราะแต่ละวงวางตำแหน่งเครื่องดนตรีไม่เหมือนกัน

จากนั้น นักดนตรีก็จะเริ่มซ้อมเพลงที่เตรียมมา

ส่วนใหญ่จะมีทั้งเพลงเร็วและเพลงช้า

ทีมงานก็จะดูระบบโดยรวม

คนหนึ่งดูภาพบนจอว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่

อีกคนหนึ่งก็ Sound Check ปรับระดับเสียงทั้งจากไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องดนตรีทุกชิ้น

ทุกอย่างทีมงานเป็นคนจัดการ

ส่วนศิลปินจะมาก่อนเริ่มเล่นไม่นาน พอถึงเวลาก็ขึ้นเวทีเลย

แต่ “หนุ่ย-อำพล” จะมาก่อนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วง Sound Check

เขาจะเป็นคนฟังระบบเสียงว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ร็อก” พอไหม

ในจำนวนศิลปินทั้งหมดที่มา Wednesday Song ผมเจออยู่คนเดียวที่ทำแบบนี้

คือ “พี่แจ้” ดนุพล แก้วกาญจน์

เขามาพร้อมกับวงดนตรีเลย คุมเรื่องเสียงละเอียดมาก

ให้มือกลองลองตีกลองทีละลูก

ฟังเสียงกีตาร์ เบส คีย์บอร์ด

จากนั้นก็ซ้อมร้องด้วยตัวเอง

ร้องบนเวที

แล้วลงมาร้องด้านล่างตรงที่นั่งคนดู

เขาอยากรู้ว่าเสียงที่คนดูได้ยินเป็นอย่างไร

…ละเอียดปานนั้น

อีกเรื่องหนึ่งที่แฟน “หนุ่ย-อำพล” รู้ดีก็คือ เขาจะขอคนดูไม่กี่เรื่อง

เรื่องแรก คือ “ขอมือขวา”

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง

“ขอไฟหน่อยคร้าบ”

คนที่ไปดูคอนเสิร์ต “หนุ่ย-อำพล” ทุกครั้งไม่ว่าจะที่ไหนจะต้องเจอคำขอ 2 เรื่องนี้

ขอ “มือขวา” และขอ “ไฟ”

“หนุ่ย” ไม่ชอบเล่นคอนเสิร์ตมืดๆ

เขาชอบให้เปิดไฟฮอลล์

เพื่อที่จะได้เห็น “คนดู” ชัดๆ

“หนุ่ย” อยากรู้ว่าเมื่อเขาส่งพลังออกไป

ปฏิกิริยาตอบรับกลับมาเป็นอย่างไร

เขาให้ความสำคัญกับ “คนดู” มากครับ

ส่วนอีกวงหนึ่งที่แตกต่างจากวงอื่น

“เดอะ พาเลซ” ครับ

วงนี้เป็นวงรวมฮิตของศิลปินรุ่นปี 70-80

นำโดย “ปุ๊ อัญชลี-จี๊ด สุนทร รอยัลสไปร์ท-ต้น แมคอินทอช-จิ๊บ รด.-สายชล และพีรสันต์ ดิ อินโนเซนท์-จืด ฟอร์เอเวอร์-เต้ย อินคา”

นี่คือ นวัตกรรมของวงการดนตรี

เพราะแต่ละคนเป็นศิลปินดังในยุคนั้น

ทุกคนมีเพลงดังของตัวเอง แต่มารวมตัวกัน

รูปแบบการร้องบนเวทีก็แตกต่างจากวงอื่น

ไม่ใช่พอถึงคิวของใคร คนนั้นจะเป็นคนร้อง

แต่เพลงฮิตของใคร เขาให้สิทธิ์เจ้าของเพลงร้องก่อน

แล้วทุกคนก็จะร่วมร้องด้วย

ที่สำคัญก็คือ เขาไม่ได้เล่นจบเพลง แต่เน้นเล่นท่อนฮุกของเพลงเป็นหลัก

ตามปกติวงทั่วไปจะเล่นประมาณ 12-15 เพลง

แต่ “เดอะ พาเลซ” เล่น 40 กว่าเพลง

เขาไม่ได้เล่น 1 เพลงหรือ 2 เพลง แล้วคุยกับคนดู

แต่โซโล่กันที 20 นาทีแบบ “นอน สต็อป”

คนดูเต้นกระจาย

จากนั้นก็คุยนิดหน่อย แล้วลุยต่อ

นักร้องนำอย่าง “ปุ๊ อัญชลี” และ “จี๊ด สุนทร” อายุขึ้นเลข 7 แล้วนะครับ

แต่ยังร้อง เต้นและโดดได้จนจบคอนเสิร์ต

แข็งแรงมาก

ตามระบบธุรกิจ ศิลปินดังๆ ส่วนใหญ่จะมีสปอนเซอร์หลักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“เดอะ พาเลซ” ก็น่าจะมีบ้าง

แต่เปลี่ยนเป็น “อาหารเสริม” สำหรับผู้ใหญ่

แล้วพรีเซ็นเตอร์จะโฆษณาสินค้าด้วยการโดดให้ดูบนเวที



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กรมวิชาการเกษตร’ ยัน ’กะเพรา‘ ปลูกกินได้ ขายได้ปกติ การจดทะเบียนคุ้มครองแค่ที่วิจัยเพิ่มเท่านั้น
โลกเปลี่ยนแล้ว ถึงเวลาปฏิรูป ‘ประเสริฐ’ เตรียมขึ้นเวที Thailand Education Next for All ระดมความคิดสร้างการศึกษาไทยยุคใหม่
7 ศาสตราจารย์จี้อธิการบดี มช. ทบทวนสอบงานวิจัยเมืองฮอด หลังพบเนื้อหา-ข้อมูลภาคสนาม-คำผิดซ้ำในหนังสืออีกชุด
หล่มสงครามกัมพูชา ! | สุรชาติ บำรุงสุข
พาไปรู้จัก สะพานซ่อม 3ปี ยังไม่เสร็จ คนเดือดร้อนทั้งจังหวัด ล่าสุดคนขับรถตกพังยับเยิน
E-DUANG | บทบาท รัฐบาล ภูมิใจไทย การปกป้อง “กล่องดวงใจ”
“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)