bg-single

แข้งช้างศึกแจ้งเกิดอาเซียน ต่อยอดเสริมทัพสู่เอเชี่ยนคัพ

29.08.2026

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่

[email protected]

“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจศึกชิงแชมป์อาเซียนในรายการ อาเซียนคัพ 2026 ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษที่เลือกใช้ทัวร์นาเมนต์ระดับอาเซียนเป็นพื้นที่สำคัญในการเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้พิสูจน์ตัวเอง ท่ามกลางดราม่ามากมายจากแฟนบอลไทยที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

สิ่งที่น่าสนใจคือการตัดสินใจของฮัดสันที่ประกาศก่อนทัวร์นาเมนต์ว่า ทีมชาติไทยจะผสมผสานระหว่างนักเตะประสบการณ์กับผู้เล่นอายุน้อย โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างโอกาสให้ดาวรุ่งได้แสดงศักยภาพฝีเท้าออกมาได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนักเตะรุ่นพี่จะทำหน้าที่ประคองทีมในตำแหน่งสำคัญนำโดย “ตังค์” สารัช อยู่เย็น ห้องเครื่องกัปตันทีม

อย่างไรก็ตาม จากการตัดสินใจดังกล่าวของกุนซือชาวอังกฤษรายนี้ อาจะไม่ได้ถูกใจแฟนบอลมากนัก ซึ่งมีจำนวนมากที่วิจารณ์ว่าทีมชาติไทยชุดนี้เล่นไม่มีทรง ไม่มีรูปแบบ เน้นแต่เพียงผลการแข่งขันเท่านั้น และไม่ได้เล่นเกมสนุกตื่นเต้นเร้าใจเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา

แต่สิ่งสำคัญเรายังได้เห็นฝีเท้าของเหล่าดาวรุ่งที่แจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์ระดับอาเซียน

การทดลองใช้นักเตะหน้าใหม่ ทำให้ทีมชาติไทยมีทรัพยากรนักเตะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชื่อที่โดดเด่นที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้ หนีไม่พ้นกลุ่มนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “มิกซ์” ยศกร บูรพา, “ต้น” ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, “ซีโฟร์” คคนะ คำยก และ “กอล์ฟ” เสกสรรค์ ราตรี กลายเป็นนักเตะที่ได้รับบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่เพียงนักเตะดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์ แต่เป็นดาวรุ่งที่สามารถเล่นฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่ได้จริง ซึ่งการที่นักเตะดาวรุ่งสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมชาติไทยได้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเริ่มก้าวข้ามคำว่า “ดาวรุ่ง” และกำลังเข้าใกล้คำว่า “กำลังหลัก” ของทัพช้างศึก

แต่การเล่นให้กับฟุตบอลทีมชาติไม่ได้วัดกันจากเกมเดียว นักเตะรุ่นใหม่จะต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเริ่มศึกษาวิธีการเล่นได้มากขึ้น นี่คือบทเรียนสำคัญของทีมชุดใหม่ เพราะฟุตบอลระดับสูงไม่ได้วัดกันเฉพาะเวลาที่ทีมเล่นได้ดีที่สุด แต่วัดกันในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเล่นไม่ดีด้วย

ดาวรุ่งไทยจึงต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารเกม การรักษาความได้เปรียบ และการควบคุมสถานการณ์ภายใต้แรงกดดันให้มากขึ้น

จากประสบการณ์ที่แข้งช้างศึกสายเลือดใหม่ได้รับจากอาเซียนคัพครั้งนี้ สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างทีมระยะยาวต่อไปในอนาคต ซึ่งหลังจากนี้จะมีโปรแกรมสำคัญทั้งรายการ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ระหว่างวันที่ 24 กันยายน-3 ตุลาคม รวมทั้งรายการ เอเชี่ยนคัพ 2027 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 7 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2569

ในระยะใกล้นี้ทัพช้างศึกยังมีอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ระดับอาเซียน นั่นคือ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการพิเศษที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ดิวิชั่น ดิวิชั่น 1 จะแข่งขันกันที่ประเทศอินโดนีเซีย และดิวิชั่น 2 แข่งขันกันที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ผลจับสลากแบ่งสายที่ออกมาปรากฏว่า ดิวิชั่น 1 กลุ่มเอ – อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, บังกลาเทศ และกลุ่มบี – ไทย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ปากีสถาน ขณะที่ดิวิชั่น 2 กลุ่มเอ – ฮ่องกง, เมียนมา, บรูไน และกลุ่มบี – กัมพูชา, ลาว, ติมอร์-เลสเต ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกรายการที่มีความน่าสนใจ และเป็นอีกหนึ่งเวทีในการทดสอบนักเตะไทย

ถ้าศึกอาเซียนคือ 2 ห้องทดลองของช้างศึก ถัดไปในเอเชี่ยนคัพ จะเป็นห้องสอบจริงที่ชี้วัดฝีเท้าระดับเอเชีย ซึ่งในเอเชี่ยนคัพ 2027 ทีมชาติไทยจะอยู่ในกลุ่มเอฟ ร่วมกับ ญี่ปุ่น, กาตาร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงานหนักแทบทั้งสิ้น เพราะการแข่งขันระดับเอเชียจะมีความเข้มข้นสูงกว่าอาเซียนหลายระดับ

ดังนั้น นักเตะที่แจ้งเกิดในอาเซียนคัพ อาจถูกดันต่อเนื่องไปถึงเอเชี่ยนคัพ แต่คงจะต้องเตรียมทีมให้พร้อมมากที่สุด ร่วมกับนักเตะแกนหลักทั้ง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน, นิโคลัส มิเกลสัน และคนอื่นๆ ซึ่งฮัดสันจะต้องคนส่วนผสมให้ลงตัวเพื่อให้ทัพช้างศึกพร้อมสำหรับเกมระดับเอเชีย

ฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ยุคหนึ่งเราเคยพึ่งพานักเตะชื่อดังจำนวนไม่กี่คน วันนี้กำลังเกิดภาพใหม่ นักเตะที่อายุยังน้อยกำลังได้รับโอกาส และบางคนกำลังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถรับผิดชอบเกมระดับทีมชาติได้ รวมถึงนักเตะหน้าใหม่อีกหลายคนที่เข้ามาเสริมทัพสู่ทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่มากขึ้น

พวกเขาคือการลงทุนของทีมชาติไทย และการลงทุนนี้จะมีค่าก็ต่อเมื่อถูกต่อยอดอย่างถูกวิธี หลังจากจบการแข่งขันระดับอาเซียน การทำงานต้องไม่หยุด ต้องเพิ่มเกมระดับ ฟีฟ่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ แมตช์ ต้องรักษามาตรฐานการแข่งขันในประเทศ ต้องผลักดันนักเตะไปสู่ลีกที่เข้มข้นกว่าเดิม และต้องเตรียมทีมสำหรับศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 ด้วยเป้าหมายที่สูงกว่าเดิม

แน่นอนว่าเอเชี่ยนคัพ 2027 เป็นทัวร์นาเมนต์ที่เป็นงานหนักสำหรับทีมชาติไทย ด้วยชาติคู่แข่งร่วมกลุ่มที่ถือว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น ที่ผ่านประสบการณ์ฟุตบอลโลกมาอย่างโชกโชน ขณะที่กาตาร์ก็ยกระดับศักยภาพขึ้นมาและได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมาแล้ว ส่วนอินโดนีเซียก็ถือเป็นคู่แข่งร่วมอาเซียนที่มองข้ามไม่ได้เลยแม้แต่วินาที เพราะพวกเขาพร้อมที่จะแซงทีมไทยขึ้นไปได้ตลอดเวลา

จาก 2 ทัวร์นาเมนต์สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นการทดสอบนักเตะดาวรุ่งทีมชาติไทยได้เป็นอย่างดีว่าพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นในระดับเอเชียหรือยัง ขณะเดียวกันทุกประสบการณ์ที่ได้รับจากเวทีอาเซียนจะต้องต่อยอดไปข้างหน้า

ดาวรุ่งอาจแจ้งเกิดในอาเซียน แต่ยังไม่พร้อมสำหรับเอเชีย ซึ่งก็ถือเป็นการบ้านสำคัญของ แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย

หลังจากนี้เชื่อว่าทีมชาติไทยจะมีการวางแผนเตรียมทีมต่อเนื่องไปจนถึงเอเชี่ยนคัพ เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด และเมื่อถึงเวลานั้นก็จะได้เห็นกันว่า ทัพช้างศึกอยู่ในระดับไหนของเอเชีย…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แข้งช้างศึกแจ้งเกิดอาเซียน ต่อยอดเสริมทัพสู่เอเชี่ยนคัพ
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ผลัดใบ
มูลนิธิสุขภาพไทย หญ้าลิ้นงู วัชพืชที่นักวิจัยทั่วโลกสนใจ
ข้าวหมูอบ หมูกรอบ
เบื้องหลัง ‘แทร็บซอนสปอร์’ เซอร์ไพรส์คว้า ‘ซาลาห์’ ร่วมทีม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
จากตุลา ถึงมีนา | สุรชาติ บำรุงสุข
ส.ว.ทนไม่ไหว ถ้าฮั้วกัน ทำตัวไม่มีประโยชน์ เลิกวุฒิสภาไปเลย
ธงทอง จันทรางศุ | ประสบการณ์ ‘ตรง’กับสิ่งที่ ‘ทำ’ ในสถานการณ์ซับซ้อน ‘ที่ดินวัด’
“โนรา” มาจากละครสมัยอยุธยา
‘ดิว อริสรา’ เปิดตัวหวานใจ สวีต ‘วู้ดดี้ ล่ำซำ’ ฟ้องด้วยภาพ