ดินแดง ราชปรารภ เด็กชาย คุณากร ศรีสุวรรณ พลีชีพ สังเวย ต่อกระสุนปืน ‘ความเร็วสูง’
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
เด็กชาย คุณากร ศรีสุวรรณ พลีชีพ
สังเวย ต่อกระสุนปืน ‘ความเร็วสูง’
เบื้องหน้าศพของ นายพัน คำกอง การชันสูตรโดยหน่วยนิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุสาเหตุการตายจากความเป็นจริงที่เห็นว่า มาจากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงบริเวณหลัง
ยืนยันผ่านมรณบัตรลงนามโดย พล.อ.ต.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม ตามที่ปรากฏในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
บาดแผลจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่หลังทะลุช่องท้อง ทำให้เลือดออกมาก
โดยคนที่นำทั้ง นายพัน คำทอง และ เด็กชายคุณากร ศรuสุวรรณ ออกมาคือ นายสมเจตร ศาลาวงศ์ หน่วยกู้ภัย ขณะประจำจุดรอสถานการณ์ที่อาบอบนวด เจวัน ได้รับแจ้งว่า มีคนเจ็บที่บริเวณแอร์พอร์ตลิงก์ 2 คน
จึงได้เข้าไปรับ 1 เด็กชายคุณากร และหลังจากส่งเด็กชายคุณากรแล้วได้กลับเข้าไปรับ นายพัน คำกอง ออกมาด้วย
กรณีของ เด็กชายคุณากร ศรีสุวรรณ นั้น นายคมสันติ ทองมาก นักข่าวเดอะเนชั่น พยานในเหตุการณ์ที่พบเห็นเด็กชายคุณากร ศรีสุวรรณ ในจุดที่เกิดเหตุ ระบุออกมาอย่างเป็นขั้นตอนว่า
ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 23.00 น. ได้รับคำสั่งให้ไปทำข่าวประจำจุดถนนราชปรารภ บริเวณปากซอยหมอเหล็ง
ร่วมกับ น.ส.ธนานุช สงวนศักดิ์ ผู้รายงานข่าว โดยเขาทำหน้าที่ถ่ายภาพ
ขณะที่ไปถึงจุดดังกล่าวได้ครู่หนึ่งในเวลาประมาณระหว่าง 23.15-23.30 น. เห็นเด็กชายคุณากร ศรีสุวรรณ (ทราบชื่อภายหลัง) เดินอยู่บริเวณบังเกอร์แอร์พอร์ตลิงก์และพูดคุยกับทหารที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าว
จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ทหารว่าเด็กเป็นใคร เกรงว่าจะเกิดอันตราย
ทหารบอกว่า พยายามไล่เด็กคนนี้ออกไปจากบริเวณแล้ว แต่เด็กไม่ยอมเชื่อฟังและไม่ยอมออกไป
จึงไม่ได้สนใจ
เป็นไปตามรายงานการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 306/2553 เอกสารลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 (คดีเด็กชายคุณากร) ซึ่งระบุนายทหารคนหนึ่งกล่าวว่าเห็นเด็กชายคุณากรได้เข้ามาอยู่ในบริเวณนั้นตั้งแต่กลางวัน
ซึ่งยังมีการให้อาหารให้น้ำแก่เด็กอยู่เลย จึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าทางหน่วยจะทำแบบนั้น (กับเด็ก)
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เด็กชายคุณกรถูกยิงนั้นไม่มีใครทราบอย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นอย่างไร และไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนว่าเขาอยู่ตรงไหน
แต่เมื่อศึกษาและประมวลจากหลายๆ ด้านก็ได้คำตอบระดับหนึ่ง
คำตอบหนึ่งมาจากนายสมร (คนขับรถตู้) กล่าวว่า ระหว่างที่เขาบาดเจ็บ ถูกหามขึ้นรถกระบะเขารู้ว่ามีเด็กถูกยิงอยู่บนรถด้วยเนื่องจากได้ยินทหารพูดว่า
“เด็กยังไม่ตายอยู่ในรถ”
แล้วก็ได้ยินเด็กพูดว่า “ผมยังไม่ตาย”
หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนรถโดยเด็กชายคุณากรถูกเอาขึ้นรถกระบะของมูลนิธิวชิรพยาบาล
และเสียชีวิตประมาณ 02.00 น. ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
รายการ “ขอคืนพื้นที่ความจริง” ตอน “เหยื่อวัยเยาว์จากเหตุปะทะ” ออกอากาศวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ทาง Voice TV ได้ตามไปทำข่าวเกี่ยวกับเด็กชายคุณากรซึ่งเป็นเด็กกำพร้าสถานสงเคราะห์บ้านอัดซัยยิคะฮุ นะฟีซาอุ สัมชุ ย่านรามคำแหง
เขาไปตามหาพี่ชายที่หนีออกจากสถานสงเคราะห์เพื่อเข้าร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์จากการชักชวนของเพื่อนๆ
สําหรับกรณีของ นายพัน คำกอง มีพยานในเหตุการณ์ คือ นายอเนก ชาติโกฏิ พนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ที่อาคารสำนักงานขายคอนโดมิเนียมไอดีโอ ซึ่งได้ให้ข้อมูลผ่านรายงานการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 306/2553
ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอกสารลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 (คดีนายพัน คำกอง)
ระบุว่า ขณะพยานทำงานอยู่ภายในที่ทำงาน (สำนักงานขายคอนโดมิเนียมไอดีโอ) นายพัน คำกอง ได้มาหลบอยู่ใกล้บริเวณที่พยานทำงานอยู่และติดอยู่ออกไปไม่ได้ใน ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนทหารใช้เครื่องขยายเสียงประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานอย่างต่อเนื่อง
แต่ได้มีรถตู้คันหนึ่งขับผ่านบริเวณถนนราชปรารภมุ่งหน้าแยกจตุรทิศ ทหารได้ประกาศให้รถหยุด มิฉะนั้นจะยิงด้วยกระสุนยางและตามด้วยกระสุนจริง
พยานเห็นผู้ตาย (นายคำกอง) ออกไปดูเหตุการณ์บริเวณหน้าอาคารที่ทำงานของพยาน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกันบริเวณหน้าที่ทำงานของพยานแต่ไม่ทราบว่ายิงมาจากทิศทางใด
ผู้ตายได้วิ่งเข้ามาบอกพยานถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกนำส่งโรงพยาบาลพญาไท 1
ทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแล้ว
ในส่วนการเสียชีวิตของ นายพัน คำกอง ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาเพิ่มเติมจากการเบิกความภายในชั้นศาล ของ พ.ต.ท.สมิต นันท์นฤมิตร พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้จาก สน.พญาไท
ปรากฏผ่าน “พนง.สืบสวน สรุป พัน คำกอง โดนลูกหลงทหาร” สำนักข่าว “ประชาไท” เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2553
ความโดยละเอียดเป็นดังนี้
“วันเกิดเหตุหลังจากที่ผู้ตาย (นายพัน คำกอง) นำรถแท็กซี่ไปส่งที่อู่แล้วเดินกลับที่พัก แต่ไม่สามารถกลับได้จึงไปพักกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่คอนโดมิเนียมไอดีโอ
ขณะเกิดเหตุมีเสียงทหารประกาศเตือนรถตู้ของ นายสมร ไหมทอง ที่ขับเข้ามาบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้เข้ามา หลังจากนั้นมีการยิงสกัดรถตู้ ทำให้นายพันที่อยู่บริเวณนั้นด้วยถูกยิง
และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผลการตรวจหัวกระสุนในร่างผู้ตายและนายสมรผู้บาดเจ็บ เป็นกระสุนปืนความเร็วสูง
และทหารมีกระสุนชนิดนี้ใช้
พร้อมทั้งในพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในการควบคุมของทหาร และจากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่า แนวบังเกอร์ทหาร รถตู้นายสมรที่ถูกยิง และบริเวณขายคอนโดมิเนียมไอดีโอซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายอยู่
เป็นจุดที่แนววิถีตรงกัน
พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้จึงได้เบิกความต่อศาลถึงการสรุปสำนวนคดีว่า นายพัน คำกอง เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารที่ยิงรถตู้ นายสมร ไหมทอง
แล้วพลาดไปโดน”
สรุปสถานการณ์การเสียชีวิตที่บริเวณแยกราชปรารภในเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคม 2553
เริ่มจาก น.ส.สันธนา สรรพศรี เมื่อเวลา 20.20 น.
กับ นายมนูญ ท่าลาด เมื่อเวลา 20.20 น.เช่นเดียวกัน เพียงแต่คนแรกที่บริเวณซอยหมอเหล็ง คนหลังที่แยกจตุรทิศ
ต่อมาเป็นเวลาประมาณ 00.01 น.
เริ่มจาก นายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ และ เด็กชายคุณากร ศรีสุวรรณ เด็กจากสถานสงเคราะห์
ทั้งหมดล้วนสังเวยให้กับกระสุนปืนความเร็วสูง
