สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ย้อนไปราว 15 ปีก่อน จะหาแพทย์แผนไทยประจำอยู่ในสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้ยากยิ่งนัก แต่วันนี้มีแพทย์แผนไทยมากกว่า 600 คน ใน รพ.สต.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และจากการกระจายอำนาจได้ถ่ายโอน รพ.สต.สู่การปกครองท้องถิ่นนั้นมีหมอไทยเพิ่มขึ้นนับร้อยคน ถ้ารวมแพทย์แผนไทยในระบบบริการทุกระดับทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ก็มากกว่า 3,200 คนแล้ว ช่วยให้บริการแพทย์แผนไทยใกล้ชิดชาวบ้าน ตอบโจทย์ความคุ้นเคยตามวิถีวัฒนธรรมสุขภาพ และจะเป็นจุดคานงัดให้บทบาทภูมิปัญญาท้องถิ่นได้งอกงามด้วย
ที่ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าศึกษา เมื่อมีหมอไทยรุ่นใหม่ มีการบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงกัน 3 มิติ ได้แก่ มิติหน่วยงานสาธารณสุขกับองค์กรปกครองท้องถิ่น มิติความรู้หมอแผนไทยกับหมอพื้นบ้าน และมิติคนรุ่นหนุ่มกับปราชญ์อาวุโส
จุดเริ่มต้นเมื่อผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลจอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ร่วมมือกับ ผอ.รพ.สต.จอมศรี เห็นชอบให้มีคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพประจำตำบล ชักชวนหมอพื้นบ้าน ครู ผู้รู้ด้านต่างๆ มาประชุมกันสม่ำเสมอ และเริ่มกิจกรรมที่ทำให้คนในชุมชนภาคภูมิใจ รวบรวมความรู้จนได้ตำรับยาเพื่อดูแลสุขภาพ 5 กลุ่มโรค เช่น กลุ่มทางเดินหายใจ กลุ่มแก้อาการปวดเมื่อย กลุ่มแก้ไข้ เป็นต้น
จากนั้นนำเอาความรู้สู่การใช้ประโยชน์ อบต.จอมศรีจัดอาคารเก่ามาปรับปรุงให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ส่วนคุณวาสนา ผิวเหลือง ผอ.รพ.สต.จอมศรี ช่วยจัดระบบบริการให้น้องแพทย์แผนไทยมาทำงานกับหมอพื้นบ้าน และช่วยดูแลการบริการศูนย์เรียนรู้ภาคประชาชน ที่เปิดทุกวันศุกร์ต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปีแล้ว
นับเป็นความร่วมมือที่น่าประทับใจ ตอบโจทย์สุขภาพประชาชน พึ่งตนเองกับอาการไม่สบายพื้นฐาน ลดภาระงานในหน่วยบริการสาธารณสุข
เมื่อเร็วๆ นี้ แพทย์แผนไทยประจำ รพ.สต.จอมศรี รับบทครูภาคสนามให้น้องนักศึกษาแพทย์แผนไทยมาฝึกงาน หวังให้เรียนรู้คล้ายแพทย์ (แผนไทย) ชนบท เข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้าน เรียนรู้สังคม วัฒนธรรม และเข้าใจระบบสุขภาพนอกเมืองใหญ่ งานฝึกภาคสนามเลือกศึกษาและลองปรุงยาพอกแก้อาการปวดเข่าบริการให้ชุมชนจอมศรี
ถ้าใครติดตามวงการสูตรยาสมุนไพรพอกแก้อาการปวดเข่านั้น จะมีมากมายหลายสูตรตามแต่ละภูมิภาค ซึ่งใช้ลดอาการปวดได้ดีเช่นกัน แต่ที่กล่าวถึงกันมากและนำมาใช้ในหน่วยบริการก็น่าจะมี 4 สูตร
1) ตำรับพ่อหมอบุญทอง บุตรธรรมมา หมอพื้นบ้าน โรงพยาบาลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ใช้ผงยาพอกสมุนไพรดองดึง แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวหมาก ผสมกับน้ำยาพอกด้วยน้ำมันไพล น้ำมันงา น้ำมันขิง การบูร เมนทอล พิมเสน และผสมน้ำด่าง (ปูนแดงผสมน้ำเปล่า) คลุกเคล้าเนื้อยาสมุนไพรให้นิ่มและเหนียวพอเหมาะ นำไปพอกเข่า
2) ตำรับชานุรักษ์ โรงพยาบาลขอนแก่น ส่วนประกอบสมุนไพร 7 ชนิด ย่านาง รางจืด เสลดพังพอน ใบเตย สะเดา กระดูกไก่ดำ และหญ้าขัดมอญ หมักในแอลกอฮอล์ 7 วัน แล้วนำมาผสมกับแป้งข้าวเจ้า น้ำมันไพล และน้ำด่าง (ปูนแดงผสมน้ำ) หรือน้ำเปล่า นวดเนื้อยาให้เข้ากัน นำไปพอกเข่า
3) ตำรับน้ำมันขัดมอน วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ใช้ขัดมอน น้ำมันงา นมจืด (พาสเจอไรซ์) รากสามสิบ แก่นจันทน์แดง แก่นสน แก่นจันทน์เทศ (จันทน์ขาว) เถาเอ็นอ่อน โกฐกระดูก รากละหุ่ง ยี่หร่า แฝกหอม ว่านน้ำ เถาโคคลาน ผักโขมหิน กวาวเครือ ชะเอมเทศ เทียนตาตั๊กแตน อบเชย มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก นำมาเคี่ยวกับน้ำมันเป็นเวลา 4 วัน ใช้ทาน้ำมันที่เข่าให้ชุ่ม ใช้สำลีจะช่วยกักเก็บน้ำมันไว้ที่เข่าแล้วหาผ้าพันพอกยาไว้
4) ยาพอกเข่าจาก รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สูตรต้นตำรับใช้โคลนทะเลบ้านแหลม ดองดึง เหง้าขิง เหง้าไพล ย่านาง และบัวบก สูตรที่ 4 นี้เป็นสูตรที่นายเนติพงษ์ วงศ์สงคราม แพทย์แผนไทยประจำ รพ.สต.จอมศรี ที่รับหน้าที่โค้ชชิ่งให้นางสาวสุพรรษา อินทา นักศึกษาฝึกงานแพทย์แผนไทย นำสูตรมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทอีสาน แม้ว่าต้นฉบับใช้โคลนทะเลจะช่วยลดอาการบวมแดง แต่อุดรธานีไม่ใช่เมืองติดทะเล ไม่มีโคลน แต่คงสรรพคุณไพลช่วยลดปวด ขิงช่วยกระจายลม ลดอาการบวมแดง บัวบกและย่านางเป็นยาเย็น ลดการอักเสบ
ตำรับยาพอกที่สองหมอไทยรุ่นใหม่สองคนนี้ได้ช่วยกันปรับปรุงสูตร ได้แก่ เหง้าขิง 100 กรัม เหง้าไพล 100 กรัม ย่านาง 100 กรัม บัวบก 100 กรัม หญ้าขัดมอญ 100 กรัม จะเห็นว่าเพิ่มเติมสมุนไพรในท้องถิ่นที่หาง่ายและเป็นยาหลักของสูตรตำรับอภัยภูเบศร คือหญ้าขัดมอญด้วย ตัวยา 5 ชนิดนี้หมักในเอทานอลแอลกอฮอล์ 95% เป็นเวลา 7 วัน เก็บในที่มืด จากนั้นให้บริการแก่ชาวบ้านจอมศรีมากกว่า 20 ราย ต่างชอบใจและอยากให้นำมาบริการอีก

ยาพอกเข่าจะดีแค่ไหนก็จำเป็นต้องบริหารร่างกายสร้างความเข้มแข็งของกล้ามเนื้อ จึงได้สอนวิชาฤๅษีดัดตน 2 ท่า คือท่าแก้เข่าขัดและท่าแก้กร่อน ช่วยให้ชาวบ้านสามารถดูแลตนเองที่บ้าน และน่าตื่นเต้นกว่านี้เมื่อหมอไทยรุ่นใหม่กำลังจับมือหมอพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับในชุมชน นำเอาภูมิปัญญาดั้งเดิม ตำรับยาตั้ง สูตรตำรับพ่อสิงห์ บรรเทาโฮม หมอพื้นบ้านแห่งจอมศรี นำมาบรรเทากลุ่มอาการกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และข้อต่อ ตัวยาเหล่านี้แสดงถึงแหล่งทรัพยากรของอีสาน ประกอบด้วย เอ็นอ่อน เอ็นอ้า ตาปลา ดูกใส เอ็นเหลือง ไพล ขมิ้นอ้อย เอ็นหม่อน กลทา ส้มป่อย การบูร เกลือแกง
ยาตั้ง ยาพอก ยาต้ม ความรู้อื่นๆ และแหล่งสมุนไพรที่จอมศรี ฉายภาพยืนยันความร่วมมือและการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ที่ยังเปิดให้บริการเพื่อชุมชนโดยชุมชนอย่างแท้จริง
