ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.
ภาวะวิกฤตยุคนี้ปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดคือ การชะลอตัว การถดถอยของกำลังซื้อในตลาดที่กินเวลาต่อเนื่องมาหลายปี กดดันให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มีการปรับตัว ต่อสู้ดิ้นรนแก้ปัญหาทุกอย่างที่เป็นไปได้
ทำให้เกิดการลีน (lean) องค์กร ต้นทุน การปรับเปลี่ยนกระบวนการธุรกิจ กระบวนการทำงาน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ (transformation) อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
อันดับแรกๆ ที่ธุรกิจอสังหาฯ ต้องพยายามต่างไปจากเดิม ได้แก่ การเสาะหาทำเลที่ยังมีกำลังซื้อ, ค้นหาเซ็กเมนต์ระดับราคาที่ยังมีกำลังซื้อ และหาวิธีจูงใจไม่เพียงเฉพาะผู้ซื้อตรงเพื่อใช้เอง แต่ต้องรู้ความต้องการของคนที่มีเงินออมที่สามารถเป็นนักลงทุนอสังหาฯ เพื่อค่าเช่าด้วย
แต่เพียงแค่นั้นยังไม่พอ ธุรกิจอสังหาฯ ยังมีการเปลี่ยนแปลงภายในที่ไม่เคยทำมาก่อนหลายเรื่อง
เรื่องแรก การเปิดใจยอมรับให้เอเย่นต์ขายเข้ามาเสริมการขายโครงการใหม่
ซึ่งแต่เดิมนั้นการขายเป็นจุด “ทัชพอยต์” กับลูกค้าที่สำคัญ บริษัทอสังหาฯ ต้องการดูแลควบคุมด้วยตัวเองเพราะจะมีผลต่อ “แบรนด์” มาก
มีแต่การขายโครงการอสังหาฯ ที่ภูเก็ตและพัทยาเท่านั้นที่ใช้บริการเอเย่นต์เพราะเป็นตลาดต่างชาติ
แต่ปีกว่ามานี้บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ กล่าวได้ว่าทุกราย มีการเจรจาพูดคุย
และเปิดให้เอเย่นต์เข้ามาช่วยการขายโครงการใหม่แล้ว
เรื่องที่สอง การนำบ้าน NPA บ้านมือสองในโครงการของตนเอง เป็นแบรนด์ย่อยของบริษัทเองมาปรับปรุงรีโนเวตและขาย ซึ่งแต่เดิมนั้นไม่มีอสังหาฯ รายใดทำลักษณะนี้ เพราะผลตอบแทนต่ำ ลักษณะงานจุกจิกหยุมหยิม
แต่ปัจจุบันนี้ทุกบริษัท “ลีน” องค์กรเหลือกำลังไว้เท่าที่จำเป็น ซึ่งจะลดลงกว่านี้ไม่ได้แล้ว ฉะนั้น ถ้ามีงานใดๆ ให้ทีมช่างได้ทำ มีงานให้ทีมขายได้ทำ ย่อมเป็นเรื่องสมควรทำอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการนำบ้าน NPA บ้านมือสองในโครงการของตนเองมาทำ นับเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมในโครงการหมู่บ้านของบริษัทไม่ให้มีบ้านถูกทิ้งร้าง เป็นการรักษาแบรนด์ของบริษัทด้วย
เรื่องการรีโนเวตบ้าน NPA นี้ เพิ่งเริ่ม ซึ่งพร้อมกับกระแสหนี้เสียและทรัพย์ NPA ธนาคารจะไหลเข้ามาระลอกใหญ่ อีกไม่ช้าไม่นานคงจะได้เห็น
เรื่องที่สาม การทำ “รับสรัางบ้าน” ช่วงเวลาสัก 30 กว่าปีมานี้ไม่มีบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ใดที่ทำธุรกิจรับสร้างบ้านไปพร้อมกับการพัฒนาทำโครงการบ้านคอนโดมิเนียม ทั้งนี้ เพราะการพัฒนาอสังหาฯ การเอาที่ดินดิบมาพัฒนาให้เป็นโครงการบ้าน หรือคอนโดฯ มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่ามาก จึงไม่คุ้มที่จะไปทำรับสร้างบ้าน
แต่ปัจจุบัน โดยเฉพาะบริษัทอสังหาฯ ที่มีโรงงานพรีคาสต์ผลิตชิ้นส่วนบ้านคอนโดฯ ของตัวเอง เจอปัญหา กำลังการผลิตมีล้นเกิดความต้องการภายในจากโครงการของตัวเองมาก จึงต้องเปิดให้บริการรับสร้างบ้านด้วยเพื่อใช้กำลังการผลิตให้คุ้มและใช้แบรนด์ที่ตลาดยอมรับอยู่แล้วให้เกิดคุณค่า รวมทั้งการให้บริการสร้างบ้านในโครงการให้กับบริษัทอสังหาฯ ขนาดกลางและเล็กรายอื่น โดยยอมให้ใช้แบบบ้านแบบเดียวกันกับบริษัทได้ด้วย อสังหาฯ บางรายปรับตัวทำงานรับเหมาสร้างอพาร์ตเมนต์ให้เช่าด้วยการใช้ศักยภาพโรงงานพรีคาสต์อีกทางหนึ่งด้วย
เหล่านี้เป็นสิ่งที่บริษัทอสังหาฯ ไม่เคยทำมาก่อน แต่มาทำกันเวลานี้
ซึ่งนอกจากการปรับภายในดังกล่าวแล้ว บริษัทอสังหาฯ จำนวนมากมีการปรับตัวขยับขยายไปทำธุรกิจโมเดลอื่นๆ อาทิ ธุรกิจโรงแรม, รีสอร์ตพูลวิลล่า, คลังสินค้า, นิคมอุสาหกรรม
สิ่งมีชีวิตต่างมีการปรับตัวและวิวัฒนาการสายพันธุ์ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละยุค ธุรกิจก็คงไม่ต่างกันต้องปรับตัวไปกับสภาพแวดล้อมและภาวะการแข่งขันที่ไม่สิ้นสุดเช่นกัน
