bg-single

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว/ “ศ. ดุสิต”/จับดาว-จับดวง (ต่อ)

07.04.2018

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว
 “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

จับดาว-จับดวง (ต่อ)

คนส่วนใหญ่เข้าใจกันว่า ดาวที่เป็นนิจเป็นประนั้นเป็นดาวที่เสียหายแล้ว บางคนถือว่าเสียหายใหญ่โตมาก ซึ่งผมว่าเป็นความไม่ถูกต้อง จึงเอามาแจงให้คุณๆ ฟังกันตรงนี้เพื่อความเข้าใจจะได้พยากรณ์กันให้ถูกต้องได้


ดาวที่เป็นอุจจ์, เกษตร, นิจ, ประนั้น ขอให้รู้เอาไว้ว่านั่นเป็นไปตามกฎที่วางไว้เท่านั้นเอง จะยิ่งใหญ่หรือเสียหายมากน้อยแค่ไหนก็สุดแต่เรื่องที่มาเกี่ยวข้องต่างหาก
ดาวนิจในดวงหนึ่งกับดาวนิจในอีกดวงหนึ่งจะมีความเสียหายไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าเป็นนิจในเรื่องอะไร และดาวที่เป็นนิจนั้นมีความสำคัญกับเรื่องนั้นแค่ไหน
เช่น ในดวงตัวอย่างนี้ดาวจันทร์เป็นเจ้าเรือนปุตตะ จึงเรียกว่าปุตตะเป็นนิจ ปุตตะแปลว่าลูกหรือบริวาร ก็แปลได้ว่าเจ้าชาตานี้ลูกหรือบริวารมักจะนำสิ่งที่ร้อนใจมาให้ หรือชีวิตอาจตกต่ำได้เพราะมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์หรือไม่ได้เป็นคนดี อะไรอย่างนี้แหละครับ
แต่ในดวงนี้แม้เจ้าชาตาอาจจะตกต่ำไปบ้างก็สามารถที่จะกลับฟื้นมามั่นคงขึ้นได้อีก
ที่ผมว่ายังงี้ก็เพราะในดวงนี้จันทร์นิจกุมอยู่กับอังคารเกษตรในราศีพิจิกซึ่งเป็นภพศุภะ และอังคารมีเชิงมุมตรีโกณกับดาวศุกร์คู่มิตรที่กุมลัคน์อยู่ที่ราศีมีน ซึ่งศุกร์ได้อุจจ์อันได้ชื่อว่าแข็งแรงมาก ดังนั้น จึงเท่ากับว่า อังคารได้ช่วยจันทร์นิจให้ “ดีขึ้น” ตามกฎที่โหรท่านวางไว้
หรืออย่าง “เกษตร” ที่ว่าดีนักหนานั่นก็เช่นกัน เกษตรให้โทษก็มี และมีอย่างนึกไม่ถึงกันด้วย เช่น ดาวจันทร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นดาวที่อ่อนน้อม สุภาพเรียบร้อย กุมลัคน์ใครก็จะทำให้เจ้าชาตาเป็นผู้ที่สุภาพอ่อนโยน แต่ถ้าเป็นจันทร์เกษตรกุมลัคน์อยู่ที่ราศีกรกฎ ยิ่งถ้าเจ้าชาตาเกิดวันจันทร์ด้วยจะยิ่งแรงใหญ่ คือจะทำให้เจ้าชาตาเป็นผู้ที่มักจะเอาแต่ใจตัวเอง ฉุนเฉียวง่าย ใครทำอะไรที่ตนไม่พอใจขึ้นมาก็จะแว้ดใส่ทันที แม้ว่าในยามปกติจะเป็นบุคคลที่สุภาพเรียบร้อยจริงตามกฎของจันทร์กุมลัคน์ก็ตาม
จันทร์กุมลัคน์ในราศีกรกฎนี้ยังมี “เกร็ด” อีกอย่างหนึ่งที่ใครอยากรู้ก็จำไว้ รู้แล้วจะลืมเสียก็ได้เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร นั่นก็คือถ้ามีจันทร์กุมลัคน์อยู่ละก็ นอกจากจะเป็นอย่างที่ว่าแล้ว ให้ดูที่ราศีมังกรซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามด้วยว่ามีดาวพุธอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า ถ้ามีพุธเล็งจันทร์อยู่ที่นั่น ท่านว่าเจ้าชาตานั้นจะเป็นผู้ที่ไม่ค่อยมั่นคงในคำพูดนัก คือพูดวันนี้อย่างพรุ่งนี้อาจพูดอีกอย่างก็ได้ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน
ทำไมถึงต้องเป็นพุธ เป็นดาวอื่นจะเป็นเช่นนี้ด้วยไหม?
ดาวอื่นตำราไม่ได้บอกไว้ครับ แต่ที่เป็นพุธก็เพราะพุธนั้นมีคุณสมบัติในเรื่องการพูดจาขีดเขียนและเป็นคู่มิตรกับจันทร์ด้วย เมื่อคู่มิตรไปอยู่ตรงข้ามกันเช่นนี้ความหมายก็จะตรงข้ามกันด้วย คือเป็นศัตรู (มิตรช่วยให้ดีศัตรูทำให้เสีย) ดังนั้น เกจิท่านจึงให้เป็นพุธครับ
นี่คือลักษณะของดาวจันทร์ที่เราควรสนใจ ต่อไปดูดาวอังคารกันซิว่า จะแตกต่างกับพระจันทร์ยังไงมั่ง

๓. ดาวอังคาร

กล้าแข็งขยันทายอังคาร โบราณแสดงจุดเด่นของอังคารไว้สองอย่าง คือ กล้า และ ขยัน ซึ่งเมื่อเราเห็นแล้วก็รู้ได้โดยไม่ต้องมาแปลให้เมื่อยว่าคืออะไร แต่ถ้าเรารู้โดยไม่คิดเสียเลยก็อาจจะรู้ผิดได้เหมือนกัน เพราะในการแสดงออกทั่วไปนั้น บุคลิกของอังคารที่แท้จริงนั้นก็คือ…
ส่วนเสีย ความกล้าที่ใช้กำลังโดยไม่ใช้ความคิด, ความรวดเร็วจนกลายเป็นความบุ่มบ่ามจนอาจเกิดความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่นได้, ความใจร้อนใจเร็วที่อาจทำให้เสียหายแก่กิจการที่ทำ, มีความกล้าแข็งขยันก็จริงแต่มีความอดทนที่ต่ำ
ส่วนดี มีความกล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ ได้ดีกว่าผู้อื่น, เป็นนักต่อสู้ที่ไม่ค่อยจะยอมแพ้ใคร (แม้รู้ว่าสู้แล้วอาจแพ้ก็ยังจะสู้), เป็นผู้ที่ไม่เกียจคร้าน, เป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า, ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม, ชอบใช้อาวุธและของมีคมต่างๆ
ได้ชื่อในความหมายว่า “บุคคลในเครื่องแบบ” แต่การใช้งานจริงๆ นั้นให้หมายถึงบุคคลในเครื่องแบบที่มีอาวุธประจำกาย เช่น ทหาร, ตำรวจ, ยาม รปภ. ที่มีอาวุธติดกายก็ใช่
บางคนชอบนำเอาความหมายนี้ไปใช้กับเจ้าหน้าที่ที่สวมเครื่องแบบทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ มิเช่นนั้นอังคารก็ต้องเป็นพยาบาล, กระเป๋ารถเมล์ ฯลฯ ไปด้วยซึ่งจะผิดเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์กฎนี้ขึ้นมาอย่างแรงทีเดียว
บทความนี้ต้องการที่จะรีดเอาความเด่นของดาวที่จำได้ง่ายออกมาให้นักศึกษาทั้งหลายได้เรียนรู้ไว้ ดังนั้น จึงต้องเฟ้นหาความหมายเฉพาะของดาวแต่ละดวงออกมาให้ได้ดังที่ได้หามาแล้วในดาวอาทิตย์และจันทร์
ส่วนในดาวอังคารนี้เราได้อ่านพอสังเขปมาแล้วถึงความหมายทั่วไป ก็พอจะมองเห็นกันได้ว่า ลักษณะเด่นของอังคารที่เราจะต้องจดจำไว้เพื่อนำมาพยากรณ์กันก็คือ-

ความรุนแรง!

อังคารนั้นเปรียบเสมือนคนหนุ่มที่ทรงพลังและแข็งแกร่งยิ่ง แถมยังขยันที่จะทำอย่างโน้นอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ เป็นผู้ที่ชอบอาวุธต่างๆ และไม่ชอบอะไรที่ล่าช้าอืดอาด เอาเร็วเข้าว่า จนถือได้ว่าเป็นคนบุ่มบ่ามวู่วาม
ความหมายทั้งหมดนี้เมื่อประมวลกันเข้าแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่า อังคารนั้นชอบความเร็วและแรง เพราะชอบที่จะตัดสินอะไรง่ายๆ อย่างทันอกทันใจนั่นเอง
ดังนั้น การที่เกจิท่านยกเอาความรุนแรงให้แก่อังคารนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลย เป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างยิ่ง ขอให้พวกเราจดจำกันไว้ให้ดี
ดูดวงแล้วพบว่ามีเรื่องมีราวกันที่ราศีไหนภพใด ตรวจดูแล้วหากปรากฏว่าในราศีนั้นหรือภพนั้นมีอิทธิพลของอังคารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็พอจะประเมินปริมาณความรุนแรงของเรื่องนั้นได้ตามสภาพของเหตุนั้นได้เลย
แต่การประเมินความรุนแรงที่ว่านี้ ผู้พยากรณ์ก็จำเป็นที่จะต้องมีความรอบรู้ในวิชาโหราศาสตร์ดีด้วยจึงจะพยากรณ์ได้ครบถ้วน ไม่งั้นก็อาจจะทายผิดได้ง่ายๆ เหมือนกัน เช่น ต้องดูว่าราศีนั้นภพนั้นที่อังคารมีเรื่องอยู่น่ะ มีดาวอะไรอยู่ร่วมกับอังคารบ้าง ดาวนั้นมีคุณสมบัติเพิ่มหรือลดความรุนแรงได้แค่ไหน อะไรอย่างงี้แหละครับ
ผมไม่มีเวลาที่จะมาบรรยายเรื่องนี้เพราะกำลังจะว่าถึงเรื่อง “จับดวง” ก็จะต้องว่ากันถึงดาวดวงนี้ในดวงชาตากันต่อไปละ

แจงดวง

ถ้าจะพูดถึง “ความรุนแรง” กันละก็ ไม่ใช่มีแค่ดาวอังคารดวงเดียวหรอกครับ ดาวอื่นที่เป็นความรุนแรงก็มีเหมือนกัน เช่น ดาวมฤตยู เป็นต้น หรือในบางครั้งอาทิตย์ก็เป็นความรุนแรงเหมือนกัน จงสังเกตอาทิตย์ร่วมกับมฤตยูซีครับ ถ้าดาวคู่นี้กุมกันก็จะส่งความหมายถึงความรุนแรงได้เลย แต่โดยหลักแล้วต้องใช้ดาวอังคารเป็นตัวหลักครับ
แล้วดูยังไงถึงจะรู้ว่าอังคารทำให้รุนแรง?
อันนี้ไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ คุณก็ดูดวงไปตามปกติของคุณนี่แหละ แต่ถ้าตรงไหนบอกเหตุว่าจะมีเรื่องละก็ เราก็ต้องจับดูให้ได้ว่าดาวที่ก่อเหตุนั้นเป็นดาวอะไรบ้าง และถ้ามีดาวอังคารอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ก็แสดงว่าเหตุนั้นจะรุนแรงได้นั่นแหละ
แต่ความรุนแรงที่ว่านี่ต้องพิจารณากันให้ดีนะครับ เพราะมันไม่ใช่ว่าถ้าเรียกว่ารุนแรงมันจะต้องหมายถึงการฆ่าฟันกัน ตายกันเป็นสิบเป็นร้อยอะไรอย่างนั้น เพราะในบางเรื่องมันก็แค่ “รุนแรง” เท่านั้นเอง คือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติธรรมดา มันรุนแรงกว่าธรรมดา ก็อย่างเรื่องนี้ไง

ดวงตัวอย่างที่นำมาให้ดูนี้ เป็นดวงจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นี้เอง ผมไม่ต้องบอกคุณก็คงรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา และผมก็ได้ทำเส้นโยงให้คุณเห็นถึงดาวที่เป็นตัวก่อเหตุสามดวง คืออังคาร-อาทิตย์-มฤตยู ซึ่งเล็งและตรีโกณกันอยู่ที่ตัวดาวอังคาร เรื่องนี้ไม่มีการฆ่าฟันกันก็จริง แต่ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ “รุนแรง” เหมือนกัน จึงต้องนับเอาอังคารมาเป็นตัวหลักได้ (ทหารทำรัฐประหาร)
ดังที่เคยบอกแล้วว่า อังคารนั้นแปลว่า “ผู้ถืออาวุธ” และทหารก็คือหน่วยหนึ่งของเจ้าหน้าที่ที่ถืออาวุธซึ่งทำการครั้งนี้ มฤตยูนั้นหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน เป็นการเปลี่ยนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือกันเลย และอาทิตย์คุณก็รู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอำนาจ
แล้วคุณสังเกตไหมล่ะครับว่า เวลาทำการของเขาคือ 16.30 น. ซึ่งวางลัคนาได้ที่ราศีตุล ทำให้ดาวตัวการทั้งสามดวงนั้นตกอยู่ในทุสถานภพทั้งสามดวงเลยทีเดียว ทำให้อิทธิฤทธิ์แรงขึ้นอีก
ว่ามาถึงแค่นี้แล้วก็คงพอทำให้คุณเข้าใจในการทำงานของดาวในดวงขึ้นบ้างแล้ว จะได้ขอพาไปศึกษาดาวอื่นกันต่อไปครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร