bg-single

“อาชีพ” โสเภณี?

20.04.2018

มีคำกล่าวเอาไว้ว่า โสเภณีคือ “อาชีพ” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

บางคนถึงกับอนุมานเอาว่า โสเภณีมีอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก

กระนั้นทั้งโลกก็มีเพียง 70 ประเทศเท่านั้นมีกฎหมายบัญญัติให้การประกอบกิจการให้บริการทางเพศเป็น “อาชีพ” ที่ถูกต้อง เอื้อให้มี “อุตสาหกรรมทางเพศ” อย่างเปิดเผย อาทิ ออสเตรเลีย และเยอรมนี

ประเทศที่กำหนดให้โสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมมีเหตุผลของตนเอง ส่วนประเทศที่ห้ามก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเช่นกัน

ในเวียดนามเอง ทั้งๆ ที่โสเภณีถือเป็นกิจกรรมผิดกฎหมาย แต่ทุกคนก็ยังพบเห็นโสเภณีได้ทั่วไป โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองใหญ่ๆ ของประเทศ

 

งานศึกษาวิจัยขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) แสดงว่า เวียดนามมีโสเภณีอยู่มากถึง 101,300 คน 72,000 คนในจำนวนนั้นเป็นสตรี

ผู้ให้บริการทางเพศเป็นเรือนแสนนี้ถูกไอแอลโอระบุว่า เป็นกลุ่มคนที่เปราะบางมากที่สุดของประเทศ ต้องเผชิญกับทั้งตำรวจ และหวั่นกลัวต่อการกระทำรุนแรงอยู่ตลอดเวลา

แต่ละคนต้องทำงานระหว่าง 10-12 ชั่วโมงทุกวัน ผู้หญิงต้องให้บริการลูกค้าเฉลี่ยแล้ววันละ 10 คน แต่บางครั้งจำเป็นต้อง “รับแขก” มากถึง 30 คนก็มี

ส่วนผู้ชายเฉลี่ยแล้วต้องต้อนรับลูกค้า 3-10 รายต่อวัน

ไอแอลโอบอกว่า แม้แต่ “คนคุมซ่อง” หลายคนที่ยอมให้ข้อมูลยังยอมรับว่า เป็นการทำงานที่ “หนักหนาสาหัส” มากๆ

 

ปัญหาโสเภณีในเวียดนาม คล้ายๆ กับที่เกิดขึ้นกับในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ที่ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร บรรดาเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจผิดกฎหมายนี้ก็ยังเสาะพบกรรมวิธีนับไม่ถ้วนในการหลีกเลี่ยง ทำให้อุตสาหกรรมทางเพศพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยปราศจากการตรวจสอบ ควบคุม

ซึ่งส่งผลให้ตัวโสเภณีเองกลายเป็นเหยื่อมากขึ้นตามลำดับ

ข้อมูลของโครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) แสดงให้เห็นว่า ในระยะหลังมานี้ ส่วนใหญ่ของประเทศในอุษาคเนย์เริ่มมอง “โสเภณี” ว่าเป็นอาชญากรรมน้อยลงเรื่อยๆ

ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การจับกุม ลงโทษ “แมงดา” หรือ “เจ้าของกิจการ” เสียมากกว่า

กระนั้นเมื่อเวียดนามต้องการทำให้โสเภณีกลายเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ขึ้นมาเช่นเดียวกัน

 

เคา ฟาน ทันห์ รองอธิบดีกรมป้องกันความชั่วร้ายในสังคม (เอสวีพีดี) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า เบื้องต้นเวียดนาม “ต้อง” ยอมรับกันก่อนว่า “ปัญหาโสเภณี” มีอยู่จริง

จากนั้นจึงจะมองเห็นเหตุผลว่า ทำไมผู้ให้บริการทางเพศเหล่านี้ถึงควรได้รับสิทธิในการใช้ชีวิต สิทธิในการได้รับรัฐสวัสดิการทั้งในแง่สาธารณสุขและการศึกษา และมีโอกาสทำอะไรให้สังคมได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบอาชีพอื่น

ตรัน ฟาน ดัท รองอธิบดีกรมพัฒนานิติการ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เห็นพ้องกับแนวทางแก้ปัญหานี้ และเชื่อด้วยว่าการทำให้โสเภณีถูกต้องตามกฎหมายและจำกัดพื้นที่ให้บริการเพื่อการบริหารจัดการจะลดปัญหาหลายอย่างลง รวมทั้งการแพร่เชื้อโรคไม่พึงประสงค์อีกด้วย

เหวียน ซวน ลัป อธิบดีกรมเอสวีพีดี เปิดเผยว่า ในเวลานี้เวียดนามกำลังให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นในกรณีนี้ เป้าหมายก็เพื่อตรากฎหมาย กำหนดให้มีแหล่งบริการทางเพศที่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมาใน “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่เหมาะสม

หลังจากประมวลความคิดเห็น กระบวนการนิติบัญญัติเกี่ยวกับกรณีนี้น่าจะเริ่มต้นได้ในปี 2019 เพื่อให้สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในปี 2021

แม้จะเห็นด้วย แต่ เหวียน ซวน ลัป เองก็ยังเชื่อว่า ยังคง “ยาก” ที่จะยกโสเภณีขึ้นมาเป็น “อาชีพ” หนึ่งในเวียดนาม เพราะตามกฎหมายว่าด้วยอาชีวศึกษา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น “ต้อง” ดำเนินการทั้งกำหนดมาตรฐานของอาชีพ, ต้องกำหนดหลักสูตรฝึกอาชีพ และต้องกำหนดระดับรายได้ของผู้ประกอบอาชีพนั้นๆ

นี่ยังไม่นับเรื่องการยอมรับในสังคมต่อเรื่องนี้ ซึ่งยิ่งซับซ้อนและอ่อนไหวมากอย่างยิ่งอีกด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หากไม่เลิกราซะก่อน…ปลาคงปีนต้นไม้ได้ | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)