ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’
เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
หนังสือรับรองการตาย นายอุทัย อรอินทร์ 16 พฤษภาคม 2553 ออกโดยโรงพยาบาลรามาธิบดีและมรณบัตรระบุว่า นายอุทัย อรอินทร์ อายุ 39 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2553
สาเหตุการตาย คือ ถูกกระสุนยิงเข้าที่หลังทะลุหัวใจ
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างภาพ AFP/Getty Image ถ่ายโดย Paula Bronstein ยืนยันได้ว่า เหตุเกิดในวันที่ 15 พฤษภาคม
ตามเวลาที่ Nicolas Asfouri ถ่ายลง Getty Image และ AFP และการรายงานข่าวของ Afo Fr โดยจากภาพและคลิปจะเห็นได้ว่า เขาถูกพาออกจากด้านในของถนนราชปรารภมาทางสามเหลี่ยมดินแดง
แล้วถูกนำเข้าไปในลานจอดรถก่อนถึงแยกสามเหลี่ยมดินแดง
ในการเสียชีวิตของ นายอุทัย อรอินทร์ มีพยานที่อยู่ใกล้จุดซึ่งเขาถูกยิง คือ พยานลำดับที่ 30 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2553 โดยพยานเป็น รปภ.ของบริษัท วิริยะประกันภัย อยู่ใกล้กับแยกสามเหลี่ยมดินแดง
เขาเล่าว่า ช่วงบ่ายมีการปล่อยรถขนยางรถยนต์เข้ามากองปิดการจราจรบนถนนฝั่งราชปรารภมุ่งหน้าไปดินแดง และมีการปล่อยรถของประชาชนเปิดทางจราจรให้เข้าไปในถนนราชปรารภ
มีรถเข้าไปเรื่อยๆ และมีเสียงปืนดังปังๆ แล้วรถก็วนกลับมาเพราะทหารไม่ให้ผ่าน
ผู้ชุมนุมวิ่งผ่านหน้าบริษัทที่พยานทำงานอยู่และมีคนบาดเจ็บด้วย
ขณะนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ชุมนุมยังพยายามเข้าไปในทิศทางนั้นให้ได้ มีการเปลี่ยนจุดวางยางรถยนต์แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะทหารยิงปืนเข้ามาเรื่อยๆ โดนผู้ชุมนุม
ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งปีนรั้วเข้ามาบอกว่า “ขอหลบหน่อย”
ชายคนดังกล่าวเป็นหัวหน้าผู้รับเหมาชื่ออุทัย ก่อนหน้านี้ได้วิ่งผ่านบริษัทไป 2-3 รอบ รอบที่ 3 จะไปเอารถ แต่จากนั้นอุทัยก็ถูกยิงเข้าที่หลัง กระสุนทะลุออกด้านหน้า
อุทัยค่อยๆ ล้มลง นอนแน่นิ่งอยู่หน้าบริษัท
ที่เสาไฟมีรอยปูนแตกและมีรอยกระสุนเจาะ พยานไม่เห็นคนยิง ผู้ชุมนุมพยายามเข้ามาหามนายอุทัย แต่เข้าไม่ได้เพราะถูกทหารยิงสกัด พยานเก็บกระเป๋าสตางค์ของเขาไว้ได้จึงทำให้ทราบชื่อ
เวลาในขณะเกิดเหตุประมาณ 15.00 น.
จากคำบอกเล่าของพยานอีก 2 คน คือ พยานลำดับที่ 057 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 กับพยานลำดับที่ 058 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553
พยานทั้งสองอยู่ในเหตุการณ์ใกล้ซอยราชปรารภ 22 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.
พยานเห็นทหารตั้งบังเกอร์อยู่ที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ปากซอยรางน้ำ ขณะเดียวกัน พยานอยู่หลังแนวยางรถยนต์ใกล้ซอยราชปรารภ 22 ห่างจากแนวทหาร 200 เมตร ทหารยิงเข้ามาทางแนวผู้ชุมนุมตลอด
ขณะนั้นมีชายคนหนึ่ง (นายอุทัย อรอินทร์) ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณทางเท้าฝั่งโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ตรงข้ามบริษัท วิริยะประกันภัย และไปยืนอยู่หลังเสาไฟฟ้า
ทหารได้ยิงปืนมาทางพยานและพวกที่มีอยู่ประมาณ 20 คน พยานจึงหมอบ เมื่อเสียงปืนหยุดก็เห็นชายดังกล่าว (นายอุทัย อรอินทร์) ล้มฟุบกับพื้น
จึงเข้าไปช่วยกันพาออกมาและนำส่งโรงพยาบาล
สําหรับการเสียชีวิตของ นายชาญณรงค์ พลศรีลา อายุ 45 ปี ในบ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม ผลชันสูตรศพระบุว่ามีกระสุนฝังที่หน้าท้องด้านขวาทำให้อวัยวะภายในฉีกขาด
เป็นแผลหลายตำแหน่งและแขนหัก
สภาพการณ์ในช่วงที่ถูกยิง นายชาญณรงค์ พลศรีลา ได้กลิ้งยางรถยนต์เพื่อทำเป็นที่กำบังบริเวณทางเข้าปั๊มเชลล์และถูกยิงระหว่างทำที่กำบังนั้น
เหตุการณ์นี้มีประจักษ์พยาน คือ พยานลำดับที่ 045 ซึ่งสัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 ซึ่งให้การสอดคล้องกัน รวมทั้งมีภาพถ่ายและคลิปวิดีโอถ่ายไว้อย่างชัดเจนโดยพยานลำดับที่ 055 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553
โดยเห็น นายชาญณรงค์ พลศรีลา กลิ้งยางรถยนต์ไปตามแนวถนนราชปรารภ เริ่มจากสามเหลี่ยมดินแดงจนถึงปั๊มเชลล์
ระหว่างนั้นยังคงมีรถวิ่งสัญจรในช่องริมสุด
พยานลำดับที่ 024 ให้สัมภาษณ์ “ศปช.” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ซึ่งเห็นเหตุการณ์จากคอนโดมิเนียมเดอะ คอมพลีท ได้เล่าว่า
ช่วงบ่ายผู้ชุมนุมมากันที่ปากซอยวัดตะพานมากขึ้น ฝั่งผู้ชุมนุมจุดพลุ ประทัด ยิงหนังสติ๊กและมีการกลิ้งยางรถยนต์มากั้นบริเวณทางเข้าปั๊มเชลล์ จำนวนประมาณ 10 คน ไม่เกิน 20 คน
พอวางยางรถยนต์ได้ 3 ชั้น ก็มีการยิงใส่ผู้ชุมนุม
ทหารยังอยู่ที่จุดเดิม คือ ทั้งบนสะพานลอยและบนถนน เวลานั้นทหารเพียงยิงปืนใส่แต่ยังไม่ขยับเข้าหาผู้ชุมนุม ทหารระดมยิงเข้ามา
พยานเห็นคนหลังแนวถูกยิง
แต่ละภาพอัน เวียงรัฐ เนติโพธิ์ นำเสนอผ่านบทความ ประมวลจากเอกสาร 7 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกัน
เริ่มจาก “201005_กลิ้งยาง ชาญณรงค์ ดินแดง_สหายเดียร์_0001” ที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามมอบให้ “ศปช.” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2554 ตามด้วย “201005_เหตุการณ์ราชปรารภช่วงแตรดัง” จากยูทูบ
และ “2010005_ทหารสั่งนักข่าวห้ามถ่ายและยึดเม็ม_majoranticoup”
รวมถึง “201005_ทหารเข้ายึดปั๊มเชลล์ ราชปรารภ” และ “ทหารช่วยชัยวัฒน์ ราชปรารภ” และ “ชัยวัฒน์ ราชปรารภ ชาญณรงค์” จากยูทูบ
ภาพโดย Nick Nostitz จากเว็บไซต์ “ประชาไท”
ไม่ว่าจะเป็นภาพผู้ชุมนุมพยายามหลบหนีเข้าไปในปั๊มจนหมดทุกคนแล้ว ทหารประมาณ 6-7 นายจึงตามเข้าไป
ผู้ชุมนุมได้พยายามปีนหนีเข้าไปในบ้านเก่าหลังปั๊มซึ่งมีบ่อน้ำ และปีนข้ามอีกต่อมาที่คอนโดมิเนียมเดอะ คอมพลีท คนในคอนโดมิเนียมบอกทางให้หนีออกไปด้านหลังเนื่องจากมีทหารตามเข้ามาในคอนโดมิเนียมอีก
แต่ตามไม่เจอเพราะว่ายามช่วยบอกทางหนีแก่ผู้ชุมนุมให้ออกทางกำแพงด้านสวนของคอนโดมิเนียม (ตึกบี)
และมีบางส่วนหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำปั๊มเชลล์
ทหารตามเข้าไปเคาะในห้องน้ำ ข้างในมีนักข่าวต่างชาติ (เดาจากการมีกล้อง) และคนอื่นๆ ทหารจึงจับตัวไป
ชายคนที่ปีนเข้าไปในบ้านเก่าตกลงไปในบ่อน้ำ (นายชาญณรงค์)
ทหารปีนตามเข้าไปลากขึ้นมา ได้ยินเสียงชายคนดังกล่าวร้องว่า “อย่ายิง” แล้วก็ได้ยินทหารพูดว่า “มึงไม่ตายดีแน่”
แล้วลากกลับเข้าไปในปั๊มเชลล์
จากนั้นได้ยินเสียงปืนรัวขึ้น (ไม่แน่ใจว่ามียิงมาที่ตึกหรือไม่) พยานจึงเข้าห้องน้ำไปยืนมองจากหน้าต่าง ในตอนนี้มีทหารเข้ามาเพิ่มรวมเป็น 10 กว่านาย ทหารอีกส่วนก็เข้ามาเพื่อตามคน
ทหารตะโกนว่า “พวกขายชาติหนีไปไหน”
ตอนนั้นพยานชะโงกดูที่ระเบียง แน่ใจว่าชายที่ตกลงไปในบ่อถูกยิงเพราะมีเพื่อนช่วยพยุงตลอดและคอยช่วยให้ปีนกำแพงออกไป
