ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์/COLD SKIN ‘โรคเกลียดกลัวคนต่างเผ่าพันธุ์’

ภาพยนตร์
นพมาส แววหงส์
COLD SKIN
‘โรคเกลียดกลัวคนต่างเผ่าพันธุ์’
กำกับการแสดง Xavier Gens
นำแสดง Ray Stevenson David Oakes Aura Garrido
นี่เป็นหนังประเภทเขย่าขวัญ (thriller/horror) จากสเปนและฝรั่งเศส ที่ตัวละครเป็นคนอังกฤษ จึงเป็นหนังที่พูดภาษาอังกฤษ สร้างจากนิยายขายดีของนักเขียนชาวสเปนชื่อ อัลเบิร์ต ซานเชส ปินญอล และกำกับฯ โดยผู้กำกับฯ ชาวฝรั่งเศสชื่อซาเวียร์ เจนส์ (ไม่แน่ใจว่าชื่อเขาจะอ่านแบบฝรั่งเศสหรือแบบสเปนว่าฮาเวียร์)
และวางท้องเรื่องไว้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยใช้มหาสงครามครั้งแรกที่โลกมนุษย์เคยประสบ ให้เป็นเพียงเหตุการณ์ร่วมสมัยที่อยู่ไกลโพ้นจากโลกเล็กๆ ของตัวละคร
ทว่า เมื่อเหตุการณ์ดำเนินไปแล้ว เราจะถูกเตือนให้นึกถึงมูลเหตุที่จะลุกลามกลายเป็นมหาสงครามไปได้

เรื่องเปิดที่เรือกลไฟที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ไปสู่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก แถบแอนตาร์กติกของขั้วโลกใต้
บนเรือมีผู้โดยสารหนุ่ม (ซึ่งคงความเป็นบุคคลนิรนามอยู่ตลอดเรื่อง เพียงแต่ในเครดิตเรียกเขาว่า Friend ซึ่งอาจเป็นชื่อสกุล หรือบทบาทของเขาในฐานะ “เพื่อน” ก็ได้) (เดวิด โอกส์) กำลังเดินทางไปสู่จุดหมายดังกล่าว
การเดินทางนี้น่าจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ภายหลังจากเหตุการณ์สำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก เนื่องจากมีหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ข่าวเหตุการณ์นั้น
ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1914 อาร์ชดยุคฟรันซ์ เฟอร์ดินานด์ ซึ่งเป็นรัชทายาทของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และพระชายา ถูกลอบสังหารที่เมืองซาราเยโว
เหตุการณ์นี้เป็นการจุดชนวนที่ลุกลามไปสู่มหาสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อันสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาลไปทั่วโลก
ความหวาดระแวงและความเกลียดกลัวในคนต่างเผ่าพันธุ์นำไปสู่การสู้รบ ฆ่าฟันเพื่อนร่วมโลกในระดับมหัพภาคอย่างน่าอเนจอนาถ
กัปตันเรือกลไฟพาผู้โดยสารหนุ่มชาวไอริชมาส่งบนเกาะนี้ ด้วยหน้าที่การงานที่เป็นคนดูแลสภาพดินฟ้าอากาศของขั้วโลกใต้ ปัจจุบันเราคงเรียกเขาว่านักอุตุนิยมวิทยา
แต่หน้าที่ของพระเอกของเราคงจะไม่ใช่การพยากรณ์อากาศอย่างที่เรามักนึกถึงคนในหน้าที่นี่ เขามาประจำการอยู่บนเกาะที่เกือบร้างแห่งนี้ โดยมีเสบียงกรังจะอยู่ไปได้เป็นเวลาสิบสองเดือน ก่อนที่จะมีเรือจากอังกฤษนำเจ้าหน้าที่คนใหม่มาสับเปลี่ยน
ตัวเขาเองก็มาแทนที่เจ้าหน้าที่คนก่อนหน้า ที่ได้รับแจ้งว่าเสียชีวิตด้วยโรคไทฟอยด์
เขาขึ้นฝั่งมาสำรวจดูภูมิประเทศของเกาะที่เกือบจะร้าง มีบ้านพักทรุดโทรม โขดหินและหาดทราย เห็นเพียงประภาคารตั้งตระหง่านอยู่บนเนินไกลลิบ
และเมื่อดั้นด้นไปสู่ประภาคารนั้นกับกัปตันผู้หวังดีและชักชวนให้เขากลับไปกับเรือเสียเลย เพราะดูสภาพของเกาะไม่น่าจะอยู่ตามลำพังได้ กว่าเรือลำถัดไปที่จะแวะมาที่นี่ก็อีกหนึ่งปีเต็มๆ
เขาเห็นประภาคารปิดสนิทและมีการป้องกันอย่างแน่นหนา โดยรายล้อมไว้ด้วยกิ่งไม้แหลมๆ
ทั้งสองพบตัวคนเฝ้าประภาคารที่ชื่อ กรูเนอร์ (เรย์ สตีเวนสัน) ที่เมาหลับเค้เก้ไม่รู้เรื่องอยู่บนประภาคาร และแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อใครเลย

ในที่สุด เรือกลไฟที่นำตัวเขามาส่งก็ต้องจากไป และพระเอกของเราเข้าพักในกระท่อมทรุดโทรมหลังเดียวที่มีอยู่บนเกาะ
ตกกลางคืน เขาก็เจอกับฝันร้ายครั้งแรกในฝันร้ายที่จะตามต่อมาและหนีไปไหนไม่ได้ตลอดชั่วสิบสองเดือนข้างหน้า
บ้านเขาถูกโจมตีด้วยตัวอะไรก็บอกไม่ได้ เห็นแต่ตีนที่เป็นพังผืดเหมือนสัตว์น้ำ
เขารอดชีวิตมาได้ในคืนแรก เพื่อจะเตรียมการสู้ภัยในคืนต่อมา โดยจุดไฟไล่สัตว์ร้ายพวกนั้น เพราะการที่พวกมันเข้าโจมตีในเวลากลางคืน ย่อมแปลว่ามันกลัวแสงสว่าง
แต่เคราะห์ร้าย ไฟที่จุดไล่ศัตรูกลับเผาบ้านตัวเองจนแทบมอดไหม้ไปหมด
เขาจำต้องบากหน้าไปขออาศัยอยู่กับกรูเนอร์ผู้วางตัวไม่เป็นมิตรกับใครเลย
และพบว่าฝูงสัตว์ร้ายที่เข้าโจมตีในเวลากลางคืน เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์
จะเรียกว่าบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ที่หนังใหญ่ที่ได้รับออสการ์ไปหลายตัวปีนี้ ก็เป็นเรื่องของมนุษย์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหมือนกัน แต่นอกจากนั้น The Shape of Water ซึ่งเอนเอียงไปทางหนังโรแมนติกเรื่องความรักของคนต่างเผ่าพันธุ์ ก็ไม่มีอะไรเหมือนหนังเรื่องนี้เลย หรือนึกอีกทีบางทีอาจจะเหมือนกันอย่างคาดไม่ถึงก็ได้ถ้ามองในด้านเนื้อหาเกี่ยวกับความเกลียดกลัวคนต่างเผ่าพันธุ์
มีอยู่จุดหนึ่งที่ Cold Skin ทำท่าจะเอนไปทางเดียวกับ Shape of Water เหมือนกัน แต่ก็หยุดชะงักไว้และไม่ได้พัฒนาต่อ
เพราะกรูเนอร์จับตัวเมียของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนี้มาไว้เป็นสัตว์เลี้ยง โดยปฏิบัติด้วยเยี่ยงทาส และวางตัวเป็นผู้เหนือกว่าทุกประการ
ซึ่งพระเอกของเรามองอย่างไม่เห็นด้วย ในเรื่องการทำต่อเพื่อนสัตว์โลกด้วยกันเยี่ยงนั้น

หนังเดินเรื่องช้าๆ และน่ากลัว โดยใช้บรรยากาศของเกาะร้างที่เปลี่ยวผู้คน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชายต่างวัยสองคน อาศัยเป็นที่หลบภัยและหลบหน้าจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
หนังถ่ายทำสวยนะคะ จะเสียก็แต่บทหนังรวมทั้งการตัดต่อที่ไม่ค่อยช่วยให้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น จึงมีช่องโหว่ที่กลายเป็นประเด็นปัญหาอยู่มาก อย่างเช่นจุดจบของกรูเนอร์ก็พลิกไปอย่างไม่น่าเชื่อเลย
ในด้านการวางตัวละคร เราปะติดปะต่อสาเหตุของความขมขื่นและโกรธแค้นที่กรูเนอร์มีต่อโลกได้พอควร แต่เราแทบไม่รู้ภูมิหลังของตัวละครหลักของเราเลย นอกจากการที่เขาหลบลี้หนีหน้าจากโลกที่เขาคุ้นเคยและเนรเทศตัวเองมาอยู่สุดขอบโลกนี้ โดยไม่ทราบว่ามีเหตุผลกลใด และถ้าให้เดาสุ่มเอาเอง สาเหตุอาจโยงอยู่กับโลกที่กำลังร้อนระอุจากภัยสงครามละมัง
พูดง่ายๆ คือเราอยากรู้จักตัวละครให้ดีกว่านี้อีกหน่อย แต่หนังก็แทบไม่มีอะไรให้เราโยงเข้ากับตัวเขาเลย
แต่ผู้เขียนก็ชอบหนังเรื่องนี้นะคะ อย่างน้อยก็เป็นหนังที่มีความคิดและทำให้คิดต่อไปได้
สาเหตุใหญ่ของการสู้รบฆ่าฟัน จองล้างจองผลาญ และความต้องการเหยียบโลกทั้งโลกไว้ใต้เท้า ก็เพราะความเกลียดกลัวคนต่างเผ่าพันธุ์นี่แหละ
