bg-single

เปิดเบื้องลึก ‘สส.พปชร.’ โนโหวตภูมิใจไทย-โยงผลประโยชน์รถไฟฟ้า

08.03.2021

เกิดเป็นพายุที่ถาโถมใส่ “พรรคพลังประชารัฐ” ต่อเนื่อง ที่แม้จะผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาได้

แต่ก็ทิ้งรอยร้าวเอาไว้ในพรรค เมื่อพบว่ามีกลุ่มส.ส.พลังประชารัฐ หรือ พปชร.กลุ่มหนึ่ง นำโดยสุภาพสตรี หักมติพรรค ไม่โหวตไว้วางใจให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

ที่น่าสนใจและคงมองข้ามไปไม่ได้ คือการแสดงออกของส.ส.พปชร.กลุ่มนี้ ที่มีต่อนายศักดิ์สยาม โดยไม่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งก็ถูกซักฟอกในคราวเดียวกัน ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น !??

เมื่อมาดูเนื้อหาที่นายศักดิ์สยามถูกอภิปรายก็ถึงบางอ้อ เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และที่ดินของตระกูล ชิดชอบ ซึ่งใน 2 เรื่องนี้มันร้อนถึงขั้นสส.พปชร. กลุ่มนี้ ต้องงดออกเสียงเชียวหรือ หรือจริงๆ แล้วอาจมีอะไรในกอไผ่มากกว่าที่เห็นกันแน่ ?

ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวทำนองว่า มีการแก้ “ทีโออาร์” รถไฟฟ้าสายสีส้มเพราะแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว “ทุนเอกชน” กลุ่มหนึ่งเลยฟ้อง “รฟม.” กับ กรรมการคัดเลือก ทำให้กระทรวงคมนาคมเอาคืนโดยติดเบรกการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ที่จริงแล้ว เรื่องกลับตาลปัตร

ต้นตอเกิดจากปมขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามคำสั่ง ม.44 ซึ่งกลุ่มฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายฯ ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเยอะ ทั้งเรื่องเก่าสมัยผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ที่ไปจ้าง “บริษัทเอกชนเจ้าหนึ่ง” ดำเนินการโดยไม่ทำตามพรบ.ร่วมลงทุน และเรื่องใหม่ที่จะขยายสัมปทานให้บริษัทนี้แลกกับการแบกหนี้แทนกทม. กระทั่งโดนสังคมจับตาว่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน

ด้านมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค และ “โจ้-ยุทธพงศ์” สส.พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาค้านเต็มแรงเป็นประเด็นอภิปรายซักฟอก รมว.มหาดไทย อย่างดุเดือดในสภาฯ ด้วย

ตามข่าวระบุว่า “คมนาคม” ไม่เห็นด้วยกับเรื่องสายสีเขียวมานานแล้วตั้งแต่สมัย “รมว.อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ที่เห็นว่าควรไปทำตามพรบ.ร่วมทุน ตามที่สภาพัฒน์มีความเห็นไว้ และสมัยมีรัฐบาลใหม่ๆ สภาผู้แทนฯ ก็มีมติไม่เห็นชอบให้ขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ

นายศักดิ์สยามรู้ดีว่า คมนาคมในฐานะผู้รับผิดชอบระบบขนส่งทางราง ถ้าเห็นชอบไป ก็จะเดือดร้อนพาตัวเองและรมต.ของภูมิใจไทยจะติดร่างแหไปหมด ยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตอันใกล้ก็จะเดือดร้อนหนักไปด้วย อาจถึงขั้นติดคุกติดตะราง

ก.คมนาคมจึงทักท้วงว่าเรื่องนี้มีประเด็นต้องทบทวนให้รอบคอบก่อน ทั้งเรื่องพรบ.ร่วมทุน และเรื่องค่าโดยสารที่แพงไป ซึ่งการทักท้วงนี้ตรงใจรมต.หลายคนในครม.ที่ไม่อยากเป็น “ตรายาง” รับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ก็เกรงใจมหาดไทยเจ้าของเรื่อง

ประเด็นมันเลยร้อนหนัก ทำให้ความสัมพันธ์ของ “กลุ่มทุนขาใหญ่” ซึ่งแนบแน่นกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเกิดรอยร้าวลึกขึ้น !

ขณะเดียวกัน เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มออกประมูล ก.คมนาคมรู้ดีว่ารถไฟสายนี้ร้อนมาก แข่งขันหนัก แต่ที่หนักใจคือ “การก่อสร้างอุโมงค์สถานีใต้ดิน” ยากมาก ผ่านพื้นที่อ่อนไหวโดยเฉพาะเขตพระราชฐาน เกาะรัตนโดสินทร์ และราชดำเนิน ถ้าปล่อยเอกชน “ฟันราคา” กันโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพงาน สุดท้ายถ้าเกิดอันตรายและความเสียหายกับประชาชนและทรัพย์สินของชาติ คงรับผิดชอบไม่ไหว

ด้วยเหตุดังกล่าว รฟม.และกรรมการคัดเลือก จึงปรับทีโออาร์ให้มีความเป็นสากล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อส่วนรวมในทุกด้าน จากเดิมตัดสินที่ “ผลตอบแทนการเงิน” ที่เอกชนจะแบ่งให้รัฐ เป็นตัดสินด้วย “คะแนนรวมด้านเทคนิคคุณภาพงาน+ผลตอบแทนการเงิน” ในสัดส่วน 30 : 70 คะแนน รวม 100 คะแนน

ที่ดูแปลกๆ คือข่าวที่ออกไป โดยมี “สื่อกลุ่มหนึ่ง” ซึ่งใกล้ชิดแกนนำสส.พปชร. กลุ่มโนโหวตนายศักดิ์สยามเป็นหัวหอก นำเสนอข่าวสารเหมือนว่าไปแก้ทีโออาร์หลังยื่นซองไปแล้ว ทำให้เอกชนที่ไม่มีประสบการณ์ขุดอุโมงค์ใต้ดินเสียเปรียบ

แต่ที่จริงแล้ว การแก้ทีโออาร์เกิดก่อนการยื่นซอง และยังมีการขยายเวลายื่นไปอีก 45 วันเพื่อให้เอกชนทุกรายไปเตรียมข้อเสนอที่ดีที่สุดมาแข่งกัน !!

พูดง่ายๆ งานนี้เค้าแข่งกันที่ “เทคนิควิธีทำงานกับผลตอบแทน” ไม่ได้สนใจว่าเคยทำหรือไม่ ถ้าไม่เคยก็ไปหาพาร์ทเนอร์ หรือผู้รับเหมาช่วงมาเสริมได้

วิธีประมูล “เทคนิคและราคา” เช่นนี้ก็ทำกันมามากมายในโครงการขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน ทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าได้งานที่ดีมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ไม่ใช่เน้นแค่รัฐต้องได้ราคาสูงๆ แต่คุณภาพงานออกมาตำ่ เพราะผู้ชนะสัมปทานก็ย่อมต้องลดต้นทุนงบดำเนินการอยู่แล้ว เพราะจ่ายไปเยอะ

แน่นอนว่า รฟม.อาจถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมทำไมมาแก้ทีโออาร์ แต่ถ้าดูกันจริงๆ ก็ยังห่างไกลเรื่องทุจริต เพราะการเปลี่ยนกติกาเกิดก่อนลงสนามแข่ง และให้เวลาทุกรายไปเตรียมตัวให้ดีก่อนลงแข่งใหม่

ที่น่าสงสัยมากกว่าคือทำไม “ทุนเอกสารเจ้าใหญ่” ดังกล่าวต้องฟ้องร้องจนเป็นคดีใหญ่โต เหมือนกับว่าได้งานสายสีส้มแล้วแต่กำลังจะโดนแย่งไป ทั้งที่จริงยังไม่ได้ลงแข่งกันเลย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจ้องจะฟันราคาจริงๆ โดยไม่สนคุณภาพ เหมือนที่รัฐเจอปัญหาในโครงการพัฒนาระบบคมนาคมทางรางและทางอากาศขนาดใหญ่ในระยะหลังที่เน้นตัดสินด้วยผลตอบแทนการเงิน ซึ่งล้วนล่าช้าและมีปัญหาหมด

และแล้วเพื่อให้รถไฟฟ้าสายสีส้มเดินต่อได้ ไม่ต้องมีคดีฟ้องร้อง และขจัดปัญหาร้องเรียนเรื่องการแก้ทีโออาร์ รฟม.เลยล้มประมูลและเปิดประมูลใหม่

จุดพลิกผันในรถไฟฟ้าสีเขียว กับ สีส้มนี้ทำให้ “ขาใหญ่” หงุดหงิดมาก ถึงกับระดมสื่อในสังกัดออกตัวแรงเปิดศึกกับ ภูมิใจไทยเต็มที่ “เชียร์สีเขียว-อัดสีส้ม” คือแนวทาง แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ถึงกับกระอักเลือด เพราะสีเขียวก็ไม่จบ มีแนวร่วมคัดค้านมากขึ้นเนื่องเพราะราคาค่าโดยสารแพงเกินไป ส่วนสีส้มก็หลุดมือไปเริ่มใหม่..

จนท้ายที่สุด นำมาสู่เหตุการณ์ลงมติ “โนโหวต” นายศักดิ์สยาม ในฐานะรมว.คมนาคม โดยสส.พปชร ดังกล่าวซึ่งผูกพันกับสื่อกลุ่มนี้อย่างที่รู้กัน งานนี้ “ขาใหญ่” จงใจแสดงพลังให้เห็นว่าไม่พอใจภูมิใจไทยอย่างแรง

แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ทางการเมืองถือเป็นการหักหน้าหัวหน้าพรรคพปชร. “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลผิดใจกันโดยใช่เหตุ ล่าสุด พล.อ.ประวิตรจึงออกมาตำหนิกสส.กลุ่มนี้อย่างแรงและให้จัดการลงโทษด้วยที่ฝ่าฝืนมติพรรค

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การที่กลุ่มทุนขาใหญ่มาพัวพันการเมืองแบบนี้ จะทำให้รัฐบาลเกิดรอยร้าวลึกแค่ไหน หาก พล.อ.ประวิตร และนายกรัฐมนตรีไม่ลงมาบริหารจัดการ ต่อไปรัฐบาลจะอยู่ยากขึ้นเรื่อย เพราะเกมๆ นี้มีผลประโยชน์ประเทศชาติ และชีวิตของรัฐบาลมาเดิมพัน !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี