
เหตุการณ์การชุมนุมวันที่ 20 มีนาคม ซึ่งจบลงด้วยการสลายการชุมนุมโดยที่การชุมนุมยังไม่ได้ยุติลงตามเวลาที่ประกาศไว้ และเหตุการณ์ที่ดำเนินแบบเรียกว่า ลุกลามบานปลายไปไกลถึงเที่ยงคืนของวันใหม่
กลายเป็นประเด็นที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยกมาเพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับความเชื่อของตัวเองและลดทอนฝั่งตรงข้าม จนบางกรณีมองข้ามความสมเหตุสมผลไป
แม้จะมีเรื่องที่ยังต้องการคำอธิบายถึงแรงจูงใจจนนำไปสู่การกระทำต่างๆ ไม่ว่า การตัดสินใจชักเย่อดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาเพื่อเปิดทาง การตัดสินใจกำลังเข้าสลายผู้ชุมนุมแบบอำนาจนิยมเพื่อสร้างความหวาดกลัวกับผู้ชุมนุมโดยไม่สนข้อปฏิบัติตามหลักสากล
และสลายแบบปูพรมจนขยายวงออกไปนอกพื้นที่ชุมนุมเพื่อสยบทุกคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง โดยไม่แยกแยะว่าเป็นผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ สื่อมวลชน หรือคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ละแวกนั้น
ไม่นับว่ามีกลุ่มจัดตั้งปีกขวาจัดลงมือดักทำร้ายในจังหวะที่สอดประสานการฝ่ายรัฐที่ทำการสลายผู้ชุมนุมจนแทบเป็นระเบียบแบบแผน
นั่นทำให้ความพยายามที่จะติดฉลากพร้อมคำบรรยายว่า ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง (แค่เคลียร์ตู้คอนเทนเนอร์ไม่กี่ตู้) หรือใช้ภาพเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายโดยไม่เอ่ยถึงบริบทรวมจนเกิดภาพเหล่านี้ อย่างที่รัฐใช้ทุกกลไกผลิตซ้ำ ตอกย้ำนั้น ไม่สามารถโน้มน้าวคนอีกหลายคน เชื่อและคิดคล้อยตามกับฝ่ายรัฐได้
หนำซ้ำคนจำนวนมาก กลับได้เห็นความโกลาหลลุกลามบานปลาย และความป่าเถื่อนของตำรวจควบคุมฝูงชน ใช้กระบองกระหน่ำรุมตีผู้ชุมนุมแบบไม่ยั้งมือ ผ่านสื่อรูปแบบใหม่ที่นำเสนอโดยสื่อหลายสำนักหรือคนธรรมดาที่เผชิญเหตุการณ์อยู่ตรงหน้า ไม่นับว่ากระสุนยางถูกยิงแบบไม่เลือก จนทำให้ผู้สื่อข่าวถึง 3 คนและประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
นี่จึงเป็นความเลยเถิดที่ต่อให้แถลงข่าวชี้แจงโดยไม่คิดจะเอ่ยถึงมุมที่ตัวเองกระทำจนเกินเลยจริงๆ
คนที่ติดตามและเห็นข้อมูลมากมาย ก็จะใช้วิจารณญาณของตัวเองได้ ว่าคำตอบคืออะไร
และบางที คำตอบที่ว่า อาจไม่ถูกใจฝ่ายรัฐก็เป็นได้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
