bg-single

ปิดดีล ‘ครม.’-แบ่งเค้ก ‘รมต.’ Play Safe อิงคำวินิจฉัย ‘ศาล รธน.’ ฝ่ายค้านเล็ง ‘ย้อนศร’ ใช้คดีฮั้ว ส.ว.เขย่า ’13’ ว่าที่รัฐมนตรี

13.03.2026

ในประเทศ

ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน” 2 ขณะนี้ถือว่าเริ่มมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะภายหลัง “หัวหน้าหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำทัพ ส.ส.พรรค ภท. 191 ชีวิต ร่วมเวทีสัมมนา ส.ส. ผู้บริหารและสมาชิกของพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ภายหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เสร็จสิ้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะการเลือกตั้งคว้าเก้าอี้ ส.ส.มาได้ถึง 192 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 173 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 19 คน มากที่สุดเป็นอันดับ 1 จึงทำให้มีความชอบธรรมเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยความคืบหน้าขณะนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า การจัดตั้งรัฐบาล “ปิดดีล” เรียบร้อยแล้ว เป็นพรรคร่วมรัฐบาล 291 เสียง นำโดย พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง

พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อชาติไทย พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรครวมใจไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง โดยสมการนี้ไม่ปรากฏชื่อพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง เข้าร่วมรัฐบาล

ส่งผลให้แนวโน้มเสียงของฝ่ายค้านมีจำนวน 209 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 120 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง และพรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย พรรคละ 1 เสียง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี เรียกได้ว่าเวลานี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายใกล้สะเด็ดน้ำเข้ามาทุกทีๆ โควต้าเก้าอี้แต่ละกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลจะได้รับการจัดสรรนั้น เริ่มลงตัวเพิ่มมากขึ้น ภายหลังเสร็จสิ้นงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง “ครม.อนุทิน 2” การแต่งตั้งผู้มาดำรงตำแหน่งนั้นยึดหลักเกณฑ์ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ยึด Play Safe เพื่อความปลอดภัย ป้องกันปัญหาคุณสมบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยพรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง

ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แบ่งเป็นโควต้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล 5 ตำแหน่ง คือ นายอนุทินนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

ขณะที่โควต้ากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฏชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายไชยชนก ชิดชอบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์

สำหรับสัดส่วนเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาตลอด อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล มีรายงานว่าจะได้เก้าอี้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ส่วนนางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา อยู่ระหว่างจัดสรรความเหมาะสม

ส่วนโควต้าพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย จะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้ที่เหมาะสมได้เป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควต้าเช่นกัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้อำนาจพรรคเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือเป็นคนรุ่นเก่า แต่จะต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ควบคู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่ง

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐจะได้โควต้ารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ นางตรีนุช เทียนทอง ส่วนพรรคเล็ก ซึ่งมี 1-2 เสียง ครั้งนี้จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี

ด้านแกนนำสีน้ำเงินเลือดใหม่ นายสุชาติ ชมกลิ่น จะได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา แนวโน้มได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะคว้าเก้าอี้ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ขณะที่ตำแหน่งสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงยุติธรรมนั้น ปรากฏชื่อ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ยังคงได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อไป

แต่ทว่า ล่าสุดกลับมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองที่เตรียมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ได้จับข้อมูลประเด็นสำคัญเพื่อตรวจสอบ ครม.ชุดใหม่ โดยพิจารณาจากรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี ซึ่งกำลังจัดสรรตำแหน่งกันอยู่

พบว่าผู้ที่อยู่ในข่ายได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีค่อนข้างแน่นอนแล้วนั้น มีถึง 13 ราย ที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมจุดประเด็นคุณสมบัติ

เนื่องจากพบว่าประมาณ 13 รายดังกล่าวตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว ส.ว. ตามที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 หรือคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปสำนวนและชี้เอาไว้

โดยเริ่มจากผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 187 ซึ่งมีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล โดนข้อกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือร่วมกับบุคคลอื่นกระทำการ หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันมีผลให้การเลือก ส.ว.มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 หลายมาตรา

นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาเดียวกัน ลำดับที่ 188 ลำดับที่ 189 ลำดับที่ 190 ลำดับที่ 191 ลำดับที่ 193 ลำดับที่ 195 ลำดับที่ 197 ลำดับที่ 204 ลำดับที่ 205 ลำดับที่ 206 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม วันที่ 15 มีนาคม เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา จากนั้นโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเป็นวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งการตั้งคณะรัฐมนตรีจะเป็นขั้นตอนต่อจากนี้

ฉะนั้น โผ “ครม.อนุทิน 2” มีความเป็นไปได้ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทันทีที่มีการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว

ฉะนั้น หากกระบวนการเป็นไปตามไทม์ไลน์เช่นนี้ คงได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ ก่อนวันสงกรานต์แน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน