bg-single

เกมรุก-เกมรับ พรรคส้ม โอกาสและความเสี่ยง ชำแหละนโยบายรัฐบาล เผชิญวิบากกรรมยุบพรรค

27.03.2026

ในประเทศ

พรรคประชาชนกำลังเจอบททดสอบทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังพ่ายแพ้ในสมรภูมิเลือกตั้ง 2569 กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้หัวหน้าเท้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต้องรับมือกับปัจจัยการเมืองเชิงบวกและเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเสมือนเป็นทาง 2 แพร่งที่เต็มไปด้วยโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

ปัจจัยการเมืองเชิงบวก สะท้อนภาพชัดผ่านการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา พรรคประชาชนเปิดเกมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ถกเข้มปัญหาวิกฤตพลังงาน เก็บคะแนนนิยมเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

พร้อมทั้งเสนอแนวทางให้รัฐบาลนำไปพิจารณา เพื่อช่วยเหลือประชาชนตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

ขุนพลพรรคส้มเดินหน้าจัดหนักจัดเต็ม นำโดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล, ภัณฑิล น่วมเจิม, อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ฯลฯ ชำแหละความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน

นายวีระยุทธซัดแรงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนายกฯ เปลี่ยนโหมดการทำงาน จากการใช้กลไกรัฐเพื่อบริหารอำนาจ เปลี่ยนเป็นบริหารประเทศในยามวิกฤต ช่วยประเทศไทยฝ่าวิกฤตโลกป่วน

“ท่านนายกฯ ในฐานะผู้นำประเทศ ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่สูงกว่าช่วงเวลาปกติ ต้องมีทั้งความเข้าใจเศรษฐกิจโลก ต้องกล้าตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดคือความเห็นอกเห็นใจพี่น้องคนไทยที่กำลังเดือดร้อน” นายวีระยุทธกล่าว พร้อมเสนอ 3 แนวทางเพื่อกู้วิกฤตพลังงานในประเทศไทย

1. เปลี่ยนจากการจัดการวิกฤตแบบปิด เป็นการเปิดรับฟัง เปิดข้อมูล ลงโทษคนผิด ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ต้องรับฟังกลุ่มคนที่เดือดร้อน เช่น เกษตรกร ไรเดอร์ ปั๊มขนาดเล็ก ไม่ใช่เน้นพูดคุยเฉพาะกับกลุ่มธุรกิจใหญ่เป็นหลัก

2. เปลี่ยนจากการตรึงราคา เป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันไดและช่วยกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลไม่ควรโทษประชาชนว่ากักตุนน้ำมัน สร้างความโกลาหล และควรปรับลดภาษีสรรพสามิต รวมถึงการเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นหรือธุรกิจที่ได้รับกำไรส่วนเกินจากปัจจัยภายนอก โดยที่ไม่ได้ลงทุนเพิ่ม

และ 3. เปลี่ยนจากโครงการธงเขียวเพื่อประชาสัมพันธ์ เป็นการดูแลทั้งซัพพลายเชนและแจกคูปองแบบทั่วถึง โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ต้องนำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึงประมาณ 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดการโก่งราคาหรือกักตุนเพื่อทำกำไรเกินควรระหว่างวิกฤต

จบจากภารกิจยื่นญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานในสภาแล้ว พรรคส้มเตรียมลุยชำแหละนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้นต่อในช่วงต้นเดือนเมษายน

โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ย้ำว่าเป็นโอกาสที่ดีที่พรรคการเมืองจะตรวจการบ้านของรัฐบาลว่าจะเป็นไปตามที่ได้หาเสียงและแถลงไว้กับประชาชนหรือไม่

รวมถึงนโยบายที่รัฐบาลจะแถลงนั้น เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือใช้เวลาในการแก้ปัญหาระยะ 4 ปี

โดยขณะนี้พรรคประชาชนให้ ส.ส.เสนอตัวว่าจะอภิปรายในประเด็นใดและด้านใดบ้าง พร้อมทั้งยืนยันว่าพรรคประชาชนจะตรวจสอบรัฐบาลในทุกมิติอย่างแน่นอน

ตามมาด้วยแผนการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคประชาชน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเตรียมบุคคลขึ้นมารับไม้ต่อจากคดี 44 ส.ส.ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคำตัดสินของศาลยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา แต่ ส.ส.พรรคประชาชนหลายคนคาดเดาถึงชะตากรรมทางการเมืองล่วงหน้าไว้บ้างแล้ว

หากผลออกมาเป็นลบ ส.ส.และแกนนำพรรคทั้ง 44 คน อาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมถึงไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใดๆ และอาจโดนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี แล้วแต่กรณี

ดังนั้น คดีนี้จะกลายเป็นจุดตัดสำคัญอีกครั้งของพรรคประชาชน จับสัญญาณอันตรายวิบากกรรมนิติสงคราม 44 ส.ส.เสี่ยงถูกประหารชีวิตทางการเมือง ตัดตอนพรรคส้มไม่ให้เติบโตเกินหน้าเกินตาไปมากกว่านี้

โดยพรรคประชาชนพร้อมดันนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และขยับนายณัฐพงษ์ลงมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการพรรคแทน

ส่วนปัจจัยการเมืองเชิงลบ พรรคส้มเจอปัญหาสารพัดกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างปฏิเสธไม่ได้ เริ่มจากกรณีงูเห่าสีส้ม หลังจากนายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ซึ่งสวนมติพรรคอย่างเปิดเผย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสมาชิกพรรคที่ต้องการให้มีการจัดการขั้นเด็ดขาด

แน่นอนว่าการโหวตสวนมติพรรคไม่ใช่เรื่องใหม่ก็จริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการควบคุมภายในพรรคเริ่มมีปัญหา อุดมการณ์ที่หาเสียงไว้กลับมีคุณค่าน้อยลงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ส่วนตน เขย่าความเชื่อมั่นและเกิดผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นเอกภาพภายในพรรคอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่ามีการเสนอเงินให้งูเห่าสีส้มสูงถึง 20 ล้านบาท พร้อมเงินรายเดือนอีกเดือนละ 4 แสนบาท รวมถึงจะอัดงบฯ ให้ใช้ในการลงพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าผู้ที่ปิดดีลงูเห่ารอบนี้เป็น ส.ส.ของพรรคหนึ่ง ซึ่งในอดีตก็เคยมีพฤติกรรมเป็นงูเห่าเช่นกัน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่าปรากฏการณ์งูเห่าสีส้มจะไม่ทำให้คนในพรรคเสียสมาธิอย่างแน่นอน พร้อมทั้งมีมติสั่งดองงูเห่า เพื่อตัดโอกาสทางการเมืองและขัดขวางไม่ให้นายสุริยาไปทำกิจกรรมกับพรรคอื่นที่หวังดูดเข้ารังได้อย่างราบรื่น

“ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น และไม่ใช่การกระทำจากฝ่ายค้านแน่นอน ส่วนตัวไม่เห็นความจําเป็นใดๆ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้รัฐบาลเองมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของพวกเรา” นายณัฐพงษ์กล่าว และย้ำว่า ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดวงจรการซื้องูเห่าในสภา

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นปัจจัยการเมืองเชิงลบ กรณีปมสเปกเตอร์ซีและปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ซึ่งเป็นเหตุให้นักร้องไปยื่นยุบพรรคประชาชนรวมทั้งหมด 3 ราย สุ่มเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3

ล่าสุด เรื่องอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาต่อไป

กรณีสเปกเตอร์ซีผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง โดยมีหลายฐานความผิด อาทิ การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การจูงใจให้สมัครสมาชิกพรรคด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงการรับบริจาคเงินที่มีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่ถูกร้องเรียนอย่างเท่าเทียม และดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“โดยปกติเมื่อมีผู้ยื่นคำร้อง มักจะยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน และในกรณีที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง มักจะมีการร้องขอให้สั่งยุบพรรคไว้ล่วงหน้า ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว อาจไม่ได้เป็นไปตามที่ร้องเสมอไป เนื่องจากทุกอย่างต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ” เลขาฯ กกต.กล่าว

ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง วิเคราะห์อนาคตของพรรคประชาชน หลังเกิดปรากฏการณ์งูเห่าสีส้มได้อย่างแหลมคม

พล.ท.พงศกรมองว่ากรณีงูเห่าถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย ซึ่งพรรคอื่นอาจมีงูเห่ากว่าครึ่งพรรค แต่ของพรรคส้มเป็นรายบุคคล สะท้อนให้เห็นปัญหาของกรรมการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ไม่ได้คนที่มีอุดมการณ์ตรงกัน

“พรรคประชาชนอาจจะมีปัญหานิดหน่อย ยังงงๆ อยู่ว่าแพ้เลือกตั้งได้ยังไง ซึ่งมันไม่ควรจะแพ้ เขาคิดแบบนั้น ตอนนี้ก็เลยสับสนอลหม่าน ก็ได้แต่ให้กำลังใจกันไป”

“ต้องเข้าใจว่านี่คือพรรคการเมืองของคนปกติธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่บ้านใหญ่ หรือมีพลังอำนาจในการสั่งอะไร ซึ่งเขาก็ควรลุกขึ้นมาสู้ต่อได้แล้วล่ะ”

“อาจจะรอตอนทำงานในสภา ตอนนี้มีแค่รัฐบาลเฉยๆ ยังไม่มีกรรมาธิการ ต้องรอดูบทบาทในกรรมาธิการของเขา ซึ่งเราก็คงจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น” พล.ท.พงศกรอ่านเกมปัญหาของพรรคประชาชนทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงปรากฏการณ์งูเห่าสีส้ม

พร้อมทั้งชวนจับตาดูบทบาทฝ่ายค้านของพรรคประชาชน เพื่อเป้าหมายสำคัญในการทวงคืนความยิ่งใหญ่ผ่านสนามการเลือกตั้งครั้งต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ทำไม รัฐมนตรี มหาดไทย กลายเป็น ตำบล กระสุนตก
ดร.วันดี – สุทธิพงษ์ มอบเงิน 1 ล้านบาท ผอ.โรงพยาบาลพระปิยมหาราช จ.ตราด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
เกมการทูตพม่าที่ กท. ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์พลขันธ์กับความคิดสันติภาพ (22) พระสารสาสน์ฯ กับความคิดเรื่องสันติภาพ
พระพลบดีหลังปฏิวัติ 2475 กับร่างกายอุดมคติยุคสร้างชาติ (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (39)
E-DUANG | ชะตากรรม ไทยรักไทย มาอนาคตใหม่ ก้าวไกล
Saucony Thailand เปิดตัว “Saucony BKK 10K” งานวิ่งระดับนานาชาติที่ยกระดับกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งวัฒนธรรมการวิ่ง
TrueOnline Home Next เชื่อมต่อทุกศักยภาพ สู่ทุกความเป็นไปได้ ร่วมผลักดัน Mister Global Thailand 2026 เปล่งประกายสู่เวทีโลก
การแก้ปัญหาเมือง
นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’
มายา อวิชชา และมโน! ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา