bg-single

เส้นแดง แต่ไม่แดงของทรัมป์ ! | สุรชาติ บำรุงสุข

30.03.2026

     สถานการณ์สงครามอิหร่านเดินหน้าไม่หยุดเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 อาจจะดูมีแนวโน้มที่ดีอยู่บ้างเรื่องการเจรจาแต่ก็เป็นแนวโน้มที่ยังมีความเปราะบางในตัวเองอย่างมาก เพราะการเคลื่อนตัวของสงครามยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะนำไปสู่การหยุดยิงได้จริง

     การที่แนวโน้มสงครามยังไม่เคลื่อนไปในทิศทางของสันติภาพนั้น อาจจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างยังมีศักยภาพของการตอบโต้ทางทหารกันไปมา ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ก็เล่นบทขีดเส้นแดงด้วย “การขู่” ที่จะใช้กำลังทหารในการโจมตีอิหร่านให้หนักขึ้น และคำขู่ที่สำคัญของทรัมป์เกิดขึ้นจากการโพสต์ในตอนดึกของคืนวันที่ 22 มีนาคม ที่จะเปิดการโจมตีสถานีพลังงานของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ถ้าอิหร่านไม่ยอดเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

      คำกล่าวของผู้นำสหรัฐก็คือ การขีด “เส้นแดง” ที่จะไม่อนุญาตให้รัฐฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจข้ามเส้นดังกล่าว

คำขู่ของทรัมป์

     แน่นอนว่า คำขู่ของผู้นำอเมริกันสร้างความกังวลอย่างมากกับเวทีโลก เพราะการกระทำเช่นนั้น จะทำให้สงครามเกิดการยกระดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอิหร่านเองคงไม่ยอมให้สหรัฐโจมตีจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ของตน โดยปราศจากการตอบโต้ ซึ่งว่าที่จริงแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงการที่อิหร่านเปิดการโจมตีประเทศในบริเวณอ่าวเปอร์เซียมาแล้ว แม้ว่าโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านจะถูกสกัดกั้นและทำลายขณะอยู่ในอากาศ แต่การโจมตีที่เกิด ได้สร้างความเสียหายในระดับหนึ่ง และมีบางส่วนที่หลุดรอดจากการสกัดกั้นไปได้

    แต่แล้วโลกได้ถอนหายใจสักนิด เมื่อผู้นำสหรัฐตัดสินใจใหม่ที่จะเลื่อนการโจมตีสถานีพลังงานของอิหร่านออกไป 10 วัน ด้วยเหตุผลว่า เนื่องจาก “การเจรจามีความคืบหน้าไปอย่างดี” โดยการเลื่อนครั้งนี้จะทำให้เกิดเส้นตายใหม่ของทำเนียบขาวคือ วันที่ 6 เมษายน (คำกล่าวของทรัมป์, 27 มีนาคม 2026)

    ขณะเดียวกัน กำลังรบจากหน่วยนาวิกโยธินและกำลังส่งทางอากาศของสหรัฐ กำลังถูกส่งเข้าพื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดคำถามในอีกด้านว่า สหรัฐเตรียมส่งกำลังทางบกเข้าปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านใช่หรือไม่ เพราะการนำกำลังทางบกเข้าสู่อิหร่าน จะเป็นการยกระดับสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน เพราะผู้นำอิหร่านอาจจะไม่ยอมรับต่อสภาวะเช่นนี้

     นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐประมาณการณ์ว่า สหรัฐจะบรรลุวัตถุประสงค์ของสงครามตามที่กำหนดไว้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า หรือที่รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกันกล่าวว่า สงครามจะจบลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า (คำกล่าวของมาร์โก รูบิโอในเวทีการประชุม G7) กระนั้น ก็ไม่มีความชัดเจนว่า สงครามจะยุติลงได้จริงตามที่ผู้นำอเมริกันคาดหวังไว้เพียงใด

      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นความน่ากังวลในทางยุทธศาสตร์ก็คือ การสื่อสารทางการเมืองของผู้นำสหรัฐ ที่มีความไม่ชัดเจน ดังเช่นเมื่อมีการขีดเส้นตายแล้ว แต่เมื่อครบกำหนดเส้นตาย ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นจริง

      ในอีกด้านหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า เมื่ออิหร่านตัดสินใจ “ข้ามเส้นแดง” แต่ก็ไม่มีอะไรตามมา ดังนั้น เส้นแดงของทรัมป์จึงดูจะไม่มีความน่าเกรงขามเท่าใดนัก

เส้นแดง ที่ไม่แดง !

     สภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามอย่างมากว่า สิ่งที่ในทางทฤษฎีเรียกว่า “ความน่าเชื่อถือทางยุทธศาสตร์” (strategic credibility) ของสหรัฐในสงคราม จะอยู่อย่างไร

     การกล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อชี้ให้เห็นถึงบริบทในทางยุทธศาสตร์ว่า ประธานาธิบดีโอบามาก็เคยถูกวิจารณ์อย่างมากในปี 2012 เพราะมีการขีดเส้นแดง ที่จะไม่อนุญาตให้รัฐบาลซีเรียในขณะนั้น ใช้อาวุธเคมีในการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธดังกล่าวจริง ประธานาธิบดีอเมริกันก็ไม่ได้แสดงอาการตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น และหนึ่งในคนที่วิจารณ์โอบามาอย่างมากก็คือ ทรัมป์ … โอบามาถูกวิจารณ์ว่า “กลับไปกลับมา” ไม่มีความเอาจริงในเชิงนโยบาย

     ทรัมป์เองวันนี้ กำลังตกอยู่ในสภาวะเดียวกับโอบามาในปี 2012 แต่บางที อาจจะหนักหน่วงกว่า เพราะทรัมป์มีเส้นแดงหลายเส้น แต่ดูเหมือนผู้นำอิหร่านจะไม่สนใจที่จะปฏิบัติตามเท่าใดนัก และผู้นำสหรัฐเองก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรจริงจัง จนดูเหมือนว่า คำแถลงของผู้นำสหรัฐ ไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากในเวทีสากล (การกล่าวเช่นนี้มิได้มีนัยที่ต้องการเห็นผู้นำอเมริกันใช้กำลัง “ถล่ม” อิหร่านอย่างรุนแรง เป็นแต่การตั้งข้อสังเกตจากปัญหาการขีดเส้นแดงของทรัมป์)

     หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้ว สิ่งที่จะประสบความเสียหายอย่างมาก จะไม่ใช่เรื่องความเสียหายจากสงครามแต่จะเป็นความเสียหายในทางการเมือง ซึ่งหมายถึง ความเสียหายที่เกิดแก่ “ความน่าเชื่อถือ” ของความเป็นผู้นำของสหรัฐในเวทีโลก หรือ “American Credibility” ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

(Pool via AP)

อนาคต

     ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามกันต่อไปว่า ผู้นำสหรัฐจะตัดสินใจในท้ายที่สุดอย่างไรกับปัญหาอิหร่านเพราะทรัมป์อาจจะชอบที่จะใช้กำลังทางทหารขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการขีดเส้นแดงในการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ และเชื่อว่า กำลังขนาดใหญ่จะเป็นเครื่องมือในการแก้วิกฤต เพราะฝ่ายตรงข้ามจะไม่กล้าข้าม

     แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่กลัว และพร้อมที่จะก้าวข้ามเส้นแดงนี้แล้ว ผู้นำสหรัฐจะดำเนินการอย่างไรต่อ … สงครามครั้งนี้จึงเป็นความท้าทายต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐอย่างท้าทาย และถ้ายืดเยื้อต่อไป ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตการเลือกตั้งกลางเทอมในการเมืองอเมริกันอย่างแน่นอน !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’