bg-single

บันทึกพฤษภา 35 ฉบับ ‘พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี’ 2 เส้นทางสู่ชัยชนะ ‘จับจำลอง-นองเลือด’

18.05.2026

หมายเหตุ : บทความเผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 3 0 พ.ค. 2551


“พฤษภา 2535” กลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นำประชาชนลุกฮือขึ้นมาล้ม “เผด็จการทหาร” ที่สืบทอดอำนาจหลังการรัฐประหาร รสช. เมื่อปี 2534

“ความรุนแรง” ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็น “อุบัติเหตุ”

แต่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เพื่อน จปร.7 ของ พล.ต.จำลอง เคยเฉลยเบื้องหลัง “อุบัติเหตุ” ดังกล่าว ในหนังสือ “บันทึกคำให้การ สุจินดา คราประยูร กำเนิดและอวสาน รสช.” ของ “วาสนา นาน่วม”

ตัวละครที่มีการกล่าวถึงในเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนั้นมีอยู่ 5 คน คือ 1. พล.ต.จำลอง 2. พล.อ.พัลลภ 3. พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ เพื่อน จปร.7 และนายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 4. พล.อ.ชวลิต และ 5. น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

พล.อ.พัลลภ เล่าว่า วันที่ พล.ต.จำลอง อดข้าวประท้วง “มหาจำลอง” โทรศัพท์มาหา พล.อ.พัลลภ ชวนมาเป็นเพื่อน

พล.อ.พัลลภ จึงชวน พล.ท.พิรัช หรือ “เสธ.หมึก” มาร่วมด้วย

“ผมกับ พล.ต.จำลอง ปรึกษากันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เราจะชนะได้มี 2 ประการเท่านั้น คือ 1. ทหารใช้อาวุธปราบประชาชน เราชนะ 2. วันไหนจับจำลอง เราชนะ” นี่คือ “ยุทธศาสตร์” ที่ 2 เพื่อนตายแห่ง จปร.7 คุยกันก่อนที่จะเคลื่อนขบวน

ไม่มีคำเฉลยว่าเขาดำเนิน “ยุทธวิธี” ใด ที่จะบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

พล.อ.พัลลภ เล่าว่า หลังจากที่ พล.ต.จำลอง อดอาหาร พอผ่านไปหลายวัน แพทย์ก็บอกว่าต้องให้ “มหาจำลอง” กินข้าว ถ้าไม่กิน จะไม่รับรองความปลอดภัย อาจช่วยชีวิตได้แต่ พล.ต.จำลอง จะปัญญาอ่อน

“ผมก็หันมาปรึกษาไอ้หมึกว่า เราต้องหลอกให้ไอ้ลองกินข้าว มีทางเดียวเราต้อง move กำลังแกล้งไปประจันหน้ากับทหาร แล้วหลอกให้ไอ้ลองกินข้าวว่ามึงจะตายไม่ได้ มึงเป็นแม่ทัพแล้ว

ผมบอกไอ้หมึกไปบอกพี่จิ๋ว พี่จิ๋วเขาร่วมอยู่ด้วย ไอ้หมึกหายไปสักพัก กลับมาเกือบ 5 โมงเย็น บอกว่าพี่จิ๋วไม่ยอมให้มีการ move คนจากสนามหลวงมาผ่านฟ้า เมื่อพี่จิ๋วไม่ยอม ถ้าเราไปพูดกับพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ยอม หมอเหวง หมอสันต์ องค์กรประชาธิปไตย นักศึกษาก็ไม่ยอม เราก็มาคิดว่าจะทำยังไงให้จำลองมากินข้าวให้ได้

เชื่อไหม ความเฮงของผม เกือบทุ่มหนึ่ง พี่ตุ๋ย (พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี ผบ.ทบ. สมัยนั้น) เขาเอาครอบครัวทหารจาก พล.ร.9 มาสนามหลวง 500-600 คน เราจำได้ลูกน้องเราทั้งนั้น ผมถามว่ามึงมากันทำไม มันเล่าให้ฟังว่าให้มากวนๆ ในสนามหลวง

ผมก็เลยบอกลูกน้องว่าเฮ้ยไปบอกพวกมึงนะว่าเดี๋ยว 2 ทุ่มกูจะเดินเอาจำลองไป แล้วมึงเดินตามนั้น พอสองทุ่มพี่ก็เอาทหาร พล.ร.9 แบกจำลองเดินมาผ่านฟ้า มันก็เลยตามกันมากันหมด พวกนั้นเขาก็โกรธมาก พี่จิ๋ว ประชาธิปัตย์ องค์กรประชาธิปไตย หาว่าทำโดยพลการ”

จากนั้น เมื่อ พล.ต.จำลอง ประกาศเลิกอดอาหารจนตายในวันที่ 9 พฤษภาคม ก็มีพักการชุมนุม ก่อนที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 17 พฤษภาคม ก้าวย่างสู่เป้าหมาย “จับจำลอง” หรือ “ทหารใช้อาวุธปราบประชาชน” เริ่มต้นขึ้นแล้ว

การเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาที่สะพานผ่านฟ้าในคืนวันที่ 17 พฤษภาคมนั้น พล.อ.พัลลภ เล่าว่า “ที่ราชดำเนินกลาง ทหารวางกำลัง 3 กองพัน ร.1 พัน 3 ที่ผมเคยอยู่ ร.1 พัน 4 และ ร.1 พัน 1 วางกำลังอยู่หน้ากระทรวงเกษตรฯ

แต่จากผ่านฟ้าไปเป็นตำรวจนครบาล

ผมก็กลัวจะปะทะก็เดินตรวจ บอกพวกเราว่าอย่าเข้าไปใกล้ลวดหนามนะเพราะทหารอยู่ เราเดินไปถึงแยกภูเขาทอง เห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่ไปเขย่ารั้วลวดหนาม ตำรวจอยู่ข้างหลัง เขาพูดอะไรไม่รู้ ปรากฏว่าตำรวจใช้กระบองตีนักศึกษา 2-3 คนลงไปชัก

พวกนักศึกษาก็ฮือ พอฮือ ตำรวจมันก็ยิง พอยิงปั๊บไอ้หมึกเขาโกรธ เลยคว้าเราะเบิดมือจะขว้าง ผมจับมันไว้ว่าไม่ได้ อาวุธเรามีเยอะนะ แต่เราตกลงกันไว้ว่าจะไม่ใช้อาวุธ เพราะถ้าเราใช้อาวุธปั๊บเขาจะมีความชอบธรรมในการปราบทันทีเลย

เชื่อไหม ด้วยความโกรธนักศึกษานอนกับพื้น ชกพื้นถนนจนมือแตก ร้องไห้กัน เราไม่รู้จะทำยังไง แว็บขึ้นมาตรงนั้นมีดับเพลิงภูเขาทอง ก็เข้ายึดเลย ตำรวจหนีหมด

พอเข้าไปเปิดห้อง เจอขวดเบียร์ ขวดเหล้าบาน ก็นึกถึงระเบิดเพลิง เลยบอกนักศึกษาทำระเบิดเพลิงเอาน้ำมันจากรถดับเพลิง ชนวนก็เอาเสื้อยืดตำรวจนั่นแหละ นั่งทำกันได้ 50 ลูก

เชื่อไหม กำลังนั่งทำอยู่ วัดสระเกศมีร้านขายไม้เยอะ ชาวบ้านขนไม้หน้า 3 มาให้เป็นคันรถเพื่อเอาไปตีกับตำรวจ ขนมาให้เป็นคันรถ

พอทำเสร็จประมาณตี 1 ก็บอกไอ้หมึกว่าตีสองค่อยตีตำรวจ เพราะนักศึกษาเขาไม่ยอม ผมก็เดินข้ามไปฝั่งโน้นไปบอกทหารว่าตี 2 เราจะตีตำรวจนะ พวกกล้อไม่เกี่ยวนะ อย่าใช้อาวุธนะ ทหารก็เชื่อ

พอตี 2 ไอ้หมึกเขาก็ตีตำรวจ เอาระเบิดขว้างเลย ทหารขึ้นรถหนีหายไปหมดเลย เราตีตำรวจแค่นั้นเอง ถ้าตำรวจไม่ตีนักศึกษาก็ไม่เกิดเรื่องหรอก นักศึกษาเขาโกรธ ก็เลยเผา สน.นางเลิ้งเลย”

เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น รัฐบาลก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน และวันรุ่งขึ้น พล.ต.จำลอง ก็ถูกจับตาม “เป้าหมาย” ที่วางไว้

“การจับจำลองผมรู้ก่อน พอเที่ยงๆ ลูกน้องผมเยอะ โทร.มาบอกว่าเขาจะไปจับจำลองนะ จำลองนอนอยู่โรงแรมมาเจสติค มันร้อน มันหนีขึ้นไปนอน

พอผมรู้ปั๊บผมก็ขึ้นไปหาไอ้ลอง บอกไอ้ลองว่า เฮ้ย เข้าล็อกเราแล้ว เดี๋ยวเขาจะมาจับมึง มึงลงไปรอให้จับเลย

แล้วผมกับไอ้หมึกก็ไปนั่งดูบนป้อมที่เฉลิมไทย รอดูเขาจับจำลอง เขาคิดว่าจับจำลองแล้วจะจบ”

ไม่มีใครรู้ว่าทำไม พล.ต.จำลอง และ พล.อ.พัลลภ จึงเชื่อว่าเมื่อ พล.ต.จำลอง ถูกจับแล้วจะ “ชนะ”

แต่สถานการณ์หลังจากนั้นได้ให้คำตอบด้วยตัวมันเอง

เมื่อ “ม็อบ” ทีไร้ “ผู้นำ” และเปี่ยมด้วยอารมณ์โกรธแค้น การชุมนุมโดยสงบจึงแปรเปลี่ยนเป็น “อนาธิปไตย” เต็มรูปแบบ เกิดการจลาจลวุ่นวายทั่วเมือง

แต่ภายใต้ “อนาธิปไตย” ที่เกิดจากความไม่พอใจที่ “บริสุทธิ์” นั้น ก็สอดแทรกด้วยการสร้างสถานการณ์ให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะ “ม็อบมอเตอร์ไซค์” ที่ทุบทำลายสิ่งของของทางราชการทั่วเมืองกรุง

พล.อ.พัลลภ เล่าถึง “ม็อบมอเตอร์ไซค์” ว่า “ใช่ๆ เป็นม็อบของพี่จิ๋วเขา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นเลขาฯ พรรคความหวังใหม่ เพิ่งจัดตั้งขึ้นมา

เป็นม็อบของพรรคที่ น.ต.ประสงค์ เขามองว่าจะใช้กลุ่มมอเตอร์ไซค์เป็นหัวคะแนน จัดตั้งมา 4 พันคน

พอดีเกิดเหตุการณ์ก็เลยเอามาใช้”

นี่คือ บันทึกประวัติศาสตร์ฉบับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้าง พล.ต.จำลอง มาตลอด

ไม่ว่าจะเป็น “พฤษภาทมิฬ” หรือ ในม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ●



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”