bg-single

ข้อสังเกตและเหตุพิรุธ ในการเลือกตั้ง 2569

13.02.2026

คอลัมน์ Agora : กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

ข้อสังเกตและเหตุพิรุธ ในการเลือกตั้ง 2569

ผมเดินทางไปเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

            ช่วงที่ไปลงคะแนนนั้นก็ดูราบรื่นดี มีผู้มาต่อคิวใช้สิทธิ์ค่อนข้างมาก คล้ายๆ กับรอบที่แล้วในปี 2566

            ผมใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรืออย่างมาก 15-20 นาทีไม่เกินนี้การลงคะแนนและลงประชามติของผมก็เสร็จ

            สถานการณ์ในหน่วยไม่มีอะไรดูผิดปกติ หลังจากนั้นก็ไปสังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งหลังปิดหีบในเวลา 17:00 น. เฝ้าดูอยู่จนกระทั่งการนับคะแนนที่หน่วยนั้นเสร็จสิ้นลง

            พอถ่ายรูปผลคะแนนเก็บไว้เรียบร้อยก็กลับมาติดตามผลคะแนนต่อที่บ้าน ผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งรายงานผลแบบเรียลไทม์ ในช่วงแรกตัวเลขของแต่ละพื้นที่ก็ยังวิ่งขึ้นให้เห็นอย่างต่อเนื่องจนเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างว่าผู้สมัครคนใดกำลังนำอยู่ ผลรวมทั้งประเทศเป็นอย่างไร และแต่ละพรรคได้เก้าอี้เท่าใด

            แต่พอเริ่มดึกหลังสี่ทุ่มเป็นต้นไปก็ดูเหมือนว่าคะแนนจะหยุดชะงักอยู่แค่นั้น

            ไม่ว่าจะรีเฟรชหน้าจอกี่ครั้งก็ไม่เห็นความคืบหน้าของการรายงานผลคะแนน มีแต่ผู้สื่อข่าวและนักวิชาการที่สนทนากันให้ความเห็นกันไปต่างๆ นานา

พอลุ้นอยู่บ้านแล้วไม่เห็นว่าคะแนนกระเตื้อง ผมก็เลยออกจากบ้านไปที่ว่าการอำเภอ เพราะปกติแล้วที่นี่จะเป็นศูนย์รวมของคะแนนที่มาจากหน่วยต่างๆ ทั่วทั้งเขตเลือกตั้ง เมื่อรวมผลแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะนำมาขึ้นบอร์ดใหญ่ แสดงตัวตัวเลขที่แน่ชัดให้ประชาชนได้รับรู้

            ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบรรยากาศก็เป็นเช่นนี้ตลอดตั้งแต่เด็กจนโต สมัยก่อนไม่มีอินเตอร์เน็ต ชาวบ้านก็มารวมตัวกันติดตามผลเลือกตั้งอย่างหนาแน่น

            ทุกวันนี้พอมีอินเตอร์เน็ตแล้ว ประชาชนก็เลยไม่ได้มาชุมนุมเพื่อลุ้นคะแนนมากนัก

            แต่ขั้นตอนต่างๆ ก็ยังคงทำเหมือนเดิม ซึ่งผลที่ออกมาก็จะทยอยขึ้นบอร์ดใหญ่ตั้งแต่หัวค่ำ และเสร็จสิ้นทั้งหมดทุกหน่วยในช่วงดึกตอนก่อนหรือหลังเที่ยงคืนไม่มาก

            แต่ปรากฏว่า พอผมไปถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ ก็ยังไม่มีวี่แววว่ามีคะแนนใดขึ้นมาแสดงที่บอร์ดใหญ่เลย ทั้งๆ ที่ขณะนั้นเวลาก็ล่วงไปจนใกล้เที่ยงคืนแล้ว

            สิ่งที่ผมพบคือ มีผู้คนนั่งจับกลุ่มกันเป็นหย่อมๆสนทนากันเหมือนรอเวลา

            สักพักพอมีเสียงประกาศออกเครื่องขยายเสียงว่าคะแนนหน่วยไหนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยนั้นก็กลับบ้านได้ ใครได้กลับบ้านก็ส่งเสียงเฮดีใจ แล้วก็ทยอยเดินทางกลับไปเรื่อยๆ จนโหรงเหรง

            ส่วนคนที่ยังคงอยู่ก็ได้แต่นั่งรออยู่ด้านนอกห้องรวมคะแนน

            เหมือนพวกเขาแค่มาส่งผลแล้วก็รอเวลาปล่อยตัวกลับบ้าน

หลังเที่ยงคืนจึงเป็นช่วงเวลาที่มีคนอยู่ตรงนั้นน้อยมาก แต่บอร์ดใหญ่ยังคงว่างเปล่าไม่มีทีท่าว่าจะมีคะแนนใดมาติด

            คนที่เหลืออยู่ก็คือบรรดาเจ้าหน้าที่ ข้าราชการทั้งหลาย ที่กำลังทำผลคะแนนและจัดการหลักฐานต่างๆ อยู่ตรงกลางโถง และมีนายอำเภอนั่งอยู่บนเวทีในฐานะประธาน

            ส่วนข้างนอกโถงประชุมนั้นเงียบกริบเพราะเป็นเวลาดึกดื่นแล้ว

            เมื่อพิจารณาแล้วคงไม่ได้เห็นคะแนนขึ้นบอร์ดก็เลยกลับบ้านไปเช็กผลทางออนไลน์ต่อ

            แต่ก็งงหนักเข้าไปอีก เพราะตอนนั้นล่วงเข้าตี 2-3 แล้ว ผลคะแนนก็ยังเท่าเดิม แทบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร

            ตัวอย่างเช่น เขต 1 ของจังหวัดสระบุรี แชมป์เก่าจากพรรคประชาชน “สรพัช ศรีปราชญ์” มีคะแนนตามหลัง “ขุนทอง แสนวิเศษ” จากพรรคภูมิใจไทยอยู่ประมาณ 800 – 900 คะแนน แล้วคะแนนก็หยุดกึกอยู่อย่างนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวอีก

            กระทั่งเช้าวันถัดมาผมตื่นมาเช็กผล ปรากฏว่าจนสว่างแล้วคะแนนก็ยังไม่เสร็จ

            นับว่าผิดปกติมาก เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งคะแนนจะเสร็จตั้งแต่คืนเลือกตั้งแล้ว

สรุปข้อสังเกตที่ดูไม่น่าไว้วางใจในการเลือกตั้งรอบนี้ โดยนำข้อมูลเฉพาะเท่าที่ผมสัมผัสมาด้วยตัวเองมาเทียบเคียงกับที่อื่นแล้วมีลักษณะเหมือนกันก็คือ

            1. การล้อมหน่วยเลือกตั้งแต่เพื่อกันประชาชนเข้าไปสังเกตการณ์ระหว่างนับคะแนนนั้นมีระยะห่างมาก จนแทบมองไม่เห็นว่ากากบาทที่อยู่ในบัตรตรงกับที่เจ้าหน้าที่ขานเลขขึ้นมาหรือไม่

            2. แสงไฟในหน่วยเลือกตั้งระหว่างที่นับคะแนนนั้นค่อนข้างสลัว ทำให้การสังเกตเป็นอย่างยากลำบาก

            3. การรับคะแนนแต่ละหีบเสร็จเร็วช้าต่างกันอย่างมาก จนอดสงสัยไม่ได้ว่าแต่ละหีบมีจำนวนบัตรสมดุลกันหรือไม่

            4. การติดกระดาษเพื่อขีดนับคะแนนบนบอร์ดนั้น สำหรับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะมีการเอากระดาษมาติดซ้อนกัน ทำให้เวลาขานเลข เจ้าหน้าที่ต้องยื่นมือมุดเข้าไปในกระดาษที่อยู่ข้างใต้ เช่น พรรคประชาชน เบอร์ 46 กระดาษจะอยู่ด้านในที่มีใบอื่นทับอยู่ ผู้สังเกตการณ์จึงไม่มีทางทราบได้เลยว่ามือของเจ้าหน้าที่ซึ่งยื่นเข้าไปข้างใต้นั้นได้ขีดคะแนนครบถ้วนจริงหรือไม่ และเมื่อกลับมาสำรวจเทียบกับพื้นที่อื่นก็ปรากฏว่าหน่วยอื่นๆ และจังหวัดอื่นก็เป็นเช่นกัน ดังนั้น จึงคาดว่าการที่แต่ละหน่วยกระทำเช่นนี้อาจไม่ได้ตรงกันโดยบังเอิญ แต่เป็นการเตรียมการมาแล้วให้ทุกหน่วยทำเหมือนๆ กันทั่วทั้งประเทศ

            5. การรวมผลคะแนนที่ศูนย์กลาง กรณีที่ผมดูคือที่ว่าการอำเภอนั้นช้ามาก พอตกดึกก็เหลือแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้น ส่วนผู้สังเกตการณ์ได้เพียงแต่ยืนดูอยู่ห่างๆ จากระยะไกล ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เลย จึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายในนั้นจัดการคะแนนและวัสดุสิ่งของต่างๆ กันอย่างไร มีความถูกต้องหรือไม่

            6. คะแนนที่น่ากังขาและได้รับการเรียกร้องให้นับใหม่มักเป็นผู้ได้ประโยชน์จากพรรคเดิมๆ และผู้เสียประโยชน์จากพรรคเดิมๆ เช่นกัน

            7. คะแนนที่มีปัญหาจะค้างอยู่นาน เมื่อมีคนทักท้วงคะแนนนั้นก็จะถูกปรับเปลี่ยนใหม่ และคะแนนใหม่บางครั้งดูไม่สมเหตุสมผล หรือเป็นไปไม่ได้

            เช่น สระบุรี เขต 3 คะแนนที่เหลืออีก 5% พอนับจนเสร็จแล้วกลับเพิ่มขึ้นมาหลายหมื่นคะแนน หรือผลคะแนนของผู้สมัครไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ คะแนนของผู้สมัครในระบบเขตไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หรือจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์กับคะแนนที่ได้ไม่ตรงกัน โดยมีช่องว่างที่ต่างกันหลักพันหรือไม่ก็หลักหมื่นคะแนน

            อีกแบบหนึ่งที่เจอคือ คะแนนที่ถูกแก้ไขใหม่เพิ่มสูงกว่าคะแนนเก่ามาก ที่น่าเกลียดคือ ตัวเลขที่ปรากฏนั้นหากดูดีๆ แล้วคือตัวเลขชุดเดียวที่เพียงแต่สลับตำแหน่งกันใหม่เท่านั้น

            8. จำนวนบัตรเสียมีมากผิดปกติ และหลายหน่วยมีปริมาณสูงกว่าจำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมาก

สรุปแล้วเลือกตั้งรอบนี้มีแววว่าจะอื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

            เพราะฉะนั้นขอเรียกร้องให้ กกต.พิจารณา “นับคะแนนใหม่ทั้งหมดทั่วประเทศ” โดยเร็ว

            หากยังประวิงเวลาออกไปเรื่อยๆ ผลที่ตามมาอาจลุกลามบานปลายเป็นไฟลามทุ่งจนเกินกว่า กกต.จะรับมือหรือผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เสียลับให้กับทหารจีน | เดนตายในผ้าเหลือง
ไทยพีบีเอส เตรียมร่อนหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง.
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษา หันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
ปิดฉาก ‘โคนันเมืองไทย’ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากผู้ช่วยเหลือสู่ผู้ถูกดำเนินคดี
เปิดปมจับอีก ‘อัจฉริยะ’ ผันเงินบริจาค 350 ล้าน แทงมวย-โยงเว็บพนัน เจ้าตัวโต้ยิบ-กลั่นแกล้ง
เหยี่ยวถลาลม | น้ำท่วมระคนน้ำลาย
ส่อง 2 งาน Exclusive มติชน ในบรรยากาศใหม่ๆ ว่าด้วยพื้นที่ของความโกรธ/ความทรงจำ กับลลิตา (พม่า) และ (6 ตุลา) ธงชัย
ธงทอง จันทรางศุ | น้ำท่วม หมา ‘จรจัด’ และความหมดท่า ของการหา ‘ทางออก’
การเมืองใต้เรื่องเล่า : คุยกับ กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์”
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?
การประหารที่ล้มเหลวในสหรัฐ ฉีดยาพิษ 2 โดสแต่ไม่ตาย