bg-single

หงสาวดีกับคดีพรรคก้าวไกล | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

24.04.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

คําขู่ฟ้อง 112 ทั้งซีรีส์ “หงสาวดี” และมังงะ “อโยธยาเอยาวดี” เป็นเรื่องเหลวไหล จนไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง

แต่ในที่สุดก็มีคนฟ้อง 112 คนวาดการ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” โดยอ้างว่าทำให้มหาราชของประเทศดูเป็น “ชายรักชาย” และ “วิปริตผิดเพศ” จนด่ากราดว่าคนรุ่นใหม่โง่เขลาที่สุดไปเลย

คนรุ่นใหม่โง่หรือไม่ไม่รู้ เช่นเดียวกับคนรุ่นเก่าจะ “อัจฉริยะ” ทั้งหมดหรือไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่มีคนฉลาดหน้าไหนพูดว่าความโง่หรือฉลาดขึ้นอยู่กับ “รุ่น” หรือ “อายุ” ของคนแน่ๆ เช่นเดียวกับไม่มีคนฉลาดหน้าไหนจะด่ากราดคนอื่น และฟ้องคนทำซีรีส์ด้วยข้ออ้างแบบนี้แน่นอน

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของการใช้กฎหมายอาญา ม.112 ชัดๆ และทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่าการแก้ 112 เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเพื่อไม่ให้ใครแกล้งใครด้วยข้ออ้างแบบนี้อีกเลย

เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่า “หงสาวดี” และ “อโยธยาเอยาวดี” เป็นเหยื่อรายแรกของการใช้ 112 ก่อนหน้านี้ “โน้ส อุดม” และ Netflix ก็เคยถูก ส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างคุณปารีณา ไกรคุปต์ ฟ้องคดี 112 ในปี 2567 ด้วยคำพูดที่ถึงขั้นประกาศว่าอยากให้ศาลเตี้ยประชาทัณฑ์โน้สเพราะข้อหานี้ไปเลย

โทษขั้นต่ำของ 112 คือคุก 3-15 ปี ใครที่ศาลตัดสินว่าผิดจึงต้องติดคุกอย่างต่ำ 3 ปีสถานเดียว ต่ำกว่านั้นไม่ได้ ใครเกลียดใครจึงฟ้องแกล้งเพื่อให้อีกฝ่ายเสี่ยงเข้าคุกไม่น้อยกว่า 3 ปีได้ทันที

กฎหมาย 112 ควรมีหรือไม่เถียงกันได้ยาว แต่การฟ้อง 112 “หงสาวดี” หรือ “โน้ส อุดม” แบบนี้ใครเห็นด้วยก็เลอะเทอะแล้ว

แต่ความเลอะเทอะแบบนี้เป็นคดีได้เพราะกฎหมาย 112 เปิดช่องให้ใครก็ฟ้องใครได้ และจะฟ้องจากที่ไหนก็ได้ด้วย ใครหมั่นไส้จนอยากแกล้งใครจึงทำได้ตามสบาย

หนึ่งในสาเหตุที่ควรแก้กฎหมายอาญา ม.112 คือแก้เพื่อไม่ให้ใครฟ้องใครมั่วๆ ต่อไป

เพราะขณะที่กฎหมายหลายฉบับกำหนดว่าคนฟ้องเอาผิดใครต้องเป็น “ผู้เสียหาย” โดยตรงเท่านั้น กฎหมาย 112 กลับอนุญาตให้ใครอยากฟ้องใครก็ทำได้หมด

จนเกิดปัญหาอย่างฟ้อง “หงสาวดี” หรือ “โน้ส อุดม”

ยกตัวอย่างง่ายๆ ขนาดคดีฮั้ว ส.ว.ที่หลักฐานฮั้วอึกทึกครึกโครมจนสร้างความเสียหายให้ทุกคนในประเทศ ศาลอาญาคดีทุจริตยังยกฟ้อง 8 กกต.คดีฮั้วโดยอ้างว่าผู้ร้องคือ “ส.ว.สำรอง” ไม่ใช่ “ผู้เสียหาย” แต่พอเป็นเรื่อง 112 กลับปล่อยให้ใครต่อใครฟ้องคนอื่นจนแกล้งคนอื่นได้ตามใจ

เพื่อป้องกันปัญหานี้ ข้อเสนอของฝ่ายแก้กฎหมาย 112 คือกฎหมายต้องไม่เปิดช่องให้ใครยัดคดีใคร เพราะ 112 เป็นกฎหมายความมั่นคง ใครโดนฟ้องย่อมถูกมองเป็นภัยความมั่นคงด้วย ผู้ฟ้องจึงต้องเป็นผู้เสียหายแบบคดีอื่น จนมีข้อเสนอว่าควรให้สำนักพระราชวังคือผู้เสียหายที่มีสิทธิ์ฟ้องรายเดียว

หลักคิดเพื่อแก้กฎหมายป้องกันการยัดคดีไม่ผิดเลย และเมื่อหลักการไม่ผิด พรรคการเมืองหรือใครจะผลักดันแก้กฎหมายจึงไม่ผิดด้วย

แต่ในที่สุดเดือนเมษายนนี้ศาลจะตัดสินคดีที่ ป.ป.ช.ฟ้อง 10 ส.ส.พรรคประชาชนซึ่งแก้กฎหมายตั้งแต่เป็น 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลจนศาลยุบพรรคไปวันที่ 7 สิงหาคม 2567

หมอเก่ง วาโย อัศวรุ่งเรือง ซึ่งเป็นนักการเมืองที่หลักแหลมที่สุดคนหนึ่งบอกไว้ “ฉากทัศน์” ของคดี 44 ส.ส. มี 3 แบบ แบบแรก คือศาลไม่รับคำฟ้องของ ป.ป.ช., แบบที่สอง คือศาลรับฟ้องแต่วินิจฉัยว่าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ระหว่างรอพิจารณาคดี

และแบบที่สาม คือศาลสั่งให้ ป.ป.ช.ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม

ผลของคดีในกรณีที่ศาลรับฟ้องมีอยู่ 2 เส้นทาง ทางแรก คือศาลตัดสินว่าไม่ผิดเลย ทางที่สอง คือผิดและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไป ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ก็ถูกตัดสิทธิ์ต่อไปอีก

ซึ่งในที่สุดหมายถึงการประหารชีวิตทางการเมืองของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ปดิพัทธ์ สันติภาดา ฯลฯ ตลอดกาล

ถ้าศาลตัดสินแบบนี้ ในที่สุดคนอย่างพิธาซึ่งเคยชนะอันดับ 1 ก็จะไม่สามารถสมัคร ส.ส., เป็นนายกฯ หรือมีตำแหน่งทางการเมืองอะไรได้อีกเลย เช่นเดียวกับคุณศิริกัญญา, โรม, วิโรจน์ และคนอื่นๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือที่เรียกย่อๆ ว่า “พ.ร.ป.ป.ป.ช.” มาตรา 81, 86 และ 87 ก็ยังระบุว่าศาลสามารถเพิกถอน “สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง” ของคนเหล่านี้ได้ด้วยในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

ประเด็นคือ การมี “สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง” และ “ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง” เป็น 1 ในคุณสมบัติของการเป็น “ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง” ตามระเบียบของ กกต. นั่นหมายความว่าถ้า 44 ส.ส.ถูกตัด “สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง” ก็จะไม่สามารถเป็นแม้แต่ “ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง” ในทันที

พูดง่ายๆ คำตัดสินว่า 44 ส.ส.มีความผิดเหมือนกับการดีดนิ้วของธานอสที่ทำให้คนกลุ่มนี้หายสาบสูญจากการเมืองไทยไปทั้งหมด ทำไม่ได้แม้กระทั่งจับไมโครโฟนช่วยหาเสียงว่าควรเลือกใครเป็นนายกฯหรือเลือกพรรคไหนตั้งรัฐบาล ต่อให้จะไปลงคะแนนเลือกตั้งใครก็ยังทำไม่ได้เลย

เอาให้ชัดๆ ถ้าประเทศไทยมีเลือกตั้งใหม่ในปี 2570 ก็จะไม่มีใครเห็นพิธา, ศิริกัญญา, โรม, วิโรจน์, หมออ๋อง ฯลฯ ขึ้นเวทีดีเบตหรือหาเสียงให้ใคร แม้แต่วินาทีเดียว

ด้วยผลของคำตัดสินทั้งที่เป็นผลโดยตรงและผลข้างเคียง เดาได้ไม่ยากว่า คำตัดสินคดี 44 ส.ส.จะเป็นอย่างไร คนจำนวนมากจึง “เชื่อ” ว่าคดีมี “ธง” จนคำตัดสินเป็นแค่การ Activate ธง รวมทั้งเชื่อต่อว่าความยุติธรรมไม่มีในคดีแบบนี้ เพราะคำตัดสินเป็นเหมือนหวยล็อกที่เจ้ามือกำหนดตั้งแต่ก่อนมีคดี

ทั้งหมดนี้คือนิติสงครามหรือไม่?

คำตอบคือคดีแบบนี้เป็นนิติสงครามแน่ แต่เป็นนิติสงครามที่แทรกซึมเข้าสังคมจนสังคมไม่คิดว่านี่เป็นนิติสงคราม หรือพูดอีกแบบคือสังคมคิดว่านิติสงครามคือเรื่องปกติที่ทุกฝ่ายต้อง “อยู่เป็น” เพื่อหลบไม่ให้เข้าทางธานอสที่ต้องการทำนิติสงคราม

ฝ่ายเชียร์คดีนี้อ้างว่าคดีไม่ใช่นิติสงคราม คำอธิบายของคนกลุ่มนี้คือ ถ้า 44 ส.ส.ไม่ทำอะไรผิดๆ อย่างเสนอแก้กฎหมาย 112 ก็ไม่มีทางที่ใครจะฟ้องคดีได้

แต่การบอกว่าแก้กฎหมายเท่ากับ “ทำอะไรผิด” เป็นการทำให้การทำหน้าที่ ส.ส.ซึ่ง “ไม่ผิด” กลายเป็นความผิดซึ่งเป็น “นิติสงคราม” โดยตัวเอง

ต้องย้ำด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสินว่า 44 ส.ส.มีความผิดเพราะแก้กฎหมาย คำอธิบายของศาลคือคนเหล่านี้ผิดเพราะ “กระบวนการหาเสียง” ซึ่งก็ตั้งคำถามได้อีกเหมือนกันว่าการหาเสียงเป็นการทำลายประชาธิปไตยได้อย่างไร

เดือนเมษายนเป็นเดือนที่พรรคประชาชนจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ทั้งที่มาจากในพรรคและจากนอกพรรคเอง การลาออกของเลขาฯ พรรคหมายถึงการต้องหาเลขาฯ คนใหม่ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่แน่ แต่สิ่งที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนเลขาฯ คือคดี 44 ส.ส.ซึ่งทุกคน “เชื่อ” อยู่แล้วว่าผลของคดีจะออกมาเป็นอย่างไร

ด้วยผลของคดีทุกมิติอย่างที่กล่าวมา แนวโน้มคำตัดสินคดี 44 ส.ส.เป็นสิ่งที่เดาได้อย่างที่ทุกคนเชื่อ พรรคประชาชนเจอโจทย์ใหญ่ที่คำตัดสินจะส่งผลระดับสกัดไม่ให้ใครเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคได้อีก ทั้งหมดนี้คือการถอนรากถอนโคนซึ่งทุกคนต้องตัดสินใจว่าเส้นทางจะเป็นอย่างไรต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร