บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
ไม่มีอะไรที่คนอยากรู้มากกว่าคำถามว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ และ “ดีลลับ” หรือ “เงื่อนไข” ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล
เหตุผลง่ายๆ คือคนเบื่อนายกฯ และเหตุผลที่ง่ายขึ้นไปอีกคือคนเบื่อรัฐบาลทั้งรัฐบาล ผลก็คือยิ่งนานคนยิ่งต้องการเปลี่ยนนายกฯ และเปลี่ยนรัฐบาลสักที
ข่าวที่สื่อบางค่ายปล่อยคือ 25 สิงหาคม จะเป็นปฐมบทของการเปลี่ยนรัฐบาล
และ “นักวิเคราะห์” ที่ชอบปั่นข่าวบางคนก็ปั่นต่อว่า “บ้านใหญ่” บางกลุ่มจะกดดันให้เปลี่ยนรัฐบาลด้วย
ยิ่งคุณทักษิณ ชินวัตร เริ่มขึ้นเวทีโชว์ว่าตัวเองเก่งเศรษฐกิจ ตรงตามที่ผมบอกไว้อาทิตย์ที่แล้ว
ความเชื่อนี้ยิ่งพุ่งแรงทวีคูณ
“บ้านใหญ่” คือตระกูลการเมืองปรสิตซึ่งเป็นรัฐมนตรีตลอดกาลด้วยเงิน
แต่เงินที่ทำให้บ้านใหญ่ได้เป็นรัฐมนตรีทั้งหมดมาจากเงินที่โกงโดยตรงจากตำแหน่งรัฐมนตรี, ส.ส. และองค์กรปกครองท้องถิ่นจากตำบลถึงจังหวัด หรือไม่ก็เงินจากสัมปทานและโครงการต่างๆ ซึ่งก็ต้องมีตำแหน่งอยู่ดี
“บ้านใหญ่” ไม่เคยภักดีกับพรรคไหน และไม่สนใจด้วยว่า “นายใหญ่” หรือ “ครูใหญ่” แต่ละพรรคเป็นใคร
การเมืองแบบบ้านใหญ่คือการเมืองแบบฉวยโอกาสที่ไปพรรคไหนก็ได้ที่มีตำแหน่งให้หากิน
ส่วนจะเดินตามก้นใครไม่ใช่ปัญหา เพราะจะก้น “นายใหญ่” หรือก้น “ครูใหญ่” ก็ก้นเหมือนกัน
จักรวาลการเมืองแบบ “บ้านใหญ่” คือ “คอก” ส.ส.ทุกคนต้องมีคอก ทุกคอกต้องไปอยู่คอกที่ใหญ่ขึ้นคือพรรค
พรรคต้องเข้าคอกใหญ่ขึ้นอย่างรัฐบาล และรัฐบาลต้องไปคอกใหญ่สุดในประเทศ
“บ้าน ใหญ่” จึงไม่สนใจกดดันให้เปลี่ยนนายกฯ หรือรัฐบาล
แต่ถ้านายกฯ พังหรือรัฐบาลเจ๊งก็เปลี่ยนคอกเลย
“บ้านใหญ่” กระจายตัวมากที่สุดใน 3 พรรค คือ ภูมิใจไทย, เพื่อไทย และกล้าธรรม
ทั้งสามพรรคล้วนสร้างพรรคบนฐาน “บ้านใหญ่” ทั้งสิ้น
แต่ความต่างคือกล้าธรรมเน้น “บ้านใหญ่รุ่นใหม่” ที่เป็น “ตัวบุคคล”
ส่วนภูมิใจไทยและเพื่อไทยเน้น “บ้านใหญ่” ระดับ “กลุ่ม” กับ “ตระกูล” ที่อยู่มา 2-3 ชั่วคน
พรรคประชาชนและประชาธิปัตย์มีนักการเมือง “บ้านใหญ่” เหมือนกัน แต่มีน้อยกว่าเพื่อไทย, ภูมิใจไทย และกล้าธรรมอย่างเทียบไม่ได้
ซ้ำการสร้างพรรคก็ไม่ได้มีแกนกลางที่ “บ้านใหญ่” ไม่ต้องพูดว่าระดับความใหญ่ของบ้านนั้นเล็กกว่าของบ้านใหญ่น้ำเงิน-แดง-เขียว ราวฟ้ากับดิน
บ้านใหญ่ทำงานด้วยเงิน ไม่ใช้เงินจ่ายตอนหาเสียงเลือกตั้ง ก็เอาเงินให้ลูกน้องแจกตามงานศพงานเลี้ยง นิทานว่าบ้านใหญ่ชนะเลือกตั้งเพราะขยันลงพื้นที่เป็นเรื่องโกหก ลูกหลานบ้านใหญ่ภาคเหนือตระกูลหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ เสาร์-อาทิตย์มากกว่าอยู่พื้นที่ พอบารมีพ่อหมดจึงสอบตกทั้งบ้านโดยปริยาย
ยุทธศาสตร์บ้านใหญ่คือเกาะใครก็ได้แบบปลิงเกาะควายเพื่อเป็นรัฐบาล ถ้าเป็นรัฐบาลระดับชาติได้ก็ดี แต่ถ้าทางนั้นตัน เอาแค่เป็นนายก อบจ.หรือนายกเทศมนตรีก็ได้ เพราะทั้งหมดดีกว่าเป็น ส.ส.เฉยๆ ซึ่งไม่มีงบประมาณอะไรในมือเลย นอกจากหากินกับงบอบรม, งบดูงาน หรือขายตำแหน่งราชการ
สำหรับนักการเมืองกลุ่มที่ตายกี่ชาติก็ต้องได้เป็นรัฐบาล การโกงงบประมาณไม่ใช่เรื่องผิด ยิ่งโกงอำนาจอย่างโกง ส.ว.ยิ่งไม่ผิด เพราะข้ออ้างคนพวกนี้ถึงเราไม่โกง คนอื่นก็โกง
ทั้งที่จริงๆ นักการเมืองที่มีโอกาสโกงทั้งเงินและอำนาจคือคนที่เข้าถึงอำนาจรัฐในประเทศ ซึ่งคนแบบนี้มีแค่หยิบมือเดียว
ไม่ว่ารัฐบาลจะเลวแค่ไหน “บ้านใหญ่” ไม่มีวันออกจากรัฐบาล เพราะการออกคือการเสียโอกาสเข้าถึงเงินและอำนาจ ยุทธศาสตร์การเมืองบ้านใหญ่คือการเกาะอำนาจรัฐแบบพยาธิที่กินยาถ่ายก็ไม่ไป แต่จะออกไปเองวันที่เจ้าของลำไส้ตายเหมือนรัฐบาลที่บ้านใหญ่เกาะอยู่ตายไปเอง
บ้านใหญ่ไม่มีความภักดีกับ “นายใหญ่” และ “ครูใหญ่” ตลอดกาล บ้านใหญ่ที่มีอาชีพเป็นรัฐมนตรีจึงพร้อมจะอยู่พรรค “ลุงตู่” และ “พลังประชารัฐ” ในวันที่ทหารแทรกแซงการเมือง แต่พร้อมจะย้ายไปฝ่าย “ทักษิณ” และ “เพื่อไทย” รวมทั้งย้ายต่อไปหาคุณเนวิน ชิดชอบ, คุณอนุทิน ช่าญวรีกูล และพรรคภูมิใจไทย
หัวหน้าพรรคที่ยุคหนึ่งมีบ้านใหญ่มากที่สุดบอกผมว่าตั้งแต่ดึง “บ้านใหญ่” บางบ้านเข้าพรรค ก็ไม่ได้คุยกับ “บ้านใหญ่” ค่ายนั้นอีกเลย ยกเว้นเวลาประชุมคณะรัฐมนตรี
ความสัมพันธ์ของ “บ้านใหญ่” กับพรรคจึงเป็นความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ด้านตั้งรัฐบาลและแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างเดียว
ถ้ารัฐบาลยังอยู่ บ้านใหญ่ก็อยู่เหมือนปลิงเกาะรัฐบาล โอกาสที่ “บ้านใหญ่” ถอนตัวจากรัฐบาลตามที่เป็นข่าวจึงเป็น 0 เพราะถึงรัฐบาลโกง บ้านใหญ่ไม่พอใจรัฐบาล หรือชาวบ้านเกลียดรัฐบาล บ้านใหญ่ก็จะรอกอบโกยผลประโยชน์จนรัฐบาลจะล้มแล้วค่อยถอนตัวจากรัฐบาล อาจมีบ่นบ้างเป็นพิธี
ข่าวที่พูดมากที่สุดใน “บ้านใหญ่” ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเปลี่ยนนายกฯ หรือรัฐบาล แต่คือข่าว “ยุบสภา” ที่มีนักการเมืองพูดมากขึ้น ถึงอีกไกลกว่าจะเกิด แต่ก็พูดกันกว้างขวางในนักการเมืองระดับ ส.ส.ไกลปืนเที่ยง เพราะคนกลุ่มนี้อยู่กับชาวบ้านมากที่สุดจนรับรู้ว่าชาวบ้านทุกวันนี้เบื่อรัฐบาลมากขึ้นจริงๆ
ข่าวม็อบไล่รัฐบาลหรือข่าวยุบสภาเป็น “อาการ” ของความอึดอัดซึ่งประชาชนและนักการเมืองไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรจากความเบื่อหน่ายที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล
โกง ส.ว.และโกงสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ “มองจากดาวอังคารก็รู้ว่ารัฐบาลโกง”
แต่ด้วยการแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่าง “บ้านใหญ่” กับทุกพรรคในรัฐบาล
คนเหล่านี้เชื่อว่าเสียงข้างมากลากไปในสภาจะทำให้ปัญหาโกงกลายเป็นเสียงบ่น (Noise) ที่คนบ่นเหนื่อยจนเงียบและเลิกพูดไปเอง
รัฐบาลโกงหรือไม่เป็นเรื่องที่ประชาชนกับรัฐบาลคิดไม่ตรงกันเลย
รัฐมนตรีคนหนึ่งบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการโกง ฝ่ายค้านไม่ต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ทุกรัฐบาลที่ขี้โกงล้วนไม่เคยยอมรับว่าตัวเองโกง เช่นเดียวกับรัฐมนตรีขี้ฉ้อที่ไม่เคยมีใครยอมรับว่าตัวเองฉ้อฉลแม้แต่คนเดียว
ข้ออ้างของรัฐมนตรีคือโกง ส.ว.หรือโกงสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นก่อนภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล
แต่คำพูดนี้เลอะเทอะ เพราะตัวละครซึ่งสังคมเชื่อว่าโกงล้วนเป็น ส.ส.หรือรัฐบาลต่อเนื่องในรัฐบาลภูมิใจไทย รัฐบาลเพื่อไทย หรือรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ความไม่น่าไว้ใจจึงมีตั้งแต่ภูมิใจไทยยังไม่เป็นรัฐบาลเลย
ถ้าเชื่อแบบรัฐมนตรีว่าโกงเลือก ส.ว.หรือโกงสอบท้องถิ่นเกิดก่อนรัฐบาลภูมิใจไทยจนรัฐบาลไม่ผิด
ประชาชนก็อาจถามกลับว่าข้อเท็จจริงนี้แปลว่าบางคนโกงตั้งแต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และจะโกงยิ่งขึ้นเมื่อเป็นแกนนำรัฐบาลด้วย นักการเมืองแบบนี้จึงไม่ควรได้ความไว้วางใจแม้แต่นิดเดียว
ถ้ารัฐบาลมีภูมิหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ ประชาชนและสภาก็มีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นตอนไหนก็ตาม เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย
ทางเดียวที่พิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลไม่โกงคือการตรวจสอบรัฐบาล
แต่วิธีซึ่งรัฐบาลนี้จัดการกับการตรวจสอบคือไม่สนการตรวจสอบทั้งหมด คุณอนุทินไม่มาสภา และไม่สนใจตอบกระทู้แบบเดียวกับคุณประยุทธ์, คุณเศรษฐา ทวีสิน, คุณแพทองธาร ชินวัตร, คุณทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน
ไม่เพียงรัฐบาลจะแสดงออกว่ารังเกียจการตรวจสอบของสภา รัฐมนตรีและพรรครัฐบาลทั้งหมดก็มีพฤติกรรมฟ้องปิดปากคนที่ตรวจสอบรัฐบาลด้วย ใครไม่เชื่อก็ไปถามคุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ส.ส.ไอซ์ รักชนก ศรีนอก หรือ ส.ส.พริษฐ์ วัชรสินธุ แม้แต่ ส.ส.สอบตกคนหนึ่งก็ฟ้องว่าผมทำให้เขาลงเลือกตั้งแล้วทั้งเขตมีคนเลือกแค่ 3,000 คน
มีไอ้โม่งอีกหลายตัวซ่อนอยู่หลังกำแพงกับคุณอนุทิน ไอ้โม่งโกง ส.ว.ก็ใช่ไอ้โม่งโกงสอบท้องถิ่นก็ด้วย เช่นเดียวกับไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ไอ้โม่งอุ้มจีนเทา ไอ้โม่งเป่าคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไอ้โม่งปล่อยรถไฟ ฟ้าจีนทะลักเข้าไทยด้วยภาษี 0% ฯลฯ เพราะระบบการเมืองแบบนี้มีไอ้โม่งปกครองประเทศไทย
