bg-single

นงนุช สิงหเดชะ /คลั่ง ‘หมื่นโป๊ป’ อย่างไร ไม่ให้เสียของ

22.05.2018

รายงานพิเศษ  นงนุช สิงหเดชะ

 

คลั่ง ‘หมื่นโป๊ป’ อย่างไร

ไม่ให้เสียของ

 

คงจะสร้างปรากฏการณ์ “โป๊ปห้างแตก” ไปอีกพักใหญ่ สำหรับ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ หรือโป๊ป นักแสดงที่โด่งดังสุดขีดจากละคร “บุพเพสันนิวาส” ในบทของ “พ่อเดช/หมื่นสุนทรเทวา/ขุนศรีวิสารวาจา” จนสร้างกระแสฟีเวอร์ได้สูงสุดในวงการละครไทย

ว่าไปแล้วความสำเร็จแบบไม่ธรรมดาของละครเรื่องนี้ เกิดจากองค์ประกอบที่ลงตัวที่นานๆ จะเกิดขึ้นพร้อมกันสักครั้ง ทั้งพล็อตเรื่อง-วิธีนำเสนอที่แปลกใหม่ โปรดักชั่นดี ฯลฯ

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือพระ-นาง ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดสำคัญมาก หากเรื่องนี้ไม่มี “โป๊ป-เบลล่า” แสดง แม้พล็อตเรื่องจะดี บทดี ระดับความนิยมอาจไม่มากถึงเพียงนี้

 

ในที่นี้ขอกล่าวถึงเฉพาะโป๊ป ผู้แสดงนำฝ่ายชาย เนื่องจากเกิดกระแสคลั่งไคล้จากบรรดาแฟนๆ อย่างที่ได้เห็นกัน มีงานรุมเข้ามาจนได้อีกฉายาว่า “โป๊ปเดลี” ออกอีเวนต์แทบทุกวัน และเมื่อไปปรากฏตัวที่ไหนก็ “ห้างแตก” คนแห่ไปรอยลโฉมทะลักล้น อันเนื่องจากชื่นชอบฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมบวกกับรูปลักษณ์-เสน่ห์เฉพาะตัวที่ชวนให้หญิงๆ หลงใหล โดยเฉพาะรอยยิ้ม

ความหลงใหลในพี่หมื่นโป๊ป มีมากขนาดไหน ให้ไปส่องดูทางยูทูบที่มีผู้รวมฉาก “ฟิน-จิกหมอน” เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นฉากเกี้ยวพาราสีด้วยมุข “ไปส่องคันฉ่องดูทีฤๅ” ฉากนางเอกมอบหมอนให้พี่หมื่นไปฝรั่งเศส เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแต่มียอดเข้าชมหลายล้านวิว

ยิ่งไปอ่านคอมเมนต์ใต้คลิป ยิ่งสนุกจนต้องอมยิ้ม เพราะส่วนใหญ่บอกว่า “ข้าอยากสิงร่างแม่การะเกดเหลือเกิน” / “ฉากนี้ทำข้าตายอย่างสงบ ศพเป็นสีชมพูไปแล้วเรียบร้อย” / “ข้านี้หลงพี่หมื่นจนแทบบ้าแล้ว” / “พี่หมื่นอย่ายิ้มบ่อย ข้าจะละลายอยู่แล้ว” / “ครึ่งหนึ่งของยอดวิวก็มาจากข้านี่แหละเจ้าค่ะ ดูซ้ำไปมาเป็นสิบรอบแล้ว ไม่รู้เป็นบ้าหรือเปล่า” ฯลฯ

ไม่แปลกที่คนเราจะหลงใหลคลั่งไคล้รูปลักษณ์ภายนอก แต่จะได้ประโยชน์มากขึ้นหากเราๆ ตั้งใจเงี่ยหูฟังสิ่งที่เขาพูด ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากละครเรื่องนี้ดังเปรี้ยงปร้างและมีงานพุ่งเข้าหาราวกับทำนบแตก

สิ่งที่โป๊ปพูดเวลาอยู่นอกจอ อาจจะคือ “แก่น” ที่เป็น “ตัวตน” ของเขา สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิด สะท้อนให้เห็นการเข้าใจชีวิต เข้าใจสัจธรรม ซึ่งก็คงเป็นผลมาจากการที่เขาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังมาตั้งแต่อายุ 18-19 ปี โดยมีคุณแม่เป็นสหายธรรม พาเข้าวัด

จนถูกเรียกว่าพระเอกสายบุญ

 

เมื่อนักข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ละครได้รับความนิยมมากขนาดนี้และผู้คนก็ชื่นชอบเขามาก

โป๊ปตอบว่ารู้สึกดีใจแทนช่อง (3) ส่วนเรื่องงานโฆษณา งานอีเวนต์ที่เข้ามามากนั้นก็รู้สึกเฉยๆ เพราะ “เห็นมากับตา รู้ด้วยใจ” มาแล้วว่าทุกอย่างมีขึ้นมีลง พอหมดกระแสละครแล้วงานก็ซาลงไป กระแสไม่ได้อยู่ตลอดไป

ช่วงละครดอกส้มสีทอง และคุณชายปวรรุจ ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก็มีงานอีเวนต์เข้ามามาก แต่พอกระแสซาลง งานอีเวนต์-โฆษณา ก็เงียบๆ ไป

“เมื่อก่อนลด (ค่าตัว) แล้วลดอีก ร้องเพลงให้ด้วย ยังไม่มีใครจ้างเลยครับ”

ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าดาราไม่ได้วิเศษวิโสกว่าอาชีพอื่น นักแสดงก็คืออาชีพหนึ่ง ไม่ต่างจากอาชีพอื่นที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง เขาถือว่าตัวเองไม่ใช่ดาราแต่คือผู้ประกอบอาชีพนักแสดง อาจเพราะเหตุนี้ทำให้เขาเอาใจใส่ ให้เวลาและเป็นกันเองต่อแฟนคลับที่มาเฝ้ารอ ด้วยการหยุดทักทาย แจกลายเซ็นและบริการถ่ายเซลฟี่ให้ด้วยอย่างที่เห็นทางสื่อต่างๆ จนได้ใจจากแฟนคลับ (เป็นความฉลาดในการปฏิบัติตัวให้เป็นที่รัก)

นอกจากนี้ก็เป็นคนนอบน้อม ฉลาดพูด เวลาให้สัมภาษณ์สื่อก็ได้รับเสียงชมว่า มีทั้งไอคิวและอีคิว คือฉลาดตอบ รู้จักพูด และควบคุมอารมณ์ได้ดี

 

เขาเคยให้สัมภาษณ์ในหลายโอกาสว่า ต้องการอยู่ในวงการนี้แบบมีคุณภาพ ได้งานเพราะความสามารถ และอยากประสบความสำเร็จโดยอยู่บนพื้นฐานที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น

ความคิด วิธีคิดและวิธีมองโลกเช่นนั้นของเขา แน่นอนว่าเกิดจากการอบรมบ่มเพาะจากแม่ (แม่ของเขาเป็นนักตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มงกุฎไทย) ซึ่งเขาบอกว่าแม่ชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรมมาแต่ไหนแต่ไร ทำให้เขาซึมซับไปด้วย เขามักขอบคุณมารดาเสมอที่ชักนำให้รู้จักธรรมะตั้งแต่อายุยังน้อย และว่า การรู้จักธรรมะเร็วเป็นผลดีต่อชีวิตของเขา

“ตอนเด็ก คุณตาคุณยายพาผมไปวัดเสมียนนารี (วัดแถวบ้านของเขา) ทุกวันอาทิตย์ สอนให้สวดมนต์ตั้งแต่เด็ก เพราะตอนนั้นคุณแม่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด พอโตขึ้นมาช่วงเรียนช่างศิลป์ ห้องผมรกมากเพราะเต็มไปด้วยงานศิลปะ ไม่มีที่นอน ผมต้องไปนอนห้องแม่ซึ่งแม่จะเปิดวิทยุฟังธรรมะทุกคืน บางทีผมก็ฟังจนหลับไป” โป๊ปเคยเล่าไว้

เมื่อถามว่าหนังสือเล่มโปรดคืออะไร คำตอบคือ “ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น”

ถามว่าชอบผู้หญิงแบบไหน ตอบว่าชอบผู้หญิงสวย คิดดี พูดดี มีคุณธรรม และลุกขึ้นมาทำอาหารใส่บาตรตอนเช้า

ถามว่าถ้าแฟนที่รักมากๆ เข้ากับแม่ไม่ได้ จะเลือกใคร ตอบแบบไม่ลังเลว่าเลือกแม่ เพราะแม่คือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเนื่องจากทำให้ได้รู้จักพุทธศาสนา

 

การที่คนนับล้านทั่วประเทศหลงใหลชื่นชอบในความหล่อและการแสดงของเขา แน่นอนว่าเป็นใครก็ต้องปลื้มปริ่มในระดับ overwhelm คือท่วมท้นล้นหลาม

หากเป็นคนทั่วไปก็อาจจะยึดมั่น ปล่อยวางไม่ได้หากวันหนึ่งความนิยมลดลงหรือหายไป ก็อาจประสบภาวะ breakdown ทางจิตใจ เพราะคนที่อยู่ในโลกมายามีแนวโน้มที่เท้าจะ “ลอยพ้นพื้น” ง่ายกว่าอาชีพอื่น

แต่สำหรับหนุ่มโป๊ปตัวจริงนอกจอ หากรู้จักธรรมะจริงก็คงรู้จักใช้สติมากำกับไม่ให้ยึดติดสิ่งใดมากเกินไป อย่างที่เขามักพูดบ่อยๆ ว่าที่ปฏิบัติธรรมไม่ใช่เพื่อตัดขาดทางโลก เพียงแต่เพื่อให้มีสติอยู่ตลอดและลดความทุกข์ลงสักครึ่งหนึ่ง รู้จักปล่อยวาง เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง

“ทุกเรื่องที่ผมแสดง ทำให้ผมนึกถึงธรรมะ ละครเหมือนธรรมะ ละครสอนเราว่าอย่ายึดติด วันนี้เรารับบทเป็นคนแสนดี พรุ่งนี้อาจกลายเป็นตัวร้าย เจ้าชู้เลยก็ได้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามบทบาท เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีอะไรยั่งยืน”

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า “หลงพี่หมื่น” ที่รูปลักษณ์ก็หลงไป

แต่จะดียิ่งขึ้นและได้ประโยชน์ถ้า “หลงโป๊ป” ที่ความคิดซึ่งค่อนข้าง “ตกผลึก” เกี่ยวกับมุมมองต่อชีวิต ต่อสัจธรรมแห่งความเป็นไปของโลกมนุษย์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร