เชิงบันไดทำเนียบ : ’ฮาวาย’ คลื่นลูกสองโถม ‘บิ๊กตู่’ มหากาพย์ ‘บิ๊กป้อม’ ท้าทาย ‘บารมี’

โดย ปรัชญา นงนุช
เปรียบเป็นคลื่น ที่พัดไม่จบสิ้น และคงไม่ใช่ลูกสุดท้าย ของ’บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้นำทัพคสช.
ตั้งแต่เรื่องราวของ’บิ๊กติ๊ก’พล.อ.ปรีชา และ ‘คุณอู๊ด’ผ่องพรรณ จันทร์โอชา จากฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา มาถึงบริษัทรับงานก่อสร้างของลูกชาย ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพภาคที่3
ล่าสุดถึงคิวพี่ที่เคารพ ‘บิ๊กป้อม ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับการเปิดเผยเอกสารงบประมาณบินไปฮาวาย เพื่อร่วมประชุมรมว.กลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯ 29ก.ย.-2ต.ค.
พบว่ามีการใช้งบประมาณถึง 20.9 ล้านบาท และมีผู้ร่วมเดินทางไป 38 คน มีค่าอาหารรวม 6 แสนบาท จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนาหรู รวมถึงการเช่าเครื่องบินโบอิ้ง747-400 แบบเหมาลำ บรรจุผู้โดยสารได้ 416 คน
ได้มีการเปิดเผยว่า สายการบินพาณิชย์ กำหนดวันบินตรงไม่ได้ ราคากลางตั้งไว้ 20.9 ล้านบาท เพราะคำนวณจากที่นั่งทั้งหมด 416 ที่นั่ง แม้จะไปเพียง 38 คน ค่าเชื้อเพลิงต้องคิดตามค่าเงินฟิลิปปินส์และกวม ที่ลงจอดเติมเชื้อเพลิง 2 ครั้ง ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ราคาใช้จ่ายจริง เป็นการตั้งราคาขั้นสูงไว้ก่อน ต้องรอ ‘การบินไทย’ส่งค่าใช้จ่ายจริงมาอีก 2 เดือนข้างหน้า พร้อมย้ำว่าค่าอาหารไม่ถึง 6แสนบาท บนเครื่องทานอาหารไทย
ส่วนคณะเดินทางไปมีทั้งหมด 38 คน ขากลับเพิ่มมาอีก 3 คน จึงรวมเป็น 41 คน ตามปกติคณะทำงานจะไปเพียง10-15คน แต่ครั้งนี้ ได้เพิ่มตำแหน่งเลขาฯนายกฯ ที่ปรึกษานายกฯ เจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลไปด้วย หลังทูตสหรัฐฯพบ’บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร เพื่อหารือก่อนบินไปฮาวาย
“สายการบินไทยเขาไม่ได้เก็บราคาเต็ม เหมือนกับเป็นการช่วยการบินไทยด้วย คล้ายๆ กับเข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา เป็นของราชการ ก็ถือว่าช่วยราชการด้วยกัน ดีกว่าไปช่วยคนอื่น ก็ไม่เห็นมีอะไร”พล.อ.ประวิตร กล่าว
ดูเหมือนเรื่องแรกเคลียร์จบ แต่กลับไม่จบ มีการแพร่เอกสารเมนูเซทอาหารบนเครื่องบิน ที่ยังระบุไม่ได้จริงหรือปลอม มีการทานอาหารหรูบนเครื่อง เป็นไข่ปลาคาเวียร์ จนทำให้’บิ๊กป้อม’ต้องออกมาโต้ ว่าตนเองทานอาหารปกติ
“ให้ไปถ่ายรูปรายการอาหารบนเครื่องมา ตนกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยว สบายๆ จะกินอะไร ผมก็เกิดมาจนเป็นคนเหมือนพวกคุณนั่นแหละ จะไปกินอะไรนักหนา”พล.อ.ประวิตร ระบุ
และคำถามที่ยังไม่เคลียร์ มีคนนอกไม่เกี่ยวกับงานเดินทางไปด้วยหรือไม่ พร้อมมีการโยงให้ถึงบุคคลใกล้ชิด’บิ๊กป้อม’อีกด้วย
“ผมขอยืนยันไม่มีทางไม่เกี่ยวข้อง อะไรที่เกี่ยวกับผม เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะผมไปทำงานและใช้ทุกคน ทั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ไป ก็ใช้งานทั้งหมด เพราะมีวาระการประชุมจำนวนมาก ประกอบกับผมไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ เพราะงานมีมาก ส่วนนักข่าวที่ร่วมเดินทางไปด้วยก็เกี่ยวข้อง เพราะต้องทำงาน ไม่มีใครขอติดเครื่องเพื่อต้องการไปเที่ยว”พล.อ.ประวิตร กล่าว
แม้กระทรวงกลาโหมจะไม่เปิดเผยรายชื่อ ด้วยเหตุผลสิทธิส่วนบุคคลและความมั่นคงแล้ว แต่กลับมีเอกสารที่ระบุรายชื่อผู้ร่วมไฟล์ทบินหลุดออกมา ซึ่งก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจริงหรือปลอม
แต่ก็มีการชี้เฉพาะเจาะจงไปที่รายชื่อผู้ประกาศหญิง ททบ.5 และผู้บริหารของบริษัทซีพี จึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลการร่วมเดินทางไปด้วย จนสื่อต้องมารอคำตอบจาก’บิ๊กป้อม’
แต่ก็ไม่ได้คำตอบเช่นปกติ โดยพล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้’เสธ.ต้อง’พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แจงชัดว่าไม่มี ‘ผู้พันทิพย์’พ.ต.หญิง ชลรัศมี งาทวีสุข ประกาศหญิง ททบ.5 ร่วมเดินทาง ตามที่มีการอ้างมา
“ไม่ได้เดินทางไปด้วย ผมไม่ทราบรายชื่อตามที่มีการเผยแพร่ในโซเชียล แต่เขาไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ผมไม่ได้พูดโกหก” พล.ต.คงชีพ กล่าว
และยืนยันไม่มีผู้บริหารของบริษัทซีพี เดินทางไปด้วย แต่เป็นผู้ประสานงานด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่แต่งตั้งมานานแล้ว เป็นการนั่งตำแหน่งซ้อนกัน ร่วมเดินทางไปด้วย ไม่ใช้ข้าราชการ แต่เป็นผู้มาช่วยงาน
ด้าน ‘เสธ.หนึ่ง’ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนารายการและรายได้ ททบ.5 ออกมายืนยันว่า รายการ “เช้านี้ประเทศไทย” ที่ ‘ผู้พันทิพย์’ จัดเช้าวันที่30ก.ย. เป็นรายการสด ไม่ได้มีการอัดเทป มีพยานบุคคลชี้ชัด ไม่มีการดองข่าวเอาของเก่ามาเล่าใหม่
และ”ผู้พันทิพย์”ไม่สามารถแยกร่างได้ หากเดินทางกับคณะพล.อ.ประวิตร ตั้งแต่วันที่29ก.ย. และในเว็บไซต์ระบุว่าเป็นรายการวันที่ 30 ก.ย. แต่วันเผยแพร่เป็นวันที่ 29 ก.ย. ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ ย้ำไม่มีการเอาข่าวดีเลย์มาออก
แต่เรื่องราวทั้งหมดนี้ ก็ไม่ผิดคาดที่จะถูกโยงและสร้างแรงสั่นสะเทือนถึง ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาตามหน้าที่ ที่ยังไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแทน โดยให้ดูที่ตั้งแต่การจัดเครื่องบินและการจัดคณะไปร่วมประชุม อย่าจ้องแต่จับผิด
“อย่ามาจับผิดจับถูกในเรื่องเหล่านี้ ใครอยากฟ้องร้องก็ไปฟ้องร้องเอา ผมไม่ได้อารมณ์เสียอะไรทั้งสิ้น แต่อย่าเอาปัญหาเหล่านี้มาถาม อยากฟ้องก็ให้ฟ้องมา ไม่ใช่อยู่ดีๆ นายกฯ จะไปฟ้องเรื่องนี้ ตรวจสอบเรื่องนั้น มันมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว”นายกฯ กล่าว
เป็นอีกเหตุการณ์ที่มาลด ‘บารมี’ พล.อ.ประวิตร เพราะก่อนหน้านี้การจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2559 ที่นายกฯต้องใช้อำนาจที่มีตามหน้าที่ เลือก ‘บิ๊กเจี๊ยบ’พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ขึ้นเป็นผบ.ทบ. พร้อมเลือก ‘บิ๊กแดง’พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขึ้นแม่ทัพภาคที่1 มาแล้ว
เพื่อกระจายให้สายรบพิเศษและวงศ์เทวัญ ได้ขึ้นนำทัพ ด้วย ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ ถือเป็นรุ่นน้อง ‘บิ๊กแอ้ด’ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ลูกรักของ ‘ป๋าเปรม’พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษ จึงทำให้ ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ ถือเป็นนายทหารสายบ้านสี่เสาฯ ไปด้วย
เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพบกแตก เพราะหลายปีที่ผ่านมาถนนทุกสายล้วนมุ่งหน้าสู่ สายบูรพาพยัคฆ์ และมีหลักประกันจากบ้านสี่เสาฯที่จะเกื้อหนุนให้คสช.เดินหน้าการเลือกตั้งปี60 ได้ราบรื่น คสช.ลงหลังเสือ ไร้แผล เพราะ จากประวัติศาสตร์การเมืองไทย ใครก็ตามที่แข็งข้อต่อบ้านสี่เสาฯ ล้วนมีชะตากรรมทางการเมืองที่ไม่สวยนัก
ด้วยก่อนหน้านี้ ‘บิ๊กป้อม’ เตรียมดัน ‘บิ๊กแกละ’พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร น้องรัก ขึ้นเป็นผบ.ทบ. และ ‘บิ๊กตู่เล็ก’ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา อีกน้องเลิฟ ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่1
เชื่อมไปถึงเหตุการณ์ที่ นายกฯบอกโมโห จึงมีการมองว่าจะโมโหเรื่อง พล.อ.ประวิตร หรือไม่ ที่กลุ่มต่อต้านคสช. ใช้โอกาสนี้ดิสเครดิต คสช.-รัฐบาล ไปด้วยในตัว หรือไม่
เพราะเอกสารที่หลุดนับตั้งแต่เรื่อง ‘บิ๊กติ๊ก’พล.อ.ปรีชา ลงนามบรรจุลูกชาย ‘น้องป้อง’นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับราชการในตำแหน่งรักษาราชการนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่3 อัตราพลตรี รับเงินเดือน ระดับ น.1 ชั้น 18 และแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ร้อยตรี เหล่าสารบรรณ และการเปิดเผยรายชื่อคนร่วมไฟล์ทบินไปฮาวายของ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่ว่าจริงหรือปลอมก็ตาม
ทั้ง 2 ฉบับ ล้วนเป็นเอกสาร ‘ลับ’ แต่กลับถูกเผยแพร่ผ่านเพจกลุ่มต้านคสช.เดิมๆทุกครั้ง ก่อนที่ไหนๆ จึงสร้างความเชื่อมโยงว่าจะมีบุคคลภายในและใกล้ชิดเกี่ยวข้องหรือไม่ ที่คอยสร้างคลื่นใต้น้ำ หรือ ไปสะกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อหวังผลทางการเมือง
ไฟล์ทบินฮาวายของ บิ๊กป้อม จึงเป็นอีกคลื่นลูกที่ 2 ที่ถาโถม ต่อจากทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ทำให้บารมี ‘บิ๊กป้อม’ เปล่งแสงลดลง มีการมองไปถึง จะเป็นเหตุการณ์ที่จะทำให้ ‘บิ๊กป้อม’หลุดจากตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลและคสช. เรียกทีเดียว
แต่ก็เป็นไปได้ยาก ด้วยบารมีของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่มาแต่แรก แม้เจอคลื่นถาโถม แต่เรือก็ยังไม่ล่ม และยังคงยิ้มรับได้ พร้อมยืนยันนายกOและตนไม่เครียดกับเรื่องนี้ เพราะ ตัวตัวใครตัวมัน
“จะเครียดเรื่องอะไร ตัวใครตัวมัน พวกคุณ(สื่อ)สนุก แต่ผมไม่ค่อยสนุก ใช่เปล่า”พล.อ.ประวิตร กล่าว
คำว่าตัวใครตัวมันของ ‘บิ๊กป้อม’ ก็ชี้ได้อีกว่า เพื่อให้การตรวจสอบการบินไป ‘ฮาวาย’ ไม่ผูกมัดกับนายกฯ ไม่ผูกมัดรัฐบาล-คสช. แม้มีคนพยายามโยงให้ถึง แต่ก็เป็นนัยยะได้ว่า ‘บิ๊กป้อม’ ตัดพ้อนายกฯ หรือไม่
น่าคิด น่าคิด !!
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
