bg-single

สัมโมทนียกถา “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” : “พระ” การ “เป็น” กับ “ทำ” และท่านผู้มีพระคุณ

08.12.2016

หมายเหตุ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) กล่าวสัมโมทนียกถาแก่พระเถระและญาติโยม ณ วัดญาณเวศกวัน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559

หน้าอกระบมช้ำอยู่ข้างในมาจากโรงพยาบาล ว่าจะพูดกับโยมก็เลยพูดยาก แต่จะลองพยายามดูสักนิดนึง

คือท่านบอกว่าให้ “สัมโมทนียกถา” ก็คือถ้อยคำที่จะให้ชื่นจิตบันเทิงใจ ก็ชื่นจิตบันเทิงใจสมกับใบบอกที่ว่าวันนี้เป็นพิธี “มุทิตาสักการะ” อันนี้มุทิตาสักการะก็เลยเป็นชื่อเรื่อง เลยพูดซะก่อน

มุทิตาสักการะ ก็ขออนุโมทนา ขอบพระคุณท่านพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกท่าน แล้วก็ญาติโยมมากมายที่ได้มีน้ำใจมา แล้วก็ถือว่าเสียสละเยอะ ในส่วนที่ต้องมารอนานนี่ อาตมากลายเป็นต้อง “ขออภัย” ก็เป็นอันว่าทั้ง “ขออนุโมทนา” และก็ “ขออภัย” ด้วย

15253370_1311888212197459_8729850916863118355_n

ภาพ : นายพัทนินทร์ วิเศษรัมย์

เรื่องที่อาตมาจะเกี่ยวข้องก็คือโยมเนี่ยมามากก็จะถวาย ก็จะต้องทักทาย แต่ว่าการจะทักทายก็ต้องจำกันได้ ทีนี้ตอนนี้ก็ต้องขออภัยสองประการ

หนึ่ง สายตา บางทีจำไม่ได้ มองไม่ชัดแล้ว เพราะฉะนั้นก็อาจจะผิดพลาด

สอง ก็คอ เสียงไม่มี ทักไม่ไหว ทักไม่ทัน ฉะนั้นให้ทราบไว้ก่อนว่าอนุโมทนาโยมทุกท่าน แต่ถ้าหากว่าจะทักทายไม่ไหว ไม่ทัน ก็ขออภัย ให้เข้าใจอันนี้ด้วย

เมื่อเข้าใจอันนี้กันแล้ว ก็ขอพูดต่อไปว่า ที่จริง วันนี้ (5 ธันวาคม 2559) เรื่องมุทิตาสักการะ เรื่องที่ได้รับสมณศักดิ์ ยังสำคัญเป็นเรื่องรองสืบเนื่อง ความสำคัญที่แท้เนี่ย ญาติโยมควรจะนึกว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ

“ในหลวงรัชกาลที่ 9” อันนี้สิเป็นความสำคัญที่แท้จริง

แม้แต่พิธีที่พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์อะไรนี่ก็สืบเนื่องมาจากนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันนี้เราก็เลยต้องมองไปที่ พูดง่ายๆ ก็คือ “พระคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9” ก็หมายความว่าอันนี้เป็นพระราชกรณียกิจในส่วนของการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิบัติอย่างจริงจังตลอดมา แล้วเราก็จะมองเห็นว่าทรงเอาใจใส่จริงๆ ห่วงใย

คืออาตมาเนี่ยว่ากันไป พูดกันแบบเดาก็ได้ เดาดูสืบเนื่องจากข้อเท็จจริง อาตมาเนี่ยไม่ได้เข้าวัง ไม่ได้เข้าพิธีหลวง ไม่ได้เข้าพิธีทางราชการ มาประมาณ 25 ปีหรือกว่านั้น ไม่ได้เข้าสักครั้ง

15253398_1311888082197472_3911126177403637186_n

ภาพ : นายพัทนินทร์ วิเศษรัมย์

เว้นครั้งเดียวคือครั้งที่มีฎีกาให้ไปรับสมณศักดิ์เป็น “พระพรหมคุณาภรณ์” ครั้งเดียว นอกนั้น เอาอีกทีว่าในราว 25 ปี ไม่เคยเข้าวัง ไม่เคยเข้าพิธีการทางการใดๆ ทั้งสิ้น

ทีนี้ อาตมานี่หนีมาจากกรุงเทพฯ เพราะเรื่องโรคปอด จึงได้มาอยู่ที่ “วัดญาณเวศกวัน” แล้วมาอยู่ที่วัดญาณเวศกวันเนี่ยก็แทบจะไม่มีบทบาทอะไร คือมาก็อาพาธ โยมก็หาที่ ที่ว่าได้พักอาศัย แล้วก็ทำหนังสือที่ค้างอยู่ ก็ทำต่อไป ทำมาเรื่อยๆ

ทีนี้ มาอยู่ที่นี่ เริ่มวัด อยู่พรรษาเดียว ก็ไปพักที่ฉะเชิงเทราที่ “สายใจธรรม” ห้าพรรษา ไม่ได้อยู่ที่นี่ ที่นี่ออกพรรษาแล้วก็มาๆ ไปๆ เนี่ยห้าปีผ่านไปแล้ว แล้วต่อมา พอมาจำพรรษาที่นี่ปี 2538 พอปี 2540 ก็ผ่าตัดเส้นเลือดสมอง ตั้งแต่นั้นมาก็อยู่ก้นวัด ขออภัยใช้คำนี้ ไม่ได้ออกมาหน้าวัดเลย ตั้งแต่ปี 2540 นะ หมายความว่าอาตมากับวัดนี้มีบทบาทน้อยที่สุดเลย

2540 อยู่ก้นวัด อยู่ที่กุฏิ ไม่ได้ออกหน้าวัดสิบปี ต่อจากนั้น แม้แต่วัดญาณเวศฯ นี่ก็อยู่ไม่ไหว อากาศก็สู้ไม่ไหว ก็จราจรเร่ร่อนมาจนบัดนี้ อีกประมาณสิบปี หมายความว่ายี่สิบปีนี่ก็แทบจะไม่ได้ออกมาเกี่ยวข้องเลย

โยมจะเห็นว่ามาวัดเนี่ย ไม่เจอเจ้าอาวาส แต่ก่อนจะออกพิธีบ้าง วันวิสาขะ มาฆบูชา ตอนหลังนี่ก็ไม่ได้มาเลย หมายความว่าแม้แต่ที่วัดนี้เอง อาตมาก็เรียกว่าบทบาทน้อย วัดเนี่ยโยมสร้างกันมาทั้งนั้น

วันนี้ ได้ยินว่าโยม “คุณหญิงกระจ่างศรี” (รักตะกนิษฐ) จะฝากอะไรนะ พวงมาลัยมา ท่านเป็นประธานสร้างวัด ท่านอายุ 102 ปี มาไม่ไหว ท่านก็เลยฝากพวงมาลัยมา มาแล้วเหรอ อ๋อหลานเอามาแล้ว

นี่แหละก็โยมอายุ 102 ปีแล้ว รุ่นที่สร้างวัดนี้ แล้วท่านก็คิดถึงมาก ท่านก็อุตส่าห์ให้ลูกหลานนำเอาพวงมาลัยมา

แปลว่าวัดนี้โยมสร้างกันมา อาตมาเคยพูดบอกว่าอาตมาไม่เคยสร้างอะไรที่วัดนี้แม้แต่เท่า “เล้าไก่” เป็นฝีมือโยมทั้งนั้นเลย

ก็เป็นไปอย่างนี้ พิธีหลวงพิธีอะไรก็ไม่ได้ไปเลย แต่ว่าออกไปอยู่ตามดง ตามอะไร ไปตามเรื่อง

แต่ว่ามีอันหนึ่งก็คือ เรื่องงานหนังสือไม่ได้ทิ้ง หนังสือธรรมะ ทำเท่าที่ทำได้ ก็ทำออกมาพักแค่เล่มเดียว “ตามพระใหม่ไปเรียนธรรม”

15327456_10154884854807642_8475917633724948081_n

หนังสือ “ตามพระใหม่ไปเรียนธรรม”

เพราะว่าบอกกับพระวัดนี้ บอกว่าชีวิตนี้อาจจะไม่เสร็จ ก็ไม่แน่จะเสร็จหรือเปล่า จะพยายาม อาจจะไม่เสร็จก็ได้ เสร็จไป 21 ตอน เหลืออีก 39 ตอน แล้วก็หนังสืออื่นอีกเยอะแยะ
อันนี้ก็เล่าให้ฟัง

ทีนี้ ที่พูดอย่างนี้ก็คือให้เห็นว่าที่จริงอาตมาเนี่ย อย่างที่บอกไม่ได้ออกงานทางการ พิธีหลวงต่างๆ ไม่เคยไปเลย

ทำให้เราเดาว่าพระองค์เนี่ย ไม่ได้ ไม่ได้รอดสายพระเนตร

อาตมาไปเที่ยวอยู่ที่นู่นที่นี่ ก็เออ ทำอะไรอยู่ ก็ทำหนังสือธรรมะ ถ้าเรียกเป็นภาษาให้ไพเราะหน่อยก็คือว่าทำงานสร้างเสริม แผ่ขยายความรู้และความเข้าใจธรรมวินัย แล้วก็หาทางให้ได้ประพฤติปฏิบัติกัน ให้ประชาชนได้ประพฤติปฏิบัติ ก็ทำงานแค่เนี้ย

15253508_1311888155530798_2012506022639049011_n

ภาพ : นายพัทนินทร์ วิเศษรัมย์

เรื่องก็มาเป็นอย่างนี้ ก็เลยบอกให้ญาติโยมรู้ ว่าให้โยมไปเอาใจใส่ที่พระคุณของในหลวง “สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9”

นั่นเป็นส่วนเรื่องของพระราชามหากษัตริย์ บ้านเมืองที่ท่านมีพระคุณเอาพระทัยใส่ในพระศาสนา ส่งเสริมหาทาง ดูที่ทรงห่วงใย พยายามจะให้กิจการพระศาสนาดำเนินไป

แต่ทีนี้ในแง่ของการตั้งพระ ทีเนี้ยมาดูเรื่องพระบ้าง

พระจะตั้งสมณศักดิ์เป็นอะไร ก็เป็นพระนั่นแหละ ก็เป็นพระองค์หนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นโยมไม่ต้องไปห่วง นี่ด้านของพระ จะตั้งเป็นชั้นไหน ชั้นไหน ก็คือพระองค์หนึ่ง ฉะนั้นเหมือนเราอยู่กันเนี่ย เคยเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงตา หลวงพ่อ หลวงปู่ ก็เรียกไปตามนั้น ดีที่สุด

ถ้าเขาจะเรียกเจ้าประคุณอะไร ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ให้เป็นเรื่องของทางการเขา เราก็อยู่กันแบบสบายๆ

ทีนี้ เอาละ ทำความเข้าใจกันว่าเรื่องที่เราควรเห็นพระคุณ คือด้านของในหลวง ส่วนพระก็เป็นพระไปตามเดิม

ทีนี้ เรื่องพระยังต้องมีอันหนึ่งก็คือว่า มันมีเรื่อง “เป็น” กับเรื่อง “ทำ”

ตอนนี้ โยมก็มานึกเรื่อง “เป็น” เป็นนั่น เป็นนี่ ที่จริงเรื่องทางธรรมะเนี่ย ท่านไม่นิยมถามว่าจะ “เป็น” อะไร? ท่านนิยมถามว่าจะ “ทำ” อะไร? อันนี้แหละสำคัญ

ทีนี้ เรื่องจะทำอะไร แล้วก็บางทีเพราะจะต้องทำอันนั้นอันนี้ แล้วจะทำให้ได้ผลดี มันเหมือนกับจำเป็นจะต้องเป็นนั้น เพื่อจะได้ทำอันนี้ได้ เขาก็เลยให้เป็น เพื่อจะได้ให้ไปทำอะไรต่ออะไรบางอย่าง ที่จะได้ทำจริงจังเข้มแข็ง

อันนี้ก็เลยเป็นคติที่เราจะต้องรู้ ว่าทางพุทธศาสนาท่านไม่นิยมถามว่าจะ “เป็น” อะไร? แต่ถามว่าจะ “ทำ” อะไร?

ทีนี้ บางที เรื่อง “เป็น” กับเรื่องจะ “ทำ” นี่มันขัดกัน

ตอนนี้ก็ต้องเปิดใจ ต้องพูดกันตรงๆ ว่า นี่พูดถึงตัวอาตมาเองนะ ขออภัยที่พูดถึงเป็นส่วนตัว งานที่จะทำเนี่ย ก็คือเรื่องหนังสือธรรมะอะไรต่างๆ ที่บอกพระไว้แล้วว่าหมดชีวิตนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จ ไม่มีทางจบ ก็ต้องทำกันต่อไป

แต่ทีนี้ไอ้การ “เป็น” นี่ บางทีมันมาขัดการ “ทำ” นะ มันก็จะต้องมาตกลงกันว่า…

พอเป็นนี่เขามีเรื่องอย่างนั้น อย่างนั้น ที่เกี่ยวกับการเป็น แล้วไอ้เรื่องที่เราจะทำเนี่ย บางครั้งมันทำไม่ได้ ติดขัดกัน ก็จะต้องมาตกลงกันว่าแล้วเราจะทำยังไง เราจะยังทำเรื่องที่เราต้องการจะทำให้มันสำเร็จ
เนี่ย คือจุดสุดท้ายมันอยู่ที่นี่ อยู่ที่เรื่อง “เป็น” กับเรื่อง “ทำ” มันขัดกัน แล้วจะต้องหาทางให้ไอ้เรื่อง “เป็น” นี่มันเปิดทางกับเรื่อง “ทำ” ให้ได้

เพราะเรื่อง “ทำ” นี่ถือว่าสำคัญกว่า ก็ต้องต่อไปจนตายนั่นแหละ คือหมายความว่าบอกแล้วชีวิตนี้ไม่พอ งานพวกหนังสือธรรมะอะไรต่ออะไรเนี่ยมากมาย

ทีนี้ก็เลยพูดให้โยมฟังเข้าใจว่าไหนๆ ก็มีพิธีนี้ขึ้นแล้ว และโยมก็เสียสละเวลาเป็นต้นมา เราก็มาเข้าใจกัน

ก็ตกลงว่าวันนี้ ก็กลายเป็นว่าชักมีเสียงพูดขึ้นมา ตอนแรกพูดไม่ออกจริงๆ มาในรถนี่พูดไม่ได้เลย แต่ว่าเมื่อคืนมาเมื่อเช้านี่ หมอก็ให้ออกซิเจนกับยาขยายหลอดลมสามพัก เพราะปอดมันระบมหมด เนี่ยในนี้ (หน้าอก) ช้ำระบมเลย เจ็บ แน่น แล้วก็ไอ

ทีนี้ ก็พยายามสู้ ก็เลยพูดจนออกมา เอาแหละ ก็พูดมาพอสมควรแล้ว ก็เอาเป็นว่าที่สำคัญไม่ต้องมานึกถึงองค์นี้มาก เป็นพระองค์หนึ่ง

แต่ว่าต้องขอบพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ แล้วก็วัดดอนเจดีย์ [พระธรรมพุทธิมงคล – สอิ้ง สิรินนฺโท] ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีมา แล้วตอนนี้ท่านก็อายุ 82-83 ท่านก็เลยเป็นกิตติมศักดิ์ เรียกเช่นนั้นถูกเปล่า? อ้อ ที่ปรึกษา เนี่ยท่านยังเมตตามาเลย จริงๆ อาตมาคิดไว้นะ คือพอเสร็จเนี่ย เราจะต้องไปกราบพระผู้ใหญ่ โดยเฉพาะที่มรณภาพไปแล้ว

แต่ทีนี้อยู่ที่วัดป่าเลไลยก์ด้วย หลวงพ่อองค์เก่าที่วัดป่าเลไลยก์ [พระวิสุทธิสารเถร (ถิร ปญฺญาปโชโต) 2446-2527] ก็จะต้องไปหลายวัด เช่นวัดเบญจมบพิตร เป็นสมเด็จพระสังฆราชอุปัชฌาย์ [สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณ) 2432-2505] ไปกราบ

15327493_10154884856372642_4354318079473898399_n

สมเด็จพระสังฆราช (ปลด) วัดเบญจมบพิตร

แล้วก็ไปวัดสามพระยา เป็นคู่สวด [สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) 2448-2539] ไปกราบหลวงพ่อวัดทองนพคุณ ก็คู่สวด [พระธรรมเจดีย์ (กี มารชิโน) 2451-2522]

ไปกราบหลวงพ่อวัดพระพิเรนทร์ [พระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) 2445-2512] แล้วก็อาจารย์พระครูปลัดสมัย [กิตฺติทตฺโต ?-2522] ที่วัดพระพิเรนทร์ แล้วก็ยังวัดอะไรล่ะ ทีนี้ก็วัดบ้านกร่าง วัดป่าเลไลยก์พูดแล้ว ทีนี้วัดปราสาททองก็ต้องไปเยี่ยม

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) วัดสุทัศน์ฯ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) วัดสุทัศน์ฯ

วัดสุทัศน์ฯ นั่นก็หลวงพ่อท่านใจดีมาก ท่านเคยเขียนจดหมายไปบอกให้ไปอยู่วัดสุทัศน์ฯ นานแล้ว ท่านก็เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ [เสงี่ยม จนฺทสิริ 2443-2526] เก่านานแล้ว ตั้งนานเนแล้ว ไม่ใช่ยุคหลังนี้ แล้วอาตมาก็เรียนบาลีที่นั่น เรียนบาลีเริ่มเอาที่กรุงเทพฯ ที่วัดสุทัศน์ ตอนนั้นวัดสุทัศน์ก็เป็นสำนักเรียน ที่ไปเรียนบาลี

แล้วก็ยังอะไรอีกล่ะทีนี้ ก็มีหลายวัด สมเด็จพระญาณสังวร ที่วัดบวรนิเวศ

สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น) วัดพระเชตุพนฯ

สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น) วัดพระเชตุพนฯ

อ้าว เดี๋ยว หลวงพ่อสมเด็จพระสังฆราชปุณฺณศิริ [สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) 2439-2516] นั่น “สมเด็จป๋า” น่ะ ก็ต้องไปล่ะ ท่านสำคัญ ท่านมีพระคุณมาก ตอนที่มหาจุฬาฯ แย่ ได้อาศัยสมเด็จพระสังฆราชปุณฺณศิริ วัดโพธิ์ ตอนนั้นอาตมาก็เป็นพระทำงานที่มหาจุฬาฯ ไปหาท่านจนลืมว่าไปหาท่านกี่ครั้ง คือไปเรื่อย ทั้งไปธุระไปเรื่องมหาจุฬาฯ

ตอนนั้น สถานการณ์คณะสงฆ์ง่อนแง่นมาก เอ้ย ทางมหาจุฬาฯ ก็เลยอาศัยสมเด็จพระสังฆราชวัดโพธิ์นี่แหละ ท่านก็ไปสั่งให้อุปถัมภ์บำรุงอะไรต่ออะไรทุกอย่าง นี่วัดโพธิ์ก็ต้องไป

แล้วก็วัดอะไรอีก เอาไปทำรายการทีหลัง นี่พูดพอให้เห็น แต่ว่าจะไปไหวหรือเปล่า ในวันสองวันนี้ รู้สึกจะไปไม่ไหว ร่างกายมันไม่อำนวย แต่พูดให้รู้ไว้ ก็เป็นอันว่ามีท่านผู้ที่มีพระคุณ ที่เราควรระลึกถึง จะต้องไป ก็เอาละ นี่ก็มีวัดบ้านกร่าง นี่ก็เป็นต้นกำเนิดที่จะต้องไป เพราะว่าเริ่มต้นที่บวชเณร

ก็เอาว่าวันนี้ พูดไว้พอสมควร จริงๆ แล้ว ตอนแรกนึกว่าพูดไม่ได้เลย เพราะเสียงมันไม่ยอมออก มันติดคออยู่แค่เนี้ย ก็ขอบพระคุณที่ได้สละเวลามาแสดงมุทิตา แล้วก็อนุโมทนาโยมญาติมิตรทุกท่าน เอาอย่างที่ว่า…

ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ

ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ

อ้าว ท่านอาจารย์… [ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ – ราชบัณฑิตและอดีต “พระกวีวรญาณ”] นั่งอยู่ มองไม่เห็น โอยเนี่ย นี่ท่านอาจารย์เนี่ย ก็เป็นผู้ที่นำเข้าไปที่มหาจุฬาฯ ให้เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาธิการฯ ที่ท่านจัดการให้เสร็จ ก็เป็นอาจารย์ด้วย แล้วก็ยังมาเป็นผู้บริหาร ก็เป็นผู้ที่นำไปทำงานที่มหาจุฬาฯ ตอนนี้ท่าน 88 แล้ว ท่านยังสละเวลามา

เรียกว่าเป็นเมตตาของท่านอาจารย์อย่างสูง ก็อนุโมทนา เป็นอันว่ารู้กันทุกท่าน ถึงท่านที่เป็นผู้ที่มี ถ้าเรียกแบบพระก็เป็น “พรรษายุกาล” สูงสุด

เอาละ วันนี้ก็ขออนุโมทนาเท่านี้ก่อน “อายุ วรรณะ สุขะ พละ” ทุกท่านทั่วกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)