ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร
โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) ลงนามก่อตั้ง 7 สิงหาคม 2026 ระหว่างปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ถูกอธิบายว่าเป็นความร่วมมือของมุสลิม อิสลาม และซุนนี
นอกจากเป็นนาโตตะวันออกกลาง (Middle Eastern NATO) แล้วยังสะท้อนอย่างฉาบฉวยว่า เป็นเหมือนบทละครซึ่งเป็นที่รู้จักดีของ อุปมาถึงพันธมิตร
แต่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศตุรกี นาย Hakan Fidan อธิบายชัดเจนว่า เป็นองค์การนาโต เป็นข้อสัญญา (Pact) การป้องกันประเทศใหม่
แน่นอน ข้อสัญญานี้ประกาศการป้องกันร่วมคือ หน้าที่ของชาติสมาชิกทั้ง 3 คือ การโจมตีจะถูกพิจารณาเป็นการโจมตีประเทศหนึ่งเป็นการโจมตีทั้งหมด แต่ข้อสัญญานี้ยังไม่ได้สถาปนาระบบสั่งการกลาง (Central Command) จนถึงระบบปฏิบัติการใหญ่ระหว่างสมาชิก หรือมีข้อผูกมัดชัดเจนในเรื่อง ค่าใช้จ่ายการป้องกันประเทศและการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วยังไม่ได้ยืนยันการอ้างถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า พันธมิตรไม่มีความหมาย นี่ยังรวมถึงความร่วมมือการป้องกันประเทศระหว่างปากีสถานกับซาอุดีอาระเบียที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ข้อสัญญาเมกกะประกอบสร้างมานานหลายปีภายใต้ความร่วมมือทวิภาคีการป้องกันประเทศระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
นี่รวมถึงความร่วมมือการป้องกันประเทศปากีสถานและซาอุดีอาระเบียซึ่งเริ่มช่วงกลางทศวรรษ 1960 และการฝึกบุคลากรปากีสถานและการใช้อาวุธในซาอุดีอาระเบีย
นี่เป็นการให้ความช่วยเหลือสำคัญจากความมั่งคั่ง แต่ระบอบการปกครองซาอุดีอาระเบียนี้ยังไม่มั่นคง ที่ไม่อาจเสี่ยงกับ 2 ชาติที่เป็นอิสระและมีอำนาจทางทหารมากคือ ปากีสถานและซาอุดีอาระเบีย ที่ยังตีความการผูกมัดความร่วมมือการป้องกันประเทศ ศูนย์กลางระบบอาวุธจัดให้โดยตุรกี ซึ่งรวบรวมอาวุธ ได้แก่ 4 co-produced MLGEM เรือคอร์แวตต์ (Corvette) เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ชนิด MOT 129 ATAK
ปากีสถานอาจแสดงตนเป็น ท่อส่งการเปลี่ยนย้ายอาวุธที่พัฒนาโดยจีน ได้แก่ ที่ผลิตร่วมเครื่องบินรุ่น JF-17 แก่ตุรกีด้วย
อย่างไรก็ตาม ความผูกพันทวิภาคีไม่ได้ทำให้ระบบพันธมิตรแข็งแกร่ง ตามทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชี้ถึง 4 ปัญหาที่ทำให้ทุกๆ ชาติพันธมิตรอ่อนแอคือ ล่ามโซ่มวยหมู่ (Chain-ganging) ระดับต่ำสุดผ่านไป (Buck-passing) ปัญหาด้านศีลธรรม (Moral Hazard) และของฟรี (Free-riding)
ข้อสัญญาเมกกะมีแนวโน้มของทั้ง 4 ปัญหานี้ แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้เสนอทางออกสักเรื่อง
ล่ามโซ่มวยหมู่ (Chain-ganging)
พันธมิตรมีแนวโน้มล่ามโซ่มวยหมู่ซึ่ง 1 ชาติสมาชิกลากจูงชาติสมาชิกอื่นๆ ของพันธมิตรขัดแย้งที่ไม่เป็นมิตรต่อผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) ของพวกเขา
ในกรณีนี้ ปากีสถานทำให้ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถานแข่งขันในทางทหารระยะยาวกับอินเดีย (คู่ขัดแย้งของปากีสถาน)
แต่ซาอุดีอาระเบียและอินเดียยังคงมีความสัมพันธ์ฉันมิตรอย่างจริงใจต่อกัน
อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และนำเข้าก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากซาอุดีอาระเบียและการค้าทั้งหมดเกินกว่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024
ระดับต่ำสุดผ่านไป
(Buck-passing)
พันธมิตรสามารถโน้มเอียง ระดับต่ำสุดผ่านไป ที่ซึ่งสมาชิกต่างๆ ปฏิเสธเกียรติของพันธมิตรของพวกเขาโดยเฉพาะเมื่อหนึ่งสมาชิกคุกคามต่อชาติที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ผ่านให้พวกเขาต่ำสุดเพราะการคุกคามไม่รุนแรงเพียงพออันนำพวกเขาเข้าสู่สงคราม หรือเพราะต้นทุนของสงครามไม่อาจยอมรับได้สำหรับพวกเขา
เหตุการณ์ปัจจุบัน ถ้าอิหร่านโจมตีซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานจะค้นหาว่า ต้นทุนการแทรกแซงครอบงำผลประโยชน์ใดๆ อิหร่านคุกคามตุรกีเนื่องจากอ่อนแอมาก ตัวแทนอิหร่านในเลบานอนและซีเรีย ในขณะที่ปากีสถานแชร์พรมแดนกับอิหร่านตลอดจังหวัด Babchistan ซึ่งปะทุง่าย ที่ซึ่งอิหร่านสนับสนุนตัวแทนชาว Baloch ที่ติดอาวุธและสามารถเป็นอันตรายได้
นอกจากนี้ ทั้ง 3 ประเทศมีดุลยภาพการเมืองภายใน บทบาทของทหารในสังคมและการเมืองสามารถรบกวนโดยสงครามได้
ส่วนของทหารอ่อนแอหรือ มีพลัง เสถียรภาพทางการเมืองในปากีสถานไม่สำคัญ ทหารบกสร้างประชาธิปไตยควบคุม (Control Democracy) ซึ่งพรรคการเมืองพลเรือนชนะเลือกตั้งด้วยความร่วมมือเงียบๆ โดยทหาร ในขณะที่ทหารบกจัดการขบวนการประชาชนและกลุ่มอิสลามด้วย
การเมืองตุรกีแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายสุดขั้ว ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ใช้วิธีการต่างๆ นับจากควบคุมสื่อจนถึงจำคุกผู้นำฝ่ายค้านเพื่อรักษาอำนาจของเขา ในขณะที่ทหารของพันธมิตรนั้น แทรกแซงทางการเมืองจากกลุ่มทหารกลุ่มใดๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ปัญหาทางด้านศีลธรรม
(Moral Hazard)
ปัญหาที่สาม เป็นความเสี่ยงจากสมาชิกที่กล้าเพิ่มความแข็งแกร่งทางทหาร ประเด็นนี้หากนิยามทางเศรษฐศาสตร์มันคือ ขาดศีลธรรม
วิกฤตทางทหารของปากีสถานกับอินเดียล่าสุดนั่นคือ สงครามระหว่างกันในปี 2025 อันคุกคามความสามารถการใช้นิวเคลียร์ของปากีสถาน เปิดเผยความเป็นไปได้นี้ ความเป็นปฏิปักษ์เพิ่มขึ้นของตุรกีครอบงำและกลายเป็นมหาอำนาจภูมิภาค ซึ่งแสดงออกอย่างเกียจค้านด้วยวาทะ ออตโตมันยุคใหม่ (Neo-Ottoman) สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งของตัวแทนกับอิสราเอลในซีเรีย ซึ่งดึงดูดซาอุดีอาระเบียและปากีสถาน
ที่ดีที่สุด ยอมรับแรงกระตุ้นที่กล่าวมาก่อนนี้ เพื่อผ่านหมู่ไป และต้องป้องกันสมาชิกพันธมิตรจากความกล้าหาญแบบสะเพร่าจากข้อสัญญาเมกกะ
ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจภายใน
ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจภายในอาจกระตุ้นสมาชิกพันธมิตรจัดให้ต่ำกว่าสถาบันพันธมิตรและกิจกรรมต่างๆ ในความเชื่อว่า สมาชิกอื่นๆ จะจัดให้มากกว่าปากีสถาน ตุรกี และซาอุดีอาระเบีย ที่มีความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่แตกต่าง
ปากีสถาน มีเศรษฐกิจการเกษตร โดยเบื้องต้นมีความยากจนท้องถิ่น
ตุรกี คือประเทศรายได้ปานกลางแต่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล Endogan ก่อเกิดเงินเฟ้อรุนแรงและหนี้สินภายนอกประเทศที่ทำให้เศรษฐกิจโตช้า และเกือบทำความล่มจมให้กับประเทศ แม้ว่านโยบายเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปมากในปี 2023 แต่ยังก่ออัตราดอกเบี้ยสูง ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐยังสูงต่อไป ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังกะโผลกกะเผลก
เศรษฐกิจซาอุดีอาระเบียยังคงมุ่งเน้นการส่งออกไฮโดรคาร์บอน ดังนั้น แม้ว่าซาอุดีอาระเบียเป็นชาติที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดา 3 ชาติสมาชิกพันธมิตร แต่ด้วยราคาที่ต้องคิดเป็นระบบนานาชาติ มันจะกระทบการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของซาอุดีอาระเบีย
ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น สามารถจัดการด้วยการเริ่มต้น ตัวอย่างคือ แม้ชาติพันธมิตรอาจไม่ได้ระบุต่อสาธารณะถึงศัตรูร่วม หรือศัตรูที่เสี่ยงความร้ายแรงที่เพิ่มขึ้น พวกเขาต้องบอก เป็นนัย ทำเพื่อเตรียมตัวอย่างเพียงพอ หรือต่อต้านพวกเขา แม้ว่าพวกเขายังขาดระบบสั่งการรวมศูนย์ สำหรับทหารของชาติสมาชิกพันธมิตรยังต้องการมีข้อผูกพันชัดเจน ขยายจากการเข้าถึงฐานทัพทางการทหาร จนถึงจัดการด้านงบประมาณเพื่อการป้องกันประเทศและแบบเฉพาะเจาะจง อุปกรณ์ป้องกันร่วม
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ปรากฏอยู่ในส่วนใดของ ข้อสัญญาเมกกะ เลย
ตราบเท่าที่ประเด็นเหล่านี้ยังไม่ได้นำเสนอ ข้อสัญญาเมกกะอาจคล้าย สนธิสัญญา Central Treaty Organization-CENTO ที่ก่อตั้งปี 1955 เพื่อตอบโต้การรุกรานของรัสเซียในตะวันออกกลาง ที่สนับสนุนโดยสหราชอาณาจักรและเพื่อลดบทบาทดาวรุ่งสมัยนั้นคือ สหรัฐ ผลคือ ความอ่อนแอร้ายแรงและการลาออกของอิรัก หลังสหราชอาณาจักรจัดตั้งระบอบกษัตริย์ที่ล้มแล้ว สู่รัฐประหารของประชาชน และระบอบใหม่ เป็นการวางตัวไม่นิยมรัสเซีย
ปากีสถานพยายามเป็นสมาชิก CENTO ไม่สำเร็จ นำไปสู่การทำสงครามกับอินเดียปี 1965 และ 1971
ความเปลี่ยนแปลง
ต้องเปลี่ยน ข้อสัญญาเมกกะสู่พันธมิตรที่เข้มแข็งขึ้น
อิหร่านอ่อนแอเนื่องจากสงคราม รวมทั้งเสื่อมถอยในซีเรียและเลบานอน
จีนซึ่งรักษาความผูกพันอย่างจริงใจกับตุรกี และผูกพันการป้องกันกับซาอุดีอาระเบีย ปากีสถานเหมือนพันธมิตรที่ไม่เล่นบทบาทนำ นี่ปล่อยอิสราเอลซึ่งมองหาการสร้างเขตอิทธิพลในตะวันออกกลางโดยผ่านทาง Abraham Accord
ถ้าสหรัฐถอนตัวออกจากการจัดการความมั่นคงภูมิภาค ในขณะที่แนวทางของอิสราเอลต่อภูมิภาคได้รับการหนุนมาก ทำให้สมาชิกข้อสัญญาเมกกะมืดบอดต่อไปในการทำให้เกิดระบบ unified Command รวมทั้งความพยายามอย่างมากจัดหาอาวุธจากชาติตะวันตกและจากจีน
อย่างไรก็ตาม ข้อสัญญาเมกกะจะยังคงมีบทบาทน้อยกว่าผลกระทบของข้อสัญญาเมกกะ
สรุป
ข้อสัญญาเมกกะเป็นอะไรที่มากกว่ามุสลิม อิสลาม ซุนนี แต่ก็ไม่ใช่นาโตตะวันออกกลาง ข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมในนาม ข้อสัญญาเมกกะ เผชิญหน้าความท้าทายคลาสสิคทั้งหมดกับองค์ประกอบต่างๆ ที่ไม่เป็นเอกภาพเลย
