bg-single

แกะรอยธุรกิจ“เบสท์ริน กรุ๊ป”เมื่อรถเมล์NGVสะดุดตอกรมศุลฯ ซ่อนเงื่อน สัมพันธ์ไม่ธรรมดา

28.12.2016

โดย ศัลยา ประชาชาติ

 

เชื่อได้ว่าตอนนี้ คนไทยน่าจะคุ้นชินชื่อบริษัท “เบสท์ริน กรุ๊ป” กันมากขึ้นแล้ว ที่สำคัญบริษัทแห่งนี้ “โปรไฟล์” ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

จากการเป็นผู้ชนะประมูลนำเข้ารถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 489 คัน ด้วยการเคาะราคากว่า 3.3 พันล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ที่ 4 พันล้านบาทเศษ ประมาณกว่า 600 ล้านบาท

เป็นการ “โค่น” คู่แข่งเก่า อย่างกิจการร่วมค้า เจวีซีซี โดยบริษัท “ช. ทวี” ที่เคยชนะประมูล แต่ถูก “เบสท์ริน กรุ๊ป” ร้องเรียนผลการประมูลจนทำให้ ขสมก. ต้องประกาศยกเลิกการประมูลในครั้งแรก

 

หลังชนะการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีครั้งที่สอง ซึ่งยืดเยื้อยาวนานจนกลายเป็นมหากาพย์ เอาคืนคู่แข่งรายเดิมได้สำเร็จ ได้สัญญากับ ขสมก. ได้เค้กชิ้นนี้มาครอบครอง “เบสท์ริน กรุ๊ป” ก็ยิ่งโด่งดังมากขึ้นจากกรณีการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 2 ล็อตแรก จำนวน 100 คัน ที่มอบหมายให้บริษัท “ซุปเปอร์ซาร่า” เป็นผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 489 คัน

เนื่องจากระหว่างการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน โดยบริษัท “ซุปเปอร์ซาร่า” ที่เข้ามาทาง “ท่าเรือแหลมฉบัง” มีอันต้อง “สะดุด” ตั้งแต่ 2 ล็อตแรก ที่นำเข้ามาจำนวน 100 คัน

แบ่งเป็น ล็อตแรก 1 คัน กับล็อตที่ 2 อีก 99 คัน เพราะเมื่อมีการนำผ่าน “พิธีการศุลกากร” ผู้นำเข้าได้สำแดง “แหล่งกำเนิด” สินค้าว่า รถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าว “ผลิตขึ้นในประเทศมาเลเซีย”

ทว่า ทางกรมศุลกากรโดยทีมพิเศษที่ “กุลิศ สมบัติศิริ” อธิบดีกรมศุลกากรตั้งขึ้น ได้ตรวจสอบแล้วมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่า รถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าว “น่าจะ” ผลิตในประเทศจีน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบถึงประเทศมาเลเซีย พบว่าผู้ที่ส่งรถเมล์เอ็นจีวีมายังประเทศไทย คือ “R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD” โดยได้มีการนำเข้ารถโดยสารปรับอากาศชนิดเดียวกันจากประเทศจีน แบบ “สำเร็จรูปทั้งคัน”

หลักฐานสำคัญคือจำนวน ราคา และน้ำหนักรถตรงกันกับที่บริษัท “R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD” ส่งมายังประเทศไทย ทั้งยังมีรายการหมายเลข Chassis หมายเลขเครื่องยนต์ ตรงกัน รวมทั้งแสดงราคาต่อหน่วยและน้ำหนักต่อหน่วยเท่ากัน

กรมศุลกากรจึงออกมาแถลงฟันธงว่า “เป็นการสำแดงแหล่งกำเนิดเป็นเท็จ” อันเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรตามมาตรา 99, 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469

%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-696x464

ขณะที่ “ชัยยุทธ คำคุณ” รองอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ระบุว่า กรมศุลกากรมีข้อมูลที่ชี้ว่ารถเมล์ดังกล่าวมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ผู้นำเข้าแจ้งว่า ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งภาระภาษีจะแตกต่างกัน

“เราพบว่ารถดังกล่าวนำเข้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งตรวจสอบพบว่า เป็นหมายเลขเดียวกับที่นำเข้ามา โดยส่งออกมาจากประเทศจีน และมีเอกสารระบุว่า เป็นการส่งออกรถยนต์เอ็นจีวี ยี่ห้อ ชนิด และโมเดลเดียวกับที่นำเข้ามาไทย เมื่อ 28 ตุลาคม แล้วไปยังมาเลเซีย เมื่อ 9 พฤศจิกายน จากนั้นก็ส่งออกจากมาเลเซีย เมื่อ 23 พฤศจิกายน มาถึงแหลมฉบัง เมื่อ 30 พฤศจิกายน ส่วนการนำเข้าเที่ยวที่ 2 อีก 99 คัน ก็พบเส้นทางในลักษณะเดียวกัน โดยออกจากจีน 13 พฤศจิกายน ถึงมาเลเซีย 19 พฤศจิกายน และออกจากมาเลเซีย 26 พฤศจิกายน ถึงแหลมฉบัง 1 ธันวาคม” นายชัยยุทธ กล่าว

อย่างไรก็ดี การนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีมายังประเทศไทย มีด้วยกัน 5 ล็อต แต่ที่เป็นปัญหาคือ 2 ล็อตแรก เนื่องจากผ่านพิธีการศุลกากร และมีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 389 คันที่เหลือยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร แต่อยู่ระหว่างส่งลงเรือจากมาเลเซียมายังประเทศไทย จำนวน 3 เที่ยว แบ่งเป็น 45 คัน, 146 คัน และ 98 คัน ตามลำดับ

ซึ่งการสำแดงแหล่งกำเนิดว่าผลิตในประเทศมาเลเซีย ก็เพื่อหวังได้รับการยกเว้นอากรภายใต้สิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้กรอบอาเซียน (ฟอร์ม D) เพราะหากสำแดงว่านำเข้าจากประเทศจีน ต้องเสียภาษีสูงถึง 40%

ส่งผลให้เมื่อกรมศุลกากรฟันธงว่า เป็นการสำแดงแหล่งกำเนิดเป็นเท็จในกรณี 100 คันแรก ทางบริษัทจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าบวกภาษีมูลค่าเพิ่มรวมเป็นเงิน 718 ล้านบาท และเสียค่าปรับ 2 เท่า สำหรับ 100 คัน รวมเบ็ดเสร็จ 958 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ หากย้อนไปดูเส้นทางธุรกิจของ “เบสท์ริน กรุ๊ป” พบว่า เริ่มจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท บริษัทตั้งอยู่เลขที่ 60/111 หมู่ 1 ถนนบางนา-ตราด ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประกอบธุรกิจการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์

โดยบริษัทมีคนไทยถือหุ้น 1 ราย ในสัดส่วน 51% ที่เหลืออีก 49% ถือหุ้นโดยคนจีน 3 ราย มี นายเค่อ นั่ว หลิน หรือ นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา หนึ่งในผู้ถือหุ้นนั่งเป็นประธานกรรมการบริษัท ซึ่งในการเข้าประมูลนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คันนี้ “เบสท์ริน กรุ๊ป” ได้อ้างถึงประสบการณ์นำเข้ารถเมล์จากประเทศจีนมากกว่า 6,000 คัน เนื่องจากเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม “Sunlong” จากเซี่ยงไฮ้

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า “เบสท์ริน กรุ๊ป” มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ นายบรรยง อัมพรตระกูล ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนผู้ประกอบการเดินรถรายใหญ่ในพื้นที่ “ลาดกระบัง-พระโขนง”

นอกจากนี้ “เบสท์ริน กรุ๊ป” ยังมีสายสัมพันธ์กับบริษัท “ปรินทร์ อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต” เนื่องจากมีการร่วมลงทุนกันในบริษัท ซันลอง มอเตอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งทั้งสองบริษัทเคยมีข่าวถูกโยงว่า “ฮั้วประมูล” กัน เมื่อคราวมีการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือ บีอาร์ที เพราะเป็นบริษัทที่ลงแข่งขันประมูลรถบีอาร์ทีทั้งคู่

ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบย้อนไปในระยะไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา ก็พบว่า “เบสท์ริน กรุ๊ป” ยังเคยถูกกรมศุลกากรทำหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอให้ระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีมากกว่า 10 ครั้ง ในช่วงปี 2554-2559

รวมถึงเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 ศาลภาษีอากรกลาง ก็มีคำพิพากษา ในคดีที่กรมศุลกากรและกรมสรรพากรร่วมกันฟ้อง “เบสท์ริน กรุ๊ป” ฐานสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์โดยสาร ยี่ห้อ “Golden Dragon” เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2549-กันยายน 2550

กรณีดังกล่าวบริษัทแพ้คดี ต้องจ่ายภาษี พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มต่างๆ รวมเป็นเงินกว่า 230 ล้านบาท

 

ส่วนบริษัท “ซุปเปอร์ซาร่า” นั้น ตรวจสอบพบว่า มีชื่อเดิมคือบริษัท “เบสท์ริน เอ็นจิ้นเซอร์วิส” ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 23 มิถุนายน 2551 ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ประกอบธุรกิจผลิตและการส่งไฟฟ้า ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีที่ตั้งอยู่ย่านวังหิน ลาดพร้าว กทม.

ทั้งหมดนี้คงพอปะติดปะต่อเชื่อมโยงถึงสายสัมพันธ์ธุรกิจการนำเข้ารถเมล์จากประเทศจีนที่ถูกตั้งข้อกังขาได้เป็นอย่างดี

หลังจากนี้ต้องจับตาว่า “เบสท์ริน กรุ๊ป” จะสามารถปฏิบัติตามสัญญาที่ลงนามไว้กับ ขสมก. ว่าจะต้องส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีให้ทันภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ได้หรือไม่ เพราะหากทำไม่ได้ บริษัทจะต้องเสียค่าปรับและเสียค่าเสียโอกาสรวมแล้วตกประมาณวันละ 17,000 บาทต่อคันต่อวัน

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มกับการชนะประมูลรถเมล์เอ็นจีวีในคราวนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิมนุษยชน คนเท่ากัน กับปรากฏการณ์ทำลายอนุสาวรีย์
การเลือกตั้ง กทม.
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี โอมาน : สะพานแห่งสันติภาพ สู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน (2)
แบรนด์อังกฤษ
สู่ขวัญข้าว ชาวนาเซ่นผีฟ้า
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 3 เมื่อดาวศุกร์เต็มดวง
THE ODYSSEY | ‘มหากาพย์’
ผ่าแล้ว
AI กับ ฮั้ว ส.ว.
‘เสียง …ที่มาจากดวงตา’
E-DUANG | “อาการ” ทาง “การเมือง” ปรอทวัด เอกภาพ รัฐบาล
‘ซัวเถา’ เก่าแก่ทันสมัย (3)