ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์
ต้องยอมรับว่าเกมรุกเรื่อง “ฮั้ว สว.” ของพรรคประชาชนที่นำทีมโดย “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ผลมาก
เพราะเรื่องนี้เหมือนจะเงียบไปแล้วหลังจากที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี
อำนาจเปลี่ยนสี คดีก็เปลี่ยนไป
“ดีเอสไอ” ที่เคยเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันก็เริ่มนั่งเจี๋ยมเจี้ยม
ส่วนพรรคเพื่อไทยเมื่อเข้าร่วมรัฐบาล โดยมารยาททางการเมืองก็ต้องหยุดการขุดคุ้ยเรื่องนี้
เพราะเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาล
พรรคประชาชนในช่วงแรกๆ ก็ไม่สนใจคดีนี้เลย
ถ้าจำได้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ถึงขั้นไปพูดในงาน 17 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน แสดงความไม่สนใจแนวทางการขุดคุ้ยคดี ฮั้ว ส.ว.อย่างชัดเจน
เขาบอกว่าถ้าเชื่อว่า กกต. เป็นของ “สีน้ำเงิน”
ใครจะเป็นรัฐบาลก็ทำให้ กกต.เล่นงานการ ฮั้ว ส.ว.ไม่ได้
และยังบอกด้วยว่าหนทางเดียวที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ก็คือ การเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ
และอาศัยพรรคภูมิใจไทยทำให้ ส.ว. ยอมโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญให้
เขาเชื่อใน “ทางลัด” แบบนี้
ไม่เชื่อคำเตือนของขุนพลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”
สุดท้าย ผลที่ออกมาก็ไม่เป็นไปอย่างที่ “ธนาธร” คิด
การออกมาของ “ไอติม” ครั้งนี้จึงเหมือนกับเป็น “การล้างบาป” ให้ “ธนาธร” และพรรคประชาชน
โดยอาศัยข้อมูลหลักจากการสืบสวนสอบสวนของ “ดีเอสไอ” ที่พรรคเพื่อไทยกรุยทางไว้ให้
คดี ฮั้ว ส.ว. นั้นอยู่ระหว่างรอการตัดสินของ กกต.ชุดใหญ่ว่าจะส่งเรื่องนี้ไปศาลหรือไม่
ขั้นตอนการพิจารณาจะจบลงในเดือนสิงหาคมนี้
ตอนแรก “ไอติม” ที่พยายามหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็เป็นข่าวเล็กๆ ไม่ค่อยมีผลอะไรนัก
จนวันที่เขาลงคลิปกรรมการ กกต.ไปขอ “โพย” จากมือผู้สมัคร ส.ว.
ห้ามใช้ “โพย” ในการลงคะแนน
และบังเอิญว่าคนที่ส่ง “โพย” ให้กรรมการ คือ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา
ข่าวฮั้ว ส.ว.จึงเริ่มจุดติด
และตามมาด้วยการจัดงานครบรอบ 2 ปี ฮั้ว ส.ว.
งานนี้เขานำพยานบุคคลมาขึ้นเวทีด้วย
แม้พยานกลุ่มนี้คือ คนที่เคยให้การกับ “ดีเอสไอ” มาแล้ว และมีข่าวออกมาทางสื่อบ้างแล้ว
แต่การที่ปรากฏตัวและเล่าเบื้องหลังการฮั้วแบบสดๆ
ไม่เหมือนกับ “รายงานข่าว” ทางออนไลน์
บรรยากาศและความรู้สึกแตกต่างกัน
ข่าวนี้กลายมาเป็น “ข่าวใหญ่” อีกครั้ง
ตามมาด้วย “เป๋า-ยิ่งชีพ” ของไอลอว์ ออกมายื่นเอกสารให้พรรคฝ่ายค้านตรวจสอบข้อเท็จจริงนักการเมือง 9 คน ที่มีข่าวว่าเกี่ยวพันกับฮั้ว ส.ว.
มีการระบุชื่อคนและพฤติกรรมอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี
เหมือน “จรวดลูกที่ 2” ที่ทำให้กระแสข่าวแรงขึ้น
พร้อมกับการประกาศฟ้อง “ยิ่งชีพ” ของพลพรรคภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหา
ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ไอติม” ก็นำพยานขึ้นเวทีอีกชุดหนึ่ง
ตามด้วย “ยิ่งชีพ” มาพลีชีพอีกรอบ
ข่าว “ฮั้ว ส.ว.” จึงอยู่ในกระแสต่อเนื่องไม่ตกลง
ยิ่งเป็นข่าว คนยิ่งโกรธ
และคาดว่าจะมีการเลี้ยงกระแสนี้ไปจนวันที่ กกต.ตัดสินคดี
เป็นแรงกดดันทางสังคม ที่ กกต.ต้องระวัง
เพราะเรื่องนี้มีคนบอกว่าไม่ใช่แค่เมืองไทยที่รู้
แม้แต่มองจากดาวอังคารยังรู้เลย
มีแต่ กกต.เท่านั้นที่ไม่รู้
วันก่อน ไปจัดรายการ “ไล่ให้จน” ทางไทยรัฐทีวี
วันนั้นนอกจากผม อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และ “ป๋าต๋อย” แล้ว
ยังมีคุณเทพไท เสนพงศ์ มาร่วมรายการด้วย
เราสรุปว่า ส.ว.ชุดนี้ โชคร้ายอยู่ 2 เรื่อง
เรื่องแรก พรรคเพื่อไทย และดีเอสไอ ลงมาทำคดีนี้
ทำให้สืบสวน สอบสวนหาหลักฐานได้มากมาย
และสิ่งที่ “ไอติม” ทำในวันนี้ คือ การต่อยอดจากหลักฐานที่ “ดีเอสไอ” ทำไว้
และอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการชุดที่ 25 ของ กกต.
หลักฐานค่อนข้างแน่นทีเดียว
เรื่องที่สอง คือ โลกพัฒนาจนเกิดเทคโนโลยี AI
ด้วยข้อมูลมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่มี AI ทาง “ดีเอสไอ” ไม่มีทางจะจับได้ว่ามีการทำโพยฮั้ว ส.ว.เกิดขึ้น
AI สามารถนำภาพวงจรปิด กับการจำลองสถานที่ลงคะแนนเข้าด้วยกัน
จนรู้ว่าใครอยู่ตรงไหน
หรือดูวงจรปิดการประกาศผลคะแนน แล้วให้ AI ดูว่ามีการเลือกตามโพยที่เหมือนกันหรือไม่
ตอนที่ “ดีเอสไอ” เอา AI มาใช้นั้นคือ เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ยังทำได้ขนาดนี้
ถ้าใช้ AI ในวันนี้ที่พัฒนาจากเดิมไปไม่รู้กี่เท่า
รับรองว่าหลักฐานจะแน่นหนากว่านี้แน่นอน
ผู้เชี่ยวชาญ AI หลายคนบอกว่าวันนี้ขอเพียงแค่เปิดเผยคะแนนดิบ ตั้งแต่รอบแรกเป็นต้นมา
ถ่ายรูปแล้วให้ AI จัดการ
รับรองว่าเราจะเห็นโครงข่ายของการ “ฮั้ว” ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวตั้งแต่ระดับจังหวัด
ที่พูดเช่นนี้ได้ เพราะผมทำหลักสูตร V.A.I.P. มา 2 ปีแล้ว
ผมเห็นพัฒนาการของ AI ชัดเจนมาก
ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำหลักสูตรจนถึงวันนี้
เชื่อไหมครับว่า “เนื้อหา” หลักสูตรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะ AI พัฒนาเร็วมาก
บางโปรแกรมที่เราเคยใช้สอนทำภาพ
สอนมาได้ไม่กี่รุ่น ก็ต้องเปลี่ยนใหม่
เปลี่ยนไปใช้อีกโปรแกรมหนึ่ง
สอนได้อีก 2 รุ่นก็ต้องเปลี่ยนอีกแล้ว
วันนี้ AI ทุกตัวแข่งกันเหมือนวิ่ง 100 เมตรชายเดี่ยว
เปลี่ยนแปลงเร็วมาก
และผลัดกันแซง
ก่อนหน้านี้ผมเคยรับบรรยายอยู่เป็นประจำ
สไลด์ในการบรรยายของผมเปลี่ยนน้อยมาก
โครงหลักของเรื่องใช้เรื่องเดิม
แล้วเปลี่ยนแค่หัวข้อหรือตัวอย่าง
แต่ “อาจารย์อ้น” ปฤณ จำเริญพานิช ที่ทำหลักสูตร V.A.I.P. กับผม เขาเป็นตัวหลักในการบรรยายเรื่อง AI
เชื่อไหมครับ เขาต้องเปลี่ยนสไลด์ทุกครั้ง
เพราะแค่ไม่กี่วัน AI ก็มีตัวใหม่ขึ้นมา
หรือตัวเก่าพัฒนาขึ้น
ถ้าไม่เปลี่ยนก็เชยทันที
บางวันกำลังบรรยายอยู่ เขาหาปุ่มบางปุ่มบนจอไม่เจอ
เพราะเจ้า AI เปลี่ยนตำแหน่งแล้ว
เจอแบบนี้ประจำ
จนล่าสุด “อ้น” บอกว่าต่อไปเขาจะทำสไลด์ V.A.I.P. ล่วงหน้าแค่ 2 สัปดาห์ก่อนสอน
ผมแอบเตือน “อ้น” ว่าเร็วไปหรือเปล่า
สอนเช้าวันไหน
ให้ทำตอนกลางคืนก่อนสอน
แล้วตรวจทานอีกทีก่อนขึ้นเวที
