bg-single

เกษียร เตชะพีระ | ทางเลือกนอกเหนือเสรีนิยมใหม่กับทุนนิยมเหลื่อมล้ำในไทย

13.09.2019

ทางเลือกนอกเหนือเสรีนิยมใหม่กับทุนนิยมเหลื่อมล้ำในไทย

สิ่งที่เรียกว่าเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) เป็นเพียงช่วงชั้นหนึ่งที่ถูกเลือกหยิบมาเน้นย้ำของธรรมเนียมประเพณีการคิดแบบลัทธิเสรีนิยม (liberalism) ทั้งหมด 5 ช่วงชั้นในประวัติความคิดการเมืองตะวันตก โดยหยิบเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพทางเศรษฐกิจและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินขึ้นมาแล้วขยายมัน จะเข้าใจความรุ่งเรืองและเสื่อมถอยของมันในช่วงปี ค.ศ.1970-2008 ได้ (จังหวะที่ 3 ในทั้งหมด 4 จังหวะ) ก็ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

ทว่า ความเสื่อมถอยของเสรีนิยมใหม่จะนำไปสู่การพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจทางเลือกที่ชัดเจนเป็นระบบแล้วหรือไม่? ผมคิดว่ายัง ทั้งนี้ ที่สำคัญเพราะแต่ก่อนยังมีวิธีคิดว่าทุนนิยมชั่วร้ายล้มเหลว สังคมนิยมดีมีพลังขับเคลื่อนสูงและเป็นธรรมกว่า ทว่า ตอนนี้ไม่มีสังคมนิยมแล้ว

ดังนั้น ทางเลือกเชิงเปลี่ยนระบบทั้งหมดจึงยังค่อนข้างคลุมเครือรางเลือน

ทางเลือกใหม่?

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ที่หัวไวตอบสนองเร็วกว่าเพื่อนต่อวิกฤตเสรีนิยมใหม่ในโลกตะวันตกก็เริ่มเสนอทางเลือกด้านแนวนโยบายในกรอบของระบบทุนนิยม เช่น แดนี รอดริก (Dani Rodrik) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เสนอว่าต้องหันไปดำเนินนโยบายประชานิยมทางเศรษฐกิจ (economic populism) แทน

กล่าวคือ คืนอำนาจอิสระในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจให้แก่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ปลดเปลื้องมาตรการอันเป็นพันธะจำกัดเหนี่ยวรั้งทางนโยบายที่ระบอบเทคโนแครตเสรีนิยม ตุลาการหัวอนุรักษนิยมและกลุ่มทุนการเงินได้เคยผูกรัดมัดตรึงรัฐบาลไว้ในช่วงเสรีนิยมใหม่เรืองอำนาจ กล้าทดลองทางนโยบายเหมือนที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลอเมริกันกล้าดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ “นิวดีล” (New Deal) ในสมัย

ระธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930 หลังวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ จึงจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันประชานิยมทางการเมือง (political populism) ได้ (https://www.socialeurope.eu/defense-economic-populism)

อีกทางเลือกหนึ่งคือทุนนิยมก้าวหน้า (progressive capitalism) ที่เสนอโดยโจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (ค.ศ.2001) เขาเริ่มจากการตั้งคำถามที่นิยามยุคสมัยปัจจุบันว่า ระบบเศรษฐกิจอะไรที่เกื้อกูลสวัสดิภาพของมนุษย์ที่สุด? (https://www.project-syndicate.org/commentary/after-neoliberalism-progressive-capitalism-by-joseph-e-stiglitz-2019-05)

ทั้งนี้เพราะเสรีนิยมใหม่ถูกดำเนินมา 40 ปีในสหรัฐ และประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าอื่นๆ เมนูนโยบายหลักๆ ของมันประกอบด้วยการเก็บภาษีคนรวยต่ำลง ละเลิกกฎเกณฑ์กำกับตลาดแรงงานและผลผลิต และแปรเศรษฐกิจให้อยู่ใต้ทุนการเงิน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แนวทางโลกาภิวัตน์แบบเสรีนิยมใหม่กลับทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดต่ำลงกว่าสมัยช่วง 25 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

คนรวยได้ดอกผลส่วนใหญ่ของการเติบโตที่ว่า

รายได้คนชั้นล่างที่ต่ำลงมากลับชะงักงันหรือไม่ก็ลดต่ำลง สรุปได้ว่าเสรีนิยมใหม่ใช้การไม่ได้ ล้มเหลวไม่เป็นท่า ถึงแก่ความตายและถูกกลบฝังไปแล้ว

แล้วมีทางเลือกอะไรหลังจากนั้น?

สติกลิตซ์ชี้ว่าได้แก่

1) ชาตินิยมขวาจัด

2) ปฏิรูปนิยมกลางซ้าย

3) ซ้ายหัวก้าวหน้า

– ชาตินิยมขวาจัด คือยึดติดอุดมการณ์ตกยุค ปฏิเสธโลกาภิวัตน์ โทษผู้อพยพและคนต่างชาติว่าเป็นตัวปัญหา แต่กระนั้นก็ยังยึดมั่นกับการลดภาษีให้คนรวย ละเลิกกฎเกณฑ์กำกับตลาด และตัดทอนหรือขจัดโครงการสวัสดิการสังคมทิ้ง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังทำอยู่ในสหรัฐอเมริกา

– ปฏิรูปนิยมกลางซ้าย เป็นเสรีนิยมใหม่ที่หน้าตาเป็นมนุษย์มนายิ่งขึ้น เป้าคืออัพเดตนโยบายของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ของสหรัฐ กับนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ของสหราชอาณาจักร แล้วปรับแก้การแปรเศรษฐกิจให้อยู่ใต้ทุนการเงินและโลกาภิวัตน์แบบที่เป็นอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

– สติกลิตซ์ไม่เอา 2 ข้อนี้ เขาเสนอว่าต้องเอา ทุนนิยมก้าวหน้า และเชื่อว่าพวกซ้ายหัวก้าวหน้าจะเห็นด้วยกับแก ซึ่งมี 4 วาระเร่งด่วนทางเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไปจากเสรีนิยมใหม่แบบถึงรากถึงโคนคือ

1) การฟื้นฟูความสมดุลระหว่าง [ตลาด-รัฐ-ประชาสังคม]

2) ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และองค์การจัดตั้งทางสังคมที่เปิดช่องให้คนกลุ่มใหญ่ได้ทำงานด้วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในการสร้างสรรค์โภคทรัพย์ของนานาชาติ แปลว่าอย่าให้เอกชนผูกขาดการวิจัย

3) แก้ไขปัญหาอำนาจรวมศูนย์ในตลาดที่หนักหนาเข้มข้นขึ้นทุกที และ

4) ตัดห่วงเชื่อมระหว่างอำนาจเศรษฐกิจกับอิทธิพลทางการเมือง

จะเห็นได้ว่าแต่ละข้อทำไม่ง่ายเลยไม่ว่าในประเทศใดๆ

ไทยและทุนนิยมเหลื่อมล้ำ

ส่วนรูปแบบเศรษฐกิจของไทยเป็นแบบลูกผสม มีทั้งเสรีนิยมใหม่ในแง่นโยบายบางส่วน เพราะคนที่รับผิดชอบคิดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจของเราก็อยู่ในกรอบวิธีคิดของเสรีนิยมใหม่ จึงเน้นไปเรื่องการเปิดตลาด เน้นดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามา เอื้ออำนวยให้พวกเขาสะดวกในการลงทุนและเอากำไรกลับประเทศ โดยการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ กฎหมายอะไรที่ทำให้เขาลำบาก เช่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม ก็ระงับการใช้ไปในพื้นที่เหล่านั้น นี่คือแนวนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่

อีกส่วนหนึ่ง จากข้อค้นพบของอาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอาจารย์วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แห่ง National Graduate Institute of Policy Studies – GRIPs ประเทศญี่ปุ่น ในงานวิจัยชิ้นล่าสุด (https://www.cambridge.org/core/journals/trans-trans-regional-and-national-studies-of-southeast-asia/article/prayuth-regime-embedded-military-and-hierarchical-capitalism-in-thailand/E94563EBE18DD73C5ED62F0FE5F9035E)

ทั้งสองเรียกสิ่งที่รัฐบาล คสช. ทำในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาว่าทุนนิยมแบบเหลื่อมล้ำ (hierarchical capitalism) คือสร้างระบบทุนนิยมที่ทุนใหญ่เข้าเทกโอเวอร์กิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น แล้วกลไกที่สนองตอบตอนนี้คือประชารัฐ ให้ทุนใหญ่เป็นพี่เลี้ยงดูแลทุนขนาดกลางและย่อมในระดับท้องถิ่น ถ้าทุนท้องถิ่นอยากอยู่รอดต้องขึ้นกับทุนใหญ่ ทุนใหญ่ดูแลเรื่องวัตถุดิบ การตลาด เป็นต้น
ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าแนวนโยบายทุนนิยมเหลื่อมล้ำนี้ลอกจีนมา

จีนส่งเสริมทุนท้องถิ่นโดยให้บริษัทใหญ่เข้าไปดูแล แต่อย่าลืมว่าทุนใหญ่ของจีนคนบริหารคือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ดังนั้น ทางพรรคสั่งพวกเขาได้ ไม่ใช่ทุนเอกชนล้วนๆ

แจ๊ก หม่า อดีตผู้บริหารอาลีบาบาก็เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนแบบปิดลับอยู่นานปีจนเพิ่งมาเปิดเผยตัวเร็วๆ นี้

ดังนั้น พรรคสั่งแจ๊ก หม่า ได้ แต่นายกฯ ประยุทธ์สั่งคุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ไม่ได้

คุณธนินทร์สร้างเครือบริษัท CP ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อรับใช้นโยบายของประยุทธ์เป็นหลัก ถ้าคุณลอกระเบียบอำนาจแบบทุนใหญ่ดูแลทุนเล็กเข้ามาจากจีน แล้วทุนเล็กจะอยู่รอดได้ต้องอยู่ในกรอบของทุนใหญ่แล้ว คุณคิดว่าทุนใหญ่ของไทยจะทำเพื่อใคร? เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมตามนโยบายรัฐบาล หรือเพื่อดอกผลกำไรและอำนาจทางเศรษฐกิจของบริษัทตนเอง?

เศรษฐกิจไทยจึงเป็นลูกผสมระหว่างเสรีนิยมใหม่กับทุนนิยมเหลื่อมล้ำ กล่าวคือ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบนี้จะกีดกันกลุ่มทุนเล็กและทุนหน้าใหม่ไม่ให้เข้ามาในตลาดผูกขาดนี้

งานวิจัยตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจว่ากรรมการประชารัฐเป็นกลุ่มทุนเดียวกันกับที่ให้เงินอุดหนุนการเคลื่อนไหวของ กปปส. ก่อนรัฐประหาร คสช.ในปี พ.ศ.2557

โดยเหลื่อมซ้อนกันอย่างมีนัยสำคัญด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร