ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ : สินบนการบินไทย ประเด็นต้านโกง ที่ถูกใช้เพื่อการเมือง

ปี2560 น่าจะเป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดของการบินไทย
เพราะหลังจากเริ่มทำแผนปฏิรูปกิจการตั้งแต่กลางปี 2558 ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การบินไทยมีผลการประกอบธุรกิจเป็นบวก
ขณะที่ช่วง 2556-2558 การบินไทยขาดทุนต่อเนื่องจนมีผลการขาดทุนรวมกันสูงถึง 40,725 ล้านบาท
อันแสดงถึงสัญญาณของการทำธุรกิจที่น่ากังวล
อย่างไรก็ตาม การบินไทยเริ่มต้นปี 2560 ได้ไม่ดีนักเมื่อมีรายงานข่าวจากประเทศอังกฤษว่าศาลสั่งปรับบริษัทโรลสรอยซ์ เป็นเงิน 671 ล้านปอนด์ หรือราว 30,000 ล้านบาท หลังจากสำนักงานต่อต้านการทุจริตพบว่าบริษัทสมรู้ร่วมคิดหรือละเลยต่อการป้องกันการติดสินบนในหลายประเทศ
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

ในคำแถลงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในศาลอังกฤษ การจ่ายเงินสินบนของโรลสรอยซ์ เกิดขึ้น 3 ครั้ง ในช่วง พ.ศ.2534-2548 และทุกครั้งเป็นการจ่ายเพื่อให้การบินไทยซื้อเครื่องยนต์ Trent 800 สำหรับใช้ในเครื่องบินโบอิ้ง 777 และจำนวนเงินสินบนทั้งสามครั้งรวมเป็นเงินทั้ง 36.38 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1,287.49 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนช่วงปลายมกราคม
ในสังคมที่ความสนใจเรื่องคอร์รัปชั่นรวมศูนย์แต่เรื่องนักการเมืองโกงอย่างไทย คำถามแรกที่ปรากฏคือการจ่ายสินบนเกิดขึ้นในช่วงที่ใครเป็นรัฐบาลบ้าง
คำตอบคือสินบนครั้งแรกเกิดขึ้นช่วง 1 มิถุนายน 2534-30 มิถุนายน 2535, ครั้งที่สองคือ 1 มีนาคม 2535-31 มีนาคม 2540 และครั้งที่สามคือ 1 เมษายน 2547-28 กุมภาพันธ์ 2548 โดยแต่ละครั้งมีวงเงิน 18.8 ล้านเหรียญ, 10.38 ล้านเหรียญ และ 7.2 ล้านเหรียญ ตามลำดับ
สรุปก็คือ ถ้าเอารัฐบาลเป็นตัวตั้ง สินบนครั้งแรกเกิดในรัฐบาลที่มาจากการการรัฐประหารของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งมี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ, สินบนครั้งที่สองเกิดในเวลาที่รัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทย และพรรคความหวังใหม่ โดยมี นายชวน หลีกภัย, นายบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ส่วนครั้งที่สามเกิดในยุคพรรคไทยรักไทย
ถ้ามองเรื่องสินบนผ่านมุมการเมืองแบบนี้ ข้อสรุปที่จะได้รับก็คือใครเป็นรัฐบาลก็สกปรกเหมือนกันหมด มีแต่ลุงตู่ดีคนเดียว

FILE PHOTO – Rolls Royce Trent XWB engines, designed specifically for the Airbus A350 family of aircraft, are seen on the assembly line at the Rolls Royce factory in Derby, November 30, 2016. REUTERS/Paul Ellis/Pool/File Photo
แน่นอนว่าคนที่อ่านรายงานฉบับนี้ย่อมรู้ว่ารายงานพูดถึงการจ่ายสินบนรัฐบาลไว้นิดเดียว เพราะสิ่งที่รายงานให้ความสำคัญกว่าคือการลำดับเหตุการณ์จนเห็นโครงสร้างการจ่ายสินบนทั้งหมด
เรื่องนี้ต่างหากที่ควรพูดถึงกว่าการหาประเด็นโจมตีทางการเมือง
รายงานฉบับนี้อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่ากระบวนการจ่ายสินบนของโรลสรอยซ์ สู่การบินไทยมีสามขั้นตอน
ขั้นตอนที่หนึ่ง คือระหว่างโรลสรอยซ์ กับตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค
ขั้นตอนที่สอง คือระหว่างโรลสรอยซ์ กับตัวแทนในประเทศ (Intermediary 3)
และขั้นตอนที่สาม คือการจ่ายระหว่างตัวแทนภูมิภาคและตัวแทนในประเทศสู่ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องยนต์การบินไทย
ถึงตรงนี้ เราอาจแยกประเด็นสินบนโรลสรอยซ์/การบินไทย ออกได้เป็นสองเรื่อง
เรื่องแรก คือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอนุมัติจัดซื้อเครื่องยนต์ซึ่งได้รับสินบนจากโรลสรอยซ์ คือใคร?
และเรื่องที่สอง คือใครเป็นตัวแทนจำหน่ายโรลสรอยซ์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทย
พูดสั้นๆ คือ เรื่องแรกเป็นเรื่องของผู้รับเงิน ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องของผู้จ่ายเงินและจัดสรรเงิน

ในกรณีของผู้รับเงินนั้น รายงานข้อเท็จจริงระบุว่าการจ่ายสินบนทั้งสามครั้งมีเจ้าหน้าที่ของการบินไทยเกี่ยวข้อง แต่ไม่มีตรงไหนระบุถึงการจ่ายสินบนให้รัฐมนตรีรายใดเป็นการเฉพาะเจาะจง
ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเผด็จการทหารปี 2534-2535 และรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเรือนในปี 2547-2548 นอกเหนือจากบันทึกจากตัวแทนในไทยถึงโรลสรอยซ์ เรื่องให้เร่งรัดการจ่ายเงิน
พนักงานการบินไทยเป็นตัวละครเดียวที่ถูกพูดถึงในฐานะผู้รับส่วนแบ่งทั้งสามกรณี ไม่ใช่ทหารหรือนักการเมือง
เดือนพฤษภาคม 2535 เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ตัวแทนจัดจำหน่ายในไทยส่งบันทึกถึงผู้บริหารอาวุโสของโรลสรอยซ์ ให้รีบจ่ายเงินค่านายหน้า 4.75 ล้านเหรียญสหรัฐ เหตุผลที่ตัวแทนดังกล่าวระบุคือ “เราถูกกดดันให้โอนเงินทันทีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติการจัดซื้อ เพราะการจ่ายที่ล่าช้าอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่อาวุโสฝั่งไทยเปลี่ยนความคิด”

มิถุนายน 2535 เป็นอีกครั้งที่ตัวแทนโรลสรอยซ์ระดับภูมิภาค ทำบันทึกว่า “contact” หรือทหารระดับสูงในกองทัพอากาศไม่พอใจที่โรลสรอยซ์ ได้ขายอะไหล่สำรองพ่วงเครื่องยนต์ให้การบินไทย ขณะที่ท่านได้ส่วนแบ่งครอบคลุมแค่การช่วยขายเครื่องยนต์หลัก บันทึกพูดถึงคำขู่ว่าทหารจะไม่สนับสนุนการซื้อเครื่องโรลสรอยซ์ และในที่สุดบริษัทก็จ่ายเพิ่มตามที่ถูกกดดัน
19 พฤศจิกายน 2557 เป็นอีกวันที่ฝั่งโรลสรอยซ์ ระบุว่ามีการพบกันระหว่างตัวแทนภูมิภาค, ตัวแทนในประเทศ และสมาชิกคณะรัฐบาล ผลการประชุมเป็นไปด้วยดี และมั่นใจว่าเรื่องที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 พฤศจิกายน
ธันวาคม 2557 อี-เมลภายในของโรลสรอยซ์ พูดถึงการเจรจาทางโทรศัพท์ระหว่าง “เจ้าหน้าที่การบินไทย” กับ “รัฐมนตรีหลายคน” ว่าเป็นไปด้วยดี ขณะเดียวกันก็บันทึกว่าฝั่งโรลสรอยซ์ได้รับคำรับรองจากรัฐมนตรีช่วยอีกรายที่พบกันว่าจะมีการสั่งซื้อเครื่องยนต์โรลสรอยซ์แน่นอน
น่าสนใจว่าขณะที่รายงานนี้พูดถึงทหารและนักการเมืองเพียงนิดเดียว การอภิปรายสินบนกรณีนี้กลับให้น้ำหนักที่เรื่องเหล่านี้มากที่สุด สาระสำคัญอย่างการจ่ายสินบนผ่านเจ้าหน้าที่การบินไทยและเครือข่ายนายหน้าโดยต่อเนื่องกลับไม่มีใครพูดถึงเลย
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เอ่อท่วมประเด็นสินบนการบินไทยจนกลิ่นน้ำเน่าโชยมา เรื่องที่พูดกันกลับเป็นใครในรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ที่รับสินบน สินบนยุครัฐบาลทหารหมดอายุความและเอาผิดไม่ได้
แต่ไม่มีใครถามเลยว่าทำไมการบินไทยต้องซื้อเครื่องยนต์ผ่านนายหน้า
ทำไมไม่ซื้อเครื่องยนต์จากผู้ผผลิตโดยตรงเหมือนสายการบินอื่น
และเมื่อไรจะหยุดค้าขายกับนายหน้ากลุ่มนั้น
ความเกลียดชังนักการเมืองไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือปกป้องขบวนการสินบนที่ฝังรากลึกในองค์กรมานับสิบปี
