bg-single

อย่าดึงนักวิชาการและประชาสังคม ร่วมตะลุมบอน ในศึกผู้เห็นต่าง!

26.10.2019

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

จากกรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวมทั้งประชาสังคมด้านสันติภาพชายแดนใต้จำนวน 12 คน (ในนี้มี ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์อสมา มังกรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการและสื่อมวลชน และนายรักชาติ สุวรรณ นักเคลื่อนไหวสันติภาพชายแดนใต้ชาวพุทธ) ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดด้วยการยุยงปลุกปั่น ด้วยวาจาในเรื่องที่ละเอียดอ่อน และเป็นการยุยงปลุกปั่นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี

อันเนื่องมาจากมีการตีความว่า “ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ เสนอแก้ไขมาตรา 1 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ราชอาณาจักรไทยจะแบ่งแยกมิได้ด้วย และ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ในเมื่อนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ต้องคัดค้านกันสิ” แม้ ผศ.ดร.ชลิตาออกมาตอบโต้ถึงกรณีดังกล่าวว่ามีการตัดตอนเนื้อหา (อ้างอิงใน https://www.khaosod.co.th/politics/news_2942763)

ในขณะที่ กอ.รมน.ยืนยันเหตุผลที่ฟ้องนั้นปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง (อ้างอิง https://www.innnews.co.th/politics/news_505788/)

สำหรับ “มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย

(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ

(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

สำหรับทัศนะของนักวิชาการใหญ่อย่างอาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่าไม่สามารถฟ้องนักวิชาการได้ เพราะละเมิดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น

โดยท่านกล่าวว่า

“การบังคับใช้ ป.อาญา มาตรา 116 (ความผิดฐานปลุกปั่นยุยง) ต้องไม่เป็นการทำลายล้างสาระสำคัญของเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 การกล่าวโดย ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ว่า แม้แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 1 (ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรที่แบ่งแยกไม่ได้) ก็ควรพิจารณาแก้ไขได้ หากเป็นสาเหตุที่ทำให้แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 116(1) เพราะตราบใดที่ยังมิได้มีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นอันเป็นผลโดยตรงจากการกล่าวเช่นนั้น และในการกล่าวเช่นนั้น มิได้มีการใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่นให้ยอมกระทำตามที่กล่าวแต่อย่างใด กรณีย่อมไม่เข้าข่ายเป็นความผิดตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในมาตรา 116(1) นั้น

การที่ กอ.รมน.ร้องทุกข์กล่าวโทษ ดร.ชลิตา ว่ากระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 116 จึงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของ ดร.ชลิตา ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเธอตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 เพราะเป็นการมุ่งทำลายสาระสำคัญของการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าว ด้วยการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 116 ปิดปากไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ ในเรื่องดังกล่าวโดยสิ้นเชิง”

หลังจากนั้นเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการข่มขู่คุกคามนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย และแสดงความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนักวิชาการพร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการต่อไปนี้

1. ผู้ที่ทำร้ายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี และรัฐบาลจะต้องให้หลักประกันว่าการละเมิดนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆ จะต้องหมดสิ้นไป

2. ยกเลิกการดำเนินคดีต่อผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์กองทัพ ธุรกิจ และความชอบธรรมทั้งหลายโดยสุจริตใจ

3. ยกเลิกการไต่สวนขณะเดินทางเข้าประเทศและการล่วงละเมิดอื่นๆ ต่อนักวิชาการนานาชาติและนักกิจกรรมทางสังคมนานาชาติเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)

(อ้างอิง https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/posts/1341018499394852?__tn__=K-R)

สําหรับชายแดนใต้แล้วมีการเสวนาระหว่างนักวิชาการกับประชาสังคมซึ่งมีความคิดเห็นตรงกันว่าการฟ้องร้องนักวิชาการและประชาสังคมคนทำงานด้านการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพอย่างคุณรักชาติ สุวรรณนั้นสะท้อน

“การไม่เปิดพื้นที่ทางการเมืองจะไม่เอื้อต่อการสร้างภาวะแวดล้อมกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้”

4 ตุลาคม 2562 ผู้เขียนและตัวแทนประชาสังคมชายแดนใต้และบางส่วนนักวิชาการ ได้ประชุมปรึกษาหารือถอดบทเรียนและกำหนดท่าทีเรื่องนี้ (สถานที่วันเวลาไม่ขอเปิดเผย) มองว่า การฟ้องร้องนักวิชาการและตัวแทนประชาสังคมชายแดนใต้ของ กอ.รมน.ในครั้งนี้นั้นไม่เป็นผลดีต่อปัจจัยเอื้อต่อการหนุนสริมกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้หรือปัจจัยเอื้อต่อการสร้างภาวะแวดล้อมกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้

ขนาดคนอย่างรักชาติ สุวรรณ อยู่ในคณะอนุกรรมการหลายชุดที่รัฐตั้งโดยเฉพาะคณะพูดคุยในระดับพื้นที่ยังโดน แล้วรัฐจะเปิดเวทีการพูดคุยในระดับพื้นที่จะได้ความจริงหรือ

การเปิดพื้นที่เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการเปิดพื้นที่ทางการเมือง ซึ่งมองว่าการเปิดพื้นที่ทางการเมืองคือส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จชต. ที่สอดคล้องกับทัศนะ ดร.นอร์เบิร์ต รอปเปอร์ส (Dr.Norbert Ropers) (โปรดดู https://deepsouthwatch.org/dsj/th/11128) ในทัศนะนักวิชาการในการแก้ความขัดแย้งโลก ถือว่าการยุติสงครามด้วยวิถีทางการเมือง เป็นหนทางที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดหากเทียบกับงบประมาณด้านการทหารที่ทุ่มลงไป

หลังจากนั้น วันที่ 9 ตุลาคม ที่อาคารเรียนรวม 19 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประมาณ 100 คน เปิดกิจกรรมแสดงเจตจำนง และแสดงออกการมีส่วนร่วมเรื่อง รัฐธรรมนูญและความเป็นประชาธิปไตย เพื่อให้กำลังใจอาจารย์อัสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หนึ่งในนักวิชาการผู้ที่ถูกฟ้องในการแสดงความคิดเห็นบนเวทีของ 7 พรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 28 กันยายน (โปรดดู https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2959518)

หลังจากนั้น 12 ตุลาคม 2562 ที่ห้องมะปรางค์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะทำงานเตรียมงานสมัชชาสันติภาพชายแดนใต้ 2019 และตัวแทนกรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดยนายมุฮัมมัดอายุป ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ร่วมให้กำลังใจนายรักชาติ สุวรรณ นักเคลื่อนไหวสันติภาพชายแดนใต้ชาวพุทธและดำรงตำแหน่งรองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

พร้อมติด #อิสรภาพการแสดงออกของ CSO คือปัจจัยเอื้อบรรยากาศการพูดคุยสันติภาพ และ #มาตรา 116 ความท้าทายของนักสร้างสันติภาพบนข้อต่อสันติวิธีและความรุนแรง ในระลอกประชาธิปไตยใหม่

จากปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวดังกล่าวตีความได้ว่ารัฐต้องไม่ดึงนักวิชาการและประชาสังคมเข้าไปให้ตะลุมบอนความขัดแย้งทางการเมืองและการกำจัดศัตรูทางการเมืองของผู้เห็นต่าง

และเมื่อดูปฏิกิริยา (สื่อโซเชียล) หลังการฟัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ที่พูดอย่างมีอารมณ์ เผ็ดร้อน โดยใช้คำว่าหนักแผ่นดิน แบ่งแยกดินแดน ไม่รักชาติ การก่อการร้ายและคอมมิวนิสต์ ยิ่งหดหู่

ในขณะที่ฟังรองศาสตราจารย์ ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ในหัวข้อการสร้างชาติร่วมกัน ที่เน้นคำว่าการออกแบบชาติ ผ่านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ได้อารมณ์ต่างกันมาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข