คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
จูลีเด คายือฮัน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐทูร์เคียหรือตุรกีประจำประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างไทยกับตุรกี
“เรารู้สึกปลื้มใจมากที่คนตุรกีให้ความสนใจเมืองไทยกันมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากปีที่แล้ว ราชอาณาจักรไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวตุรกีเกือบ 130,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ที่บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศกำลังพัฒนาและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าที่เคย
มาตรการวีซ่าในยุคนี้เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางสามารถสัมผัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของไทยได้อย่างคล่องตัวและไร้รอยต่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับการเดินทางของคนไทยให้สามารถไปเยือนตุรกีและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่นและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสเสน่ห์อีกด้านของประเทศตุรกีที่เหนือกว่าเส้นทางเดิมๆ ดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ ป่าสน และทะเลหมอกในภูมิภาคทะเลดำ (Black Sea) ตลอดจนมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในอนาโตเลียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Anatolia) สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งสกีฤดูหนาว กีฬาผจญภัย และกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันลึกล้ำ พร้อมการต้อนรับอันอบอุ่นและเป็นมิตรของชาวตุรกี
ด้วยเหตุนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในตุรกีให้มีความโดดเด่นและเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของรสชาติอาหาร หรือความลึกซึ้งของมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า”



จูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayıhan) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐทูร์เคียหรือตุรกีประจำประเทศไทย
ความตระหนักรู้
และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
“ดิฉันเชื่อว่า คนไทยมีความสนใจและคุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในประเทศตุรกีเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ดิฉันอยากเชิญชวนทุกท่านไปเปิดประสบการณ์สัมผัสตุรกีในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ อาหาร หรือวิถีชีวิตอันหลากหลาย ซึ่งประเทศตุรกีมีความงดงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนได้ตลอดทั้งปี
ทูร์เคีย (ตุรกี) ดินแดนสองทวีปที่หลอมรวมความมหัศจรรย์แห่งโลกตะวันออกและตะวันตกไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พานักท่องเที่ยวย้อนเวลาสัมผัสประวัติศาสตร์นับพันปี ตื่นตากับภูมิประเทศสุดอัศจรรย์ราวกับอยู่บนดาวดวงอื่น ก่อนปิดท้ายความเร้าใจด้วยกิจกรรมผจญภัยสุดท้าทายในทริปเดียว ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัยทางบกหรือทางน้ำ เช่น สกี โต้คลื่น ล่องแก่ง รวมถึงกีฬากอล์ฟและการล่องเรือใบ โดยเฉพาะทริป Blue Voyage อันโด่งดัง ปิดท้ายด้วยการตระเวนลิ้มลองความอร่อยกับอาหารเลิศรสตามเส้นทางภูมิภาคทะเลอีเจียน
การล่องเรือ Blue Cruise หรือที่ตุรกีเรียกว่า Mavi Yolculuk คือทริปพักผ่อนทางเรือสุดเอ็กซ์คลูซีฟของตุรกี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าใส ปล่อยใจไปกับอ่าวลับที่เข้าถึงได้เฉพาะทางเรือ และดื่มด่ำกับซากอารยธรรมโบราณตลอดแนวชายฝั่งทะเลอีเจียนและเมดิเตอร์เรเนียน โดยนิยมเดินทางด้วย “กูเล็ต” (Gulet) เรือใบไม้สไตล์ดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของตุรกี
ตุรกีเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวบรวมรากฐานทางอารยธรรมมนุษย์ไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วย “เกอเบกลี เทเป” (Göbekli Tepe) แหล่งโบราณคดียุคหินใหม่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับการยกย่องจาก UNESCO World Heritage Centre ว่าเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ผสานกับความน่าอัศจรรย์ของยอดเขาเนมรุต (Nemrut) ที่เต็มไปด้วยซากประติมากรรมหินขนาดมหึมาของเหล่าทวยเทพและกษัตริย์ ถือเป็นหมุดหมายอันทรงคุณค่าที่นักเดินทางสายประวัติศาสตร์ต้องไปเยือนสักครั้ง”


โครงการริเริ่มทางวิชาการ
และทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนไทย
“เยาวชนไทยหลายต่อหลายรุ่นได้เก็บเกี่ยวความรู้จากทุนการศึกษาในประเทศตุรกี ซึ่งในฐานะผู้ได้รับโอกาส พวกเขาได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับตุรกีให้เติบโตยิ่งขึ้น
โครงการทุนการศึกษาของรัฐบาลตุรกี (Türkiye Scholarships หรือ Turkiye Burslari) ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่มีเกียรติอย่างยิ่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตุรกี เพื่อมอบโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงได้ไปศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบเต็มเวลาหรือหลักสูตรระยะสั้น
ทุนรัฐบาลตุรกี (Türkiye Scholarships หรือ Turkiye Burslari) ถือเป็นหนึ่งในโครงการทุนการศึกษาที่มีเกียรติและครอบคลุมที่สุดในระดับสากล ทุนนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตุรกี เพื่อเฟ้นหาและสนับสนุนนักศึกษาและนักวิจัยหัวกะทิจากทั่วทุกมุมโลก ให้เข้ามาศึกษาในสถาบันระดับแนวหน้าของตุรกี ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแบบเต็มเวลาหรือหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาศักยภาพ
เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสนใจในการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมตุรกีในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สถาบันยูนุส เอมเร (Yunus Emre Enstitüsü) เตรียมเปิดรับสมัครหลักสูตรใหม่แบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย ในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและกำหนดการเปิดรับสมัครได้โดยตรงที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย
นอกจากนี้ การสถาปนาศูนย์ศึกษาตุรกี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการเรียนรู้ภาษาตุรกี ซึ่งจะช่วยกระชับความร่วมมือระดับทวิภาคีให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการในทุกมิติอย่างต่อเนื่องต่อไป”


เป้าหมายสำคัญสูงสุด
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่
“ดังที่ดิฉันได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ขณะที่ประเทศตุรกีก็เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย ส่งผลให้ตุรกีมีความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก
ยิ่งไปกว่านั้น ตุรกียังให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกรอบความร่วมมือกับอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะมาดำรงตำแหน่งที่นี่เพียงไม่นานนักก็ตาม แต่ดิฉันมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีอย่างเต็มกำลัง
การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานชาวไทยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้ง จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค และพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากความก้าวหน้าที่ผ่านมา เรายังคงต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่รวดเร็วและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”


สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อยากให้คนไทยรับรู้
เกี่ยวกับประเทศตุรกีในปัจจุบัน
“ในฐานะเสาหลักทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางภูมิภาคที่มีความซับซ้อน ตุรกีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมอันมั่นคงและเป็นพันธมิตรที่นานาชาติเชื่อถือ อีกทั้งยังมีศักยภาพโดดเด่นในการบูรณาการความร่วมมือข้ามภูมิภาค ควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญในการจัดการปัญหาระดับโลก เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ “ศตวรรษแห่งตุรกี” (Century of Türkiye) อย่างเต็มภาคภูมิ
ตุรกีกำลังก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การศึกษา และเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นวัตกรรมพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนนโยบายต่างประเทศที่โดดเด่น”
ส่วนความประทับใจที่เด่นชัดที่สุดในช่วงปีแรกของการใช้ชีวิตในประเทศไทยนั้น
เอกอัครราชทูตตุรกี ลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayıhan) ให้คำตอบว่า
“ประเทศไทยเป็นดินแดนที่งดงามดั่งอัญมณี โดดเด่นด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เราทุกคนและทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งอนุรักษ์มรดกอันทรงคุณค่านี้ เพื่อส่งต่อความสมดุลและความภาคภูมิใจสู่คนรุ่นต่อไป
ด้วยความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมอย่างแยบยล ประเทศไทยจึงก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกได้อย่างสง่างาม สิ่งนี้ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง แต่ยังทำให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทูตที่นานาชาติให้ความไว้วางใจในการขับเคลื่อนนโยบายระดับสากล”
