
คำถามที่ว่า การปรากฏขึ้นของ “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” ผ่านมาตรา 10/1 มีรากฐานทาง “ความคิด”อย่างไร
สำคัญและทรง “ความหมาย”
สำคัญเพราะเป็น “เงาสะท้อน” ในความคิดทางเศรษฐกิจและทางการเมือง
รู้เลยว่า คนๆ นั้น “ยืน” อยู่อย่างไร ตรงไหน
ทรงความหมายเพราะว่ามีส่วนในการชี้ต้นตาย ชี้ปลายเป็นให้กับ “มาตรา 10/1″
รวมถึงอนาคตแห่ง”บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ”
หากติดตามกระบวนการของมาตรา 10/1 คล้ายกับจะเป็นการประนีประนอม ระหว่าง “คสช.” กับ “คพป.”
อย่างน้อยก็เหมือนกับเป็น “ช่องระบาย”ให้กับความอึดอัดคับข้องใจของ “ภาคประชาชน”
บางส่วนสรุปลงไปเลยว่า เป็นการแดกดัน
เมื่อ “คพป.” อยากได้ก็เลย “ยัด” และ “ซุก”เข้าไปเลยผ่านมาตรา 10/1
คำถามก็คือ แล้ว”ผล”เป็นอย่างไร
ผลก็เห็นได้จาก 1 การออกโรงโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และ 1 ที่ประชุมสนช.มีมติตัดมาตรา 10/1 ออกไป
เหลือเป็นเพียง”ข้อสังเกต” ไว้ “ท้าย” กฎหมาย
เพราะว่า “พลานุภาพ” ที่อยู่เบื้องหลังเงาร่าง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นั้น “มหึมา” เป็นพลังแห่ง “ค้าเสรี” พลังแห่ง “นีโอ-ลิเบอรัล”
ขณะเดียวกัน การถอยของ “คสช.” ผ่านมติที่ประชุมสนช.มิใช่ถอย “ในทางยุทธศาสตร์”
เด่นชัดยิ่งว่า “หนียะย่าย พ่ายจะแจ”
ความพ่ายแพ้ของ 1 คสช. 1 ครม. และ 1 กมธ. ใน สนช.จึงยืนยันเป็นความพ่ายแพ้ “ในทางยุทธศาสตร์”
เดินผิด “ตาเดียว” แพ้ “ทั้งกระดาน”
เด่นชัดยิ่งว่า สังคมตระหนักว่าตัวตนอันเป็นธาตุแท้ของคสช.นั้นเป็นอย่างไร มิได้ยึดกุม “พลัง” ในทาง “เศรษฐกิจ” อย่างแท้จริง
พลังในทางเศรษฐกิจเป็นแบบ “ค้าเสรี” เป็นแบบ “นีโอ-ลิเบอรัล”
