
สถานการณ์ลอบวางระเบิดและเผายางรถยนต์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เป็นอีกสถานการณ์ 1 ซึ่งสะท้อนภาวะแปรเปลี่ยนอันกระทบกับ “สื่อ”
โดยเฉพาะสื่อ “หนังสือพิมพ์”
หนังสือพิมพ์ทุกฉบับประจำเช้าวันที่ 7 มีนาคม ไม่ปรากฏข่าว
มีแต่ข่าวระเบิดบนถนนราชดำเนิน
ตรงนี้สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างวันที่ 6 กับวันที่ 7 มีนาคม
หนังสือพิมพ์”ปิดข่าว”ไปแล้ว
แต่ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ คล้อยหลังสถานการณ์ระเบิดไม่นานนักก็ปรากฎผ่าน “โซเชียล มีเดีย”
ยิ่งตอนเช้าวันที่ 7 มีนาคม ยิ่งคึกคัก
กล่าวสำหรับสื่อ”หนังสือพิมพ์”กว่าจะปรากฏเป็นข่าวพาดหัวและมีรายงานโดยละเอียดก็ในวันที่ 8 มีนาคม
ช้ากว่า”ออนไลน์”ไป 1 วันเต็ม-เต็ม
หากใครที่อ่านหนังสือพิมพ์อย่างเป็นขาประจำและต่อเนื่องมายาวนานคงคุ้นกับข่าวในลักษณะ
“หยุดแท่น”
ในห้วง 1 ปีหลังมานี้แทบไม่มีสื่อ”หนังสือพิมพ์”ใดรายงานข่าวในลักษณะนี้อีกแล้ว
อาจเพราะยากอย่างยิ่งที่จะ “หยุดแท่น”
อาจเพราะระบบการพิมพ์ ระบบการขนส่งหนังสือพิมพ์มีความยุ่งยาก
“ช่องว่าง” ตรงนี้แหละที่”ออนไลน์”แทรกเข้ามา
การรายงานข่าวผ่าน”สมาร์ทโฟน”กลายเป็นอีกช่องทาง 1 ที่มีความรวดเร็ว ฉับไว
ฉับไวเหนือ”วิทยุ” เหนือ”โทรทัศน์”
สิ่งที่สื่อ”หนังสือพิมพ์”นำเสนอบนหน้ากระดาษในตอนเช้าปรากฏผ่าน”สมาร์ทโฟน”มาแล้วคล้อยหลังการเกิดข่าวไม่นานนัก
บริษัท”โทรศัพท์”ก็มี “บริการ”ในเรื่องนี้
ยิ่งกว่านั้น บรรดานักเล่น”ออนไลน์”ยังสามารถเพจ”ข่าว”ให้กันได้อย่างทันที ทันควัน
ในระยะยาว”ปัจจัย”นี้จะส่งผลสะเทือนต่อ”สื่อกระดาษ”
