เพียงไม่กี่วันหลังประกาศและบังคับใช้ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560″เมื่อวันที่ 6 เมษายน เกิด “ปรากฏการณ์” ตามมามากมาย
ไม่เพียงแต่ “นักการเมือง” จะออกมาแสดง”โวหาร”
เป้าหมายรวมศูนย์ไปยัง 1 มาตรา 44 อันเป็นอำนาจพิเศษ และ 1 เรียกร้องให้”ปลดล็อก”พรรคการเมือง
อันเท่ากับปลดล็อคจาก”มาตรา 44″
หากยังมี “ทนายความ” ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องอันเกี่ยวกับ คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 14 / 2560
เป้าหมายก็ยังสัมพันธ์กับ”มาตรา 44″
ยิ่งกว่านั้น ในวันที่ 10 เมษายน เพียง 4 วันหลัง”รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560″ ประกาศและบังคับใช้ในทางเป็นจริง “พรรคเพื่อไทย”ก็ออก “แถลงการณ์”
เหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งๆที่ “สำคัญ”
หากมองอย่างเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ การปรากฏขึ้นของ “แถลงการณ์”เป็นเรื่องอันทรงความหมาย
นี่มิได้เป็นเรื่อง “ปัจเจก”
เป็นปัจเจกแบบที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาแถลง เป็นปัจเจกแบบที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาแถลง
ตรงกันข้าม แถลงการณ์ของ”เพื่อไทย”ออกในนาม”พรรค”
ยิ่งกว่านั้น รูปการสำแดงออกผ่าน”แถลงการณ์”เช่นนี้พรรคเพื่อไทยมิได้ทำเป็นหนแรก
หากแต่ “ประกาศ” ออกมาอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะมีประกาศ ไม่ว่าจะมีคำสั่งออกมาจากคสช.อย่างไร แต่ “แถลงการณ์” ก็ยัง “ปรากฏ”
ยืนยัน การดำรงคงอยู่ของ “พรรค”
หากศึกษา “แถลงการณ์“อันออกมาจาก”พรรคเพื่อไทย”ก็เท่ากับประกาศทิศทางของพรรคอย่างเปิดเผย
ยึดมั่นระบอบ “ประชาธิปไตย”
ทั้งยังเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ยึดมั่นต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นต่อวิถีทางการเมืองอย่างที่เรียกกันว่า “ประชาธิปไตย” ภายใต้ระบบการเลือกตั้งอย่างไม่แปรเปลี่ยน
ตรงนี้ต่างหากคือ ความกล้าหาญและการยืนหยัดของพรรคเพื่อไทย
