bg-single

คำ ผกา | ใครกันแน่ที่ไม่พร้อม?

23.06.2020

วิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น จับใจความได้ดังนี้

มหาดไทยเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นมา 6 เดือนแล้ว แต่เนื่องจากมีการโยกงบฯ เลือกตั้งท้องถิ่นไปแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นต้องเลื่อนออกไป

ถามต่อว่า เลื่อนไปถึงเมื่อไหร่? ปีนี้จะได้เลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่? วิษณุ เครืองาม ตอบว่า

– ต้องไปถามมหาดไทย

– ต้องมีความพร้อมในทางกฎหมายและระเบียบต่างๆ

– พิจารณาความพร้อมของ กกต.

– พิจารณาความพร้อมเรื่องงบประมาณ

– ต้องฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน

https://voicetv.co.th/read/Ez4WGwhyU

ย้อนกลับไปดูข่าวเก่าตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เคยให้สัมภาษณ์เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นเอาไว้ว่า สิ่งที่มหาดไทยทำคือ สำรวจยอดประชากรทั้งหมด

ซึ่งจะใช้ยอดสิ้นสุดของวันที่ 31 ธันวาคม 2562

จากนั้นก็ทำงานคู่ขนานกับหน่วยงานอื่นที่ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง เช่น

ตอนนี้มหาดไทยก็สำรวจยอดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยทำไปเรื่อยๆ พอรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่เท่าไหร่ มหาดไทยก็พร้อมประกาศจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของแต่ละพื้นที่ได้เลย

เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่ยังไม่รู้วันเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของมหาดไทยก็ได้แต่ทำหน้าที่ในส่วนความรับผิดชอบของตนเองไป

https://mgronline.com/politics/detail/9630000000278

อ่านข่าวนี้ก็พอจะเห็นภาพว่า อ๋อ ที่ว่ามหาดไทยพร้อมและเตรียมการมา 6 เดือนนั้นก็จริง

มองจากงานในความรับผิดชอบของมหาดไทยคือ สำรวจจำนวนประชากรทั้งหมด

รวมถึงดูว่าพื้นที่ไหนมีประชากรไม่ถึง 25 คน จากนั้นก็ต้องสำรวจจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และสิ่งที่ทำได้ก็คือ สำรวจไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการประกาศวันเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของมหาดไทย

ดังนั้น สิ่งที่วิษณุบอกว่า ต้องไปถามมหาดไทย ก็ต้องบอกว่า มหาดไทยเขาก็น่าจะพร้อมมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะเขาก็ทำงานมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่บอกว่าเตรียมความพร้อมมา 6 เดือน ก็เตรียมมาโดยตลอด

แล้วความไม่พร้อมไปอยู่ที่ตรงไหน?

ถ้ามหาดไทยพร้อมเรื่องจำนวนประชากรและจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กกต.ก็มีหน้าที่แบ่งเขตเลือกตั้ง อ้างอิงตามตัวเลขของมหาดไทย ดังนั้น ถ้ามหาดไทยพร้อม ก็ไม่มีข้อสงสัยว่า อะไรจะทำให้ กกต.ไม่พร้อม

ซึ่งล่าสุด ในวันที่ 15 มิถุนายน กกต.ก็ยืนยันว่า กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่รัฐบาลจะเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นเหตุเพราะนำงบฯ ไปช่วยช่วงโควิด-19 ว่า ในส่วนการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นของ กกต.ขณะนี้ถือว่าพร้อมระดับหนึ่ง โดยระเบียบต่างๆ ดำเนินการแล้วเสร็จ กำลังเตรียมเรื่องการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องการแบ่งเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละระดับเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจทานและประกาศราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น การเลือกตั้งท้องถิ่นตามกฎหมายกำหนดให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ส่วน กกต.จะเป็นผู้กำกับดูแล ดังนั้น งบประมาณจะอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก ส่วนของ กกต.ได้รับการจัดสรรงบที่จะใช้ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 800 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวยังคงอยู่

และ กกต.พร้อมที่จะดำเนินการทันทีที่รัฐบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น

https://voicetv.co.th/read/vWKqaAM0l


ดังนั้น ที่วิษณุ เครืองาม อ้างว่าต้องดูความพร้อมของ กกต. ก็เป็นอันตกไป เพราะ กกต.พร้อม งบฯ เลือกตั้งก็พร้อม

มาถึงข้อที่แจ้งว่า ต้องพิจารณาความพร้อมเรื่องงบประมาณ รมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เมื่อวันที่ 2 มกราคม ว่า

“การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากจะต้องใช้งบประมาณของท้องถิ่นเป็นหลัก แต่บางส่วนก็เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีด้วย ถ้าท้องถิ่นใดมีรายได้จัดเก็บหรือที่รัฐบาลแบ่งให้พอเพียงก็คงไม่มีปัญหา แต่บางพื้นที่ก็อาจจะต้องรอจากงบประมาณประจำปี หากได้รายละเอียดก็คงจะต้องมีการหารือร่วมกับ กกต.ต่อไป เพื่อทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการเลือกตั้งต่อไป”

https://mgronline.com/politics/detail/9630000000278

ก็ไม่มีอะไรที่เข้าใจยาก นั่นคือการเลือกตั้งท้องถิ่น ใช้งบฯ ของท้องถิ่นในการจัดการเลือกตั้ง (คนละส่วนกับงบฯ กำกับการดูแลการเลือกตั้งซึ่งอยู่ในการดูแลของ กกต. ที่ใช้งบฯ ส่วนกลาง และ กกต.ก็ยืนยันว่างบฯ นี้ยังอยู่) ส่วนท้องถิ่นไหนที่งบฯ ไม่พอ ก็ทำเรื่องขอจากส่วนกลาง

ดังนั้น ส่วนที่ไม่พอนี้เองที่จะไปเกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นงบประมาณประจำปี

ทีนี้สิ่งที่เราต้องมาดูกันต่อคือ แล้วมีท้องถิ่นไหนบ้างที่ต้องมาขอเงินจากส่วนที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณประจำปี

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา แมแนเจอร์ออนไลน์รายงานข่าวเรื่องนี้โดยละเอียดว่า

“หน่วยงานท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล ทยอยแจ้งความพร้อม หลังผ่านเทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติปี 2563 เจียดเป็น “งบฯ เลือกตั้งท้องถิ่น” ส่วนใหญ่ยืนยันเพียงพอ บางพื้นที่ไม่เพียงพอ ชงใช้งบฯ สะสมแทน บางแห่งอ้างงบฯ ไม่มี/ไม่เพียงพอ ยื่นขอเงินอุดหนุนมหาดไทย 1 แสนถึง 18 ล้าน เฉพาะ “อบจ.เลย” แจ้งขอรับงบฯ อุดหนุน 18,091,935 บาท อ้างประมาณการน้อยเกินไป แถมจัดโอนงบฯ จากรายการอื่นไม่ทัน เหตุประเมินรายได้-รายรับที่ต่ำ เผย อปท.บางแห่งระบุใช้งบฯ สู้โควิด-19 หมดแล้ว ไม่เพียงพอใช้เลือกตั้ง”

https://mgronline.com/politics/detail/9630000061109

จากข่าวนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า “อบจ. อบต. เทศบาล ส่วนใหญ่ยืนยัน งบฯ เลือกตั้งท้องถิ่นเพียงพอ และบางท้องถิ่นที่ไม่พอ ก็ไม่พอด้วยหลายเหตุผล การเอางบฯ ไปใช้กับโควิดจนงบฯ ตรงนี้ขาดไปก็เกิดขึ้นกับบางท้องถิ่นเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เทศบาลที่ขอมากที่สุดก็ขอแค่ 18 ล้านเท่านั้นเอง อันไม่ใช่จำนวนเงินที่มากจนเกินกว่าที่งบประมาณประจำปีจะอุดหนุนได้หรือเปล่า?

ดังนั้น ที่วิษณุ เครืองาม อ้างว่าต้องดูความพร้อมของงบประมาณนั้น ก็สามารถตอบได้ว่า ดูแล้วก็พบว่าพร้อมแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย

หรือถ้าจะไม่มีงบฯ ไปให้ท้องถิ่นที่ยังไม่พร้อม ก็ควรให้ท้องถิ่นที่เขาพร้อมเลือกตั้งได้แล้ว

เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกันหมดทั้งประเทศ ใช่หรือไม่?

จาก 5 เหตุผลที่วิษณุให้มา เรามานั่งไล่ดูทีละเหตุผล ก็ไม่เห็นเหตุที่จะทำให้ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

พอดูข้อที่ 5 วิษณุอ้างว่า “ต้องฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน”

เอ๊ะ มันแปลว่าอะไรเหรอ ที่ว่าต้องฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ชาวบ้านอย่างฉันงงหนักมากจริงๆ ว่า มันไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรอกหรือว่า ในระบบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยนั้นแบ่งการปกครองออกเป็นส่วนท้องถิ่นและส่วนภูมิภาค

จากนั้นก็มีการกำหนดว่า การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นองคาพยพที่มาจากการเลือกตั้ง มีสภา มีงบประมาณ มีสัดส่วนการเก็บการใช้ภาษีที่ชัดเจน มีงานที่ต้องรับผิดชอบชัดเจน มีวาระการอยู่ในอำนาจ เมื่อหมดวาระก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ – ไม่อย่างนั้นเราจะมีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเอาไว้ทำไม?

ดังนั้น ตราบเท่าที่มันเป็นส่วนที่กำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญแม้แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน การเลือกตั้งท้องถิ่นจึงเป็น “หน้าที่” ของรัฐที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง เป็นทั้ง “หน้าที่” ของประชาชนที่ต้องออกไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง ไม่ต่างอะไรจากการเลือกตั้งระดับชาติ

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วทำไมวิษณุจึงยกเรื่อง “ต้องฟังเสียงเรียกร้องประชาชน” มาตอบคำถามเรื่องไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย?

คือมันผ่านช่วงเวลาที่เราจะมานั่งถามกันแล้วไหมว่า เออ ประชาชนต้องการการกระจายอำนาจ ต้องการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือเปล่าคะ?

เพราะถ้าจะให้ฟังเสียงประชาชนก็ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ ทำประชามติงี้เหรอว่า เออๆ เราคนไทย อยากมีการกระจายอำนาจป่าว? หรือไม่อยากมีแล้ว อบต. เทศบาล อบจ. มีแค่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็พอไหม? มีแค่การปกครองส่วนภูมิภาค เหมือนสมัยก่อนนู้นดีไหม? ทำประชามติกันเถอะ – งี้เหรอ?

เพราะถ้าจะฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ก็คือ ฟังว่าจะเอากระจายอำนาจหรือไม่เอา?

ไม่ใช่เรื่องของการที่มีคนไปถามว่า เอ๊ะ นี่มันถึงเวลาที่ต้องเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วนะ ก็โบ้ยไปว่า – อือม… ต้องฟังเสียงประชาชนด้วยว่าเค้าอยากเลือกกันหรือยัง?

จะถามให้เกรียนไปกว่านั้นก็ยังได้เลยว่า – แล้วทำไมถึงคิดว่ามีเสียงประชาชนไม่อยากให้มีเลือกตั้งท้องถิ่น? ตอนนี้มีชาวบ้านชาวช่องหรือประชาชนที่ไหนเขาออกมาประท้วงกันเป็นแสนเป็นล้านคนว่า “เราไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปีนี้” อย่างนั้นหรือ?

คำว่า “ต้องฟังเสียงประชาชน” มันจะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อสมมุติว่า วันนี้ ครม.ประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง แล้วมีประชาชนออกมาประท้วงต่างๆ นานาเป็นแสนเป็นหลายแสนคนว่า

“เราไม่ต้องการเลือกตั้งท้องถิ่น จนกว่าโควิดจะหมดไปจากโลก” หรือ

“เราจะไม่ไปเลือกตั้งจนกว่าจะมีวัคซีนโควิด”

สมมุตินะ สมมุติว่า มีเหตุการณ์แบบนี้ แล้ววิษณุ เครืองาม ออกมาบอกว่า เออ… เลื่อนไปก่อนไหม เพราะผิด-ถูกยังไง นี่เสียงของประชาชน เราต้องฟัง

เออ แบบนี้ก็ค่อยเข้าใจได้ว่า เหตุผลข้อสุดท้ายนี่มายังไง

แต่นี่ก็ไม่เห็นมีใครบอกว่าไม่ต้องการให้เลือกตั้งท้องถิ่น ตรงกันข้าม มีแต่คำถามว่า “เมื่อไหร่จะเลือก?”

และคงไม่ต้องสาธยายว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นและการกระจายอำนาจมีค่า มีความหมาย มีความสำคัญต่อประชาชนอย่างไร

ไม่ได้แปลว่านักการเมืองท้องถิ่นทุกคนเลิศสะแมนแตน หรือทุก อบต. เทศบาล บริหารเป๊ะปัง โปร่งใส สร้างสรรค์

แต่เนื้อใหญ่ใจความของการปกครองท้องถิ่นคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้จัดการบริหาร รับผิดชอบตัวเอง เลือกนายกมาผิดก็ผิดเอง ครบสี่ปีก็เลือกใหม่

ถ้ายังโง่เลือกคนเดิมก็รับผิดชอบชะตากรรมของตัวเองไป

ขออย่างเดียว ขอโอกาสให้ได้เลือกตั้งตามวาระ จะดีจะชั่วก็เป็นความรับผิดชอบของผู้เลือก

ทุกวันนี้มันชัดยิ่งกว่าชัดว่ารัฐรวมศูนย์ไม่เคยตอบโจทย์ เพราะแต่ละท้องถิ่นมีปัจจัย เงื่อนไข บุคลิก วัฒนธรรม รสนิยม ค่านิยม หรือแม้กระทั่งศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร ฯลฯ ที่แตกต่างกัน

ดังนั้น มันจึงดีกว่าแน่ๆ ที่จะให้ท้องถิ่นมีอิสระสามารถบริหารจัดการตัวเอง เช่น ขนส่งมวลชนของเชียงใหม่ สตูล ขอนแก่น ก็ย่อมแตกต่างกัน เพราะเงื่อนไข ความจำเป็น ข้อจำกัด ทรัพยากร ไม่มีอะไรเหมือนกันสักนิดเดียว เป็นต้น

พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ การกระจายอำนาจในประเทศไทยทุกวันนี้ยังกระจายไม่มากพอด้วยซ้ำ และหากฟังเสียงของประชาชนจริงๆ จะรู้ว่าประชาชนต้องการการกระจายอำนาจมากกว่าที่เป็นอยู่เสียด้วยซ้ำ และน้อยที่สุดที่เขาต้องการตอนนี้คือ เออ…เมื่อไหร่จะได้เลือกนายก อบต. เมื่อไหร่จะได้เลือกนายก อบจ. เมื่อไหร่จะได้เลือกนายกเทศมนตรีเสียที???

เรียบๆ ง่ายๆ ที่เราอยากบอกวิษณุคือ ประชาชนพร้อม ท้องถิ่นพร้อม

ใครกันแน่ที่ไม่พร้อม?


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “เดิมพัน” การเมือง นนทบุรี ชี้แนวโน้ม การเมือง อนาคต
E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”