E-DUANG : กลไก อำนาจรัฐ อะนาล็อก กับการเคลื่อนไหว ยุคดิจิทัล

การจับกุม นายอานนท์ นำภา เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ถือเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่งอยู่แล้ว
การขยายการจับกุมอีกในวันที่ 20 สิงหาคม ยิ่งผิดพลาด
เพราะไม่เพียงแต่มีชื่อของ นายบารมี ชัยรัตน์ ไม่เพียงแต่มีชื่อ ของ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก หากแต่ยังมีชื่อของ นายเดชาธร บำรุง เมือง รวมอยู่ด้วย
โดยเบื้องหลังการออกหมายจับแต่ละครั้งระบุอย่างเด่นชัดว่า บุคคลเหล่านี้ล้วนดำรงอยู่ในสถานะแห่ง”แกนนำ”
นี่มิได้เป็นความผิดพลาดจากนิยามที่ผิดพลาดในเรื่อง”แกนนำ”เท่านั้น หากแต่ยังเป็นความผิดพลาดที่จะทำให้กรอบและขอบข่ายแห่งการเคลื่อนไหวขยายวงออกไปอีก
เห็นชัดว่าคล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมง นักร้องยอดนิยมของวัยรุ่นบ็อตต้อม บลูส์ ก็ปรากฏเงาร่างที่สน.สำราญราษฎร์
จากนั้น # ประเทศกูมี ก็ติดเทรนด์อันดับ 1
ยิ่งกรณีของ นายบารมี ชัยรัตน์ ยิ่งกรณีของ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก ยิ่งทำให้เกิดผลสะเทือนอย่างชนิดเลื่อนลั่น
พลันที่เห็นชื่อ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก ถูกออกหมายจับกลุ่มสมัชชา แรงงานก็ประกาศการชุมนุมขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ยืนยันว่า “แรงงานก็จะไม่ทน”
เพราะว่า นางสุวรรณา ตาลเหล็ก ทำงานอยู่ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
เช่นเดียวกับกรณีของ นายบารมี ชัยรัตน์
คล้อยหลังเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีแถลงการณ์จากสมัชชาคนจนเรียกร้องให้ปล่อยตัว นายบารมี ชัยรัตน์ อย่างไม่มีเงื่อนไข มิเช่นนั้น สมัชชาคนจนจะเคลื่อนกำลังเข้ากรุง
เพราะว่า นายบารมี ชัยรัตน์ ทำงานกับกลุ่มคนจนมาอย่างยาวนานและเป็นเลขาธิการสมัชชาคนจน
คนเหล่านี้เป็น”นักเคลื่อนไหว”อย่างแท้จริง
แต่ที่สำคัญที่สุด นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นายบารมี ชัยรัตน์ มิได้เป็นแกนนำ”เยาวชนปลดแอก”
ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่ากลไกแห่งอำนาจรัฐโดยเฉพาะตำรวจให้นิยามความหมายของ”แกนนำ”ผิดพลาด คลาดเคลื่อน
อาศัยความเคยชินเก่า ประสบการณ์เก่า
ทั้งที่การเคลื่อนไหวของ”เยาวชนปลดแอก”เป็นการเคลื่อนไหวในยุคแห่ง”ดิจิทัล” แต่กลไกอำนาจรัฐกลับใช้เครื่องมือ”อะนาล็อก”
เมื่อกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดเม็ดอื่นๆก็ย่อมผิดตามไปด้วย
