E-DUANG : จุดต่าง ในเรื่องของ “เวลา” ระหว่าง รุ่นเก่า กับ รุ่นใหม่

ทั้งๆที่โลกก็ยังเป็นโลกใบเดิม ทั้งๆที่การหมุนของโลกรอบตัวเองและไปโดยรอบดวงอาทิตย์ก็ยังเป็นระยะทางเหมือนเดิม
แต่ “เวลา” ที่ดำรงอยู่บนโลกกลับมากด้วยความแปรเปลี่ยน
รูปธรรมอันเด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ ระยะเวลาของคนแต่ละวัย คนแต่ละอาชีพ ดำเนินไปแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะนับแต่สถานการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นมา บรรทัดฐานการวัดเวลาระหว่างคนที่นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล คนที่นั่งอยู่ในรัฐสภา
กับบรรดา”เยาวชนปลดแอก” ตามโรงเรียนและตามมหาวิทยา ลัยกลับไม่เหมือนกัน
จึงส่งผลให้พูดและกระทำแตกต่างกันไปด้วย
ด้านหนึ่ง เยาวชนปลดแอกเรียกร้อง”หยุดคุกคามประชาชน” อีกด้านหนึ่ง ตำรวจก็มีการออกหมายจับและรวบตัวคนที่ประเมินว่า เป็น”แกนนำ”คนแล้วคนเล่า
ยิ่งประเด็นอันเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญ” ยิ่งวันยิ่งสะท้อนความเห็นต่างอย่างเด่นชัด
พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าเพียงประกาศว่าจะเสนอแก้ไขมาตรา 256 ก็เพียงพอแล้ว หลังจากนั้นก็อยู่ในกลไกของรัฐสภา กลไกของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ ส.ว.บางคนประเมินว่าหากดำเนินไปตามกลไกนี้ก็จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 18 เดือน
ทั้งเป็น 18 เดือนที่ไม่แน่ว่าจะเป็นไปตามความต้องการ
ขณะที่กล่าวสำหรับ “เยาวชน/ประชาชนปลดแอก”ก็เสนออย่างเด่นชัดในการชุมนุมเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคมว่า 250 ส.ว.จะต้องหมดบทบาทไปภายในเดือนกันยายน
เด่นชัดว่าเป้าหมายของ”เยาวชน/ประชาชนปลดแอก”อยู่ที่เดือนกันยายน 2563 ขณะที่เป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐ พรรค ภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่อีก 18 เดือนข้างหน้า
สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลาและเป้าหมายของ”รัฐธรรมนูญ”มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
เด่นชัดว่าน้ำเสียงของคนรุ่นหนึ่งมากด้วยความเร่งเร้า ต้องการเห็นอย่างรวดเร็ว เด่นชัดว่าน้ำเสียงของคนอีกรุ่นหนึ่งเป็นความเร่งเร้าในท่วงทำนองอย่างที่คนรุ่นก่อนเคยสรุปว่า
เป็นท่วงท่า อาการในแบบ “เร่งทำช้าๆ”
รูปธรรมของข้อเรียกร้อง รูปธรรมของการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องสะท้อนความแตกต่างในเรื่องเวลาออกมาอย่างเด่นชัด
