bg-single

ปิยบุตร แสงกนกกุล : มอง พ.ศ.2564 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง / สิ่งที่ยังทำไม่ได้ในการเมืองไทย

17.01.2021

สัมภาษณ์พิเศษ โดยพิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

ปิยบุตร แสงกนกกุลมอง พ.ศ.2564ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

“ประสบการณ์ในการเป็น ส.ส. 10 เดือน 28 วัน ทำให้เห็นว่า ระบบการเมืองไทยมันทำให้นักการเมืองออกมาเป็นแบบนี้ คือถูกทำลายความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพราะเมื่อคุณเข้ามาคุณจะต้องปวดสมองกับกติกาบ้าๆ บอๆ เต็มไปหมด ไหนจะเจอนักร้องเรียนจนคุณก็ไม่กล้าทำอะไรเต็มไปหมด แค่ขยับก็ผิดแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ของคุณมีแต่หายไป ยิ่งคนที่ฝันใหญ่โตอยากเปลี่ยนแปลงประเทศ พอคุณเข้ามาจะพบว่าติดนั่นติดนี่ทำไม่ได้เต็มไปหมด”

คือความเห็นของปิยบุตร แสงกนกกุล คณะก้าวหน้า ที่มองถึงระบบ-ระบอบที่ทำลายพลังของการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรในสถานการณ์ปัจจุบัน จน ส.ส.ไม่กล้าทำหลายเรื่อง

ปิยบุตรชี้ว่า นอกจาก ส.ส.จะถูกทำลายความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังจะต้องเจอความพยายามสร้างระบบมาครอบ ทำให้นักการเมืองต้องอยู่ในเส้นในกรอบที่ผู้มีอำนาจอยากให้อยู่ ถ้าอยากเป็น ส.ส.ต่อเนื่อง หากอยากเป็นรัฐบาล อยากเป็นรัฐมนตรี ต้องถนอมตัวเองไว้ เผื่อวันไหนจะได้เป็นรัฐบาล

คำสั่งที่ออกแบบมาหรือโครงสร้างที่วางไว้เขาจึงล็อกนักการเมืองไม่ให้ดื้อมาก ใครไม่เชื่อฟังจะโดนหวด ออกนอกเส้นทางนิดหนึ่งก็โดนหวดให้กลับเข้ามา แต่พวกที่ดื้อมากก็จะโดนยุบพรรคตัดสิทธิ์ถูกจัดการไป

มันคือโครงสร้างทางการเมืองไทย ที่ทำลายนักการเมืองด้วยวิธีแบบนี้

อดีตเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ มองถึงประเด็นข้อเรียกร้องทางการเมือง ว่านอกจากประชาชนส่วนหนึ่งต้องการเปลี่ยนรัฐบาล ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยังมีข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันซึ่งจะแผ่วหรือเสียแนวร่วมไปหรือไม่นั้น ข้อเรียกร้องเรื่องต่างๆ มันมีขึ้นมีลงเสมอ บางช่วงสูงบางช่วงกระแสลง แต่ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง เรื่องปฏิรูปสถาบันถูกทำให้เป็นเรื่องปกติเรียบร้อยแล้ว เป็นเรื่องที่ขึ้นมาอยู่บนโต๊ะแล้ว ในบางช่วงจังหวะเวลาอาจจะมีบางกระแสอื่นเข้ามาแทนที่ แต่อย่างไรไม่สามารถข้ามปัญหาเรื่องนี้ไปได้พ้นแล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่ากลุ่มการเมืองไหนเข้ามามีอำนาจ เรื่องนี้จะถูกทวงถาม และนำมาพูดบนโต๊ะ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผลพวงผลลัพธ์ของปี 2563

ถามว่า ถ้าให้มองมาที่ปี 2564 ว่าเป็นอย่างไรต่อ ช่วงนี้อาจจะมีกระแส covid เกิดขึ้นมา แต่ปีนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทางการเมือง อาจจะมีการยุบสภา-ลาออกได้ตลอดเวลา ใครเป็นพรรคการเมืองต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งไว้ตลอดเวลา ปี 2564 จะเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะมันเป็นกุญแจหรือทางออก เมื่อคะแนนนิยมคุณไม่สามารถไปต่อได้ ความชอบธรรมคุณเริ่มหมด ยิ่งเจอปัญหาโควิด ทางออกง่ายที่สุดคือการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปิยบุตรมองว่ายังอีกยาวไกลกว่า พอแก้เสร็จแล้วต้องทำประชามติ แล้วก็เลือก ส.ส.ร. แล้วก็ไปทำฉบับใหม่ จึงมีข้อเสนอว่า ระหว่างทางกว่าจะไปถึงวันนั้น ควรไปแก้บางมาตราที่เป็นอุปสรรค เช่น เรื่อง ส.ว., องค์กรอิสระก่อน กว่าคุณจะร่างฉบับใหม่ที่ต้องใช้เวลามาก ระหว่างนี้คุณควรแก้รายมาตราไป

คิดว่าเรื่องหนึ่งที่คุยกันรู้เรื่องคือเรื่องสมาชิกวุฒิสภา อย่างน้อยๆ ส.ว.หลายคนแสดงจุดยืน ว่าการแก้รายมาตราเขารับได้ ไม่ต้องให้เขาเลือกนายกฯ เขาก็ยอม ถอดสลักนี้ทิ้งไปก่อน รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เช่น แผนปฏิรูปประเทศ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระบบเลือกตั้ง

ทีนี้ถ้าถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเดินทางไปสู่จุดไหน คิดว่ากว่าเราจะเห็นหน้าตาฉบับใหม่ คงใช้เวลาอีกนาน แต่เท่าที่ดูความต้องการของพรรคการเมือง ของนักการเมืองจำนวนมากดูเหมือนว่าพวกต้องการให้การเมืองกลับไปก่อน 19 กันยายน 2549 คือให้โมเดลรัฐธรรมนูญกลับไปเป็นเหมือนปี 2540 คือเอาเผด็จการทหารสืบทอดอำนาจออกไป ให้กลับไปเลี้ยงหลาน แล้วการเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ให้นักการเมืองว่ากันเอง มีรัฐบาล มีฝ่ายค้าน มีองค์กรอิสระ สลับกันเป็นรัฐบาล/เป็นฝ่ายค้าน

ผมคิดว่านักการเมืองจำนวนมากอยากย้อนเวลากลับไปอยู่วันชื่นคืนสุขแบบนั้น

แต่ถ้าถามความคิดเห็นของผม ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน ผมคิดว่าไม่เพียงพอแล้ว ผมคิดว่ากระแสการเรียกร้องมันไปไกลกว่านั้น เมื่อมีการพูดคุยกันเรื่องปฏิรูปสถาบัน มีการพูดคุยถึงเรื่องของรัฐสวัสดิการ การพูดถึงความไม่น่าเชื่อถือความไม่เป็นกลางขององค์กรอิสระของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ได้แตะเรื่องนี้เลย

แต่ความต้องการของประชาชนไปไกลกว่า

พูดถึงประเด็นเรื่องปฏิรูปสถาบันเมื่อถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ปิยบุตรขยายความว่า สรุปสั้นๆ ว่าปี 2563 คือปีแห่งการทำให้ปฏิรูปเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนพูดคุยได้มากขึ้น อยู่บนโต๊ะแล้ว ปี 2564 ผมหวังว่าจะเป็นปีที่มีการทำงานตามความคิดเรื่องปฏิรูปมากขึ้น

พูดกันอย่างตรงไปตรงมาคือพลังยังไม่เพียงพอ ต้องมีการรวบรวมความคิดอีก คุณต้องเปลี่ยนความคิดจิตใจคนให้ได้มากกว่านี้

พูดกันแบบภาษาบ้านๆ ง่ายๆ คือคุณต้องหาพวกให้เยอะกว่านี้ พวกที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะปฏิรูปให้เป็นไปตามประชาธิปไตยได้ ในเมื่อปี 2563 คุณสามารถยกระดับให้เป็นเรื่องปกติได้แล้ว ปี 2564 ควรจะต้องทำงานเพิ่ม หาพวกเพิ่ม ทำงานความคิดเพิ่ม แม้ว่าใครเขาอาจจะไม่เห็นตรงกับเรา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องเปิดประตูรับให้เขาเข้ามามากขึ้น

ส่วนวิธีการหาพวกเพิ่มจะทำอย่างไร ผมคิดว่ามีหลากหลายรูปแบบ เช่น การชุมนุมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่การชุมนุมพอผ่านไปเรื่อยๆ มันจะไปถึงจุดที่ไปไกลกว่านี้ไม่ได้

ผมคิดว่า การชุมนุมปีที่แล้วขึ้นถึงจุดพีกระดับหนึ่งแล้ว เหมือนว่าภารกิจของของการชุมนุมเขาได้ยกระดับประเด็นเรื่องนี้ และส่งมอบเอาไว้แล้ว พอคุณส่งมอบแล้วมันจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ มันจะต้องมี “อำนาจ” ทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่คือจะต้องมีอำนาจ

แล้ววิธีที่จะได้อำนาจรัฐ มันมีแค่ 2 แบบ แบบที่ 1 คือผ่านสถาบันการเมืองที่มีอยู่ในระบบ นำเรื่องนี้ไปผลักดันทำต่อ หรือแบบที่ 2 คือหลากหลายประเทศเป็นกันคือคุณชุมนุมกันไปเรื่อยๆ จนไปสู่ Revolution

มันมีแค่ 2 ทาง นั่นหมายความว่าทางที่ 2 ที่ผลของมันไม่ได้การันตีว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่า จะมีความรุนแรงหรือไม่ จะมีบาดเจ็บล้มตายขึ้นอีกเท่าไหร่ ก็เห็นว่าแนวที่ 1 สถาบันการเมือง พรรคการเมือง ส.ส. ส.ว.ที่มีอำนาจอยู่ต้องมีความรับผิดชอบในการนำประเด็นไปทำต่อ จะช้าเร็ว จะมากน้อย ก็ว่ากัน แต่คือคุณต้องไปขยับ

อย่างน้อยที่สุดคือ ถ้าคุณเห็นว่าคนมาชุมนุม เขาเสียสละโดนคดีกันมาก ติดคุกทั้งชีวิต นับห้วงชีวิตอายุของคนคนหนึ่งอาจจะติดคุกยังไม่พอกับจำนวนคดีที่โดน อย่างน้อยๆ 3 ประเด็นข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นในปี 2563 หากคลี่คลายออกมาได้

ก็หวังว่าจะขยับไปในแนวทางนี้

แต่ปิยบุตรบอกว่า ถ้าพวกคุณ (ส.ส.) ไม่ขยับเลย คุณจะตอบเยาวชนประชาชน-อนาคตของประเทศ หรือคุณจะเป็นความหวังให้เขาได้อย่างไร ในขณะที่คนจำนวนมากไปเรียกร้อง แต่ถ้าวันหนึ่งเขาสิ้นหวังกับพรรคการเมือง นักการเมือง ผู้แทนราษฎร ของเขาแล้ว เขามองข้ามไป เขาจะทำกันเอง คราวนี้แหละ ระบบการเมืองจะปั่นป่วนโกลาหล เพราะเขามองข้ามพวกคุณไปแล้ว

ฉะนั้น ทุกๆ วินาทีที่อยู่ในสภา ทุกจังหวะโอกาสที่มี ควรจะต้องขับเคลื่อนได้มากขึ้นเรื่อยๆ มันอาจจะไม่สำเร็จ แต่มันคือเมล็ดพันธุ์ค่อยขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ภารกิจสำคัญของผู้แทนราษฎรคือเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่จะเป็นนักการเมืองเพียงแค่เป็นเพราะอยากเป็นต่อ อยากเล่นอีก อย่างนี้มันไม่ใช่ผู้แทนราษฎร มันไม่ใช่อาชีพที่คุณเป็นแล้วงวดหน้าต้องเป็นอีก

สรุปให้สั้นที่สุด เมื่อมีการระเบิดอารมณ์ของคนในปี 2563 ผสมเรื่องการจัดการ covid ที่เปลือยให้เห็นรัฐ-ระบบราชการห่วย ระบบมาเฟียเส้นสาย ที่เราเห็นว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรคมาจากสนามมวย ชายแดนย่อหย่อน บ่อนพนัน มันเห็นความไม่แน่นอน ไม่ชัดเจนในการออกคำสั่ง เช้าออกเย็นเปลี่ยนเต็มไปหมด ถ้าปี 2563 คือห้วงเวลาของการระเบิดอารมณ์ คนที่ไม่พอใจกับระบบประยุทธ์แล้วนั้น

ปี 2564 คือเวลาในการเปลี่ยนแปลงแล้ว

แต่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ไกลแค่ไหน ต้องดูกัน

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)